home

โรคทางเดินหายใจ

ระบบทางเดินหายใจ มีส่วนสำคัญในการทำงานตามปกติของร่างกาย ดังนั้น คุณจึงควรเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของคุณให้แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วย เรียนรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึง โรคทางเดินหายใจ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคทางเดินหายใจ

น้ำมูก คือ เมือกที่ผลิตจากต่อมสร้างน้ำมูกในเยื่อบุจมูก มีหน้าที่ช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับโพรงจมูกและไซนัส ทั้งยังช่วยดักจับและป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจผ่านทางโพรงจมูกได้ หากภายในจมูกแห้งอาจทำให้ร่างกายเสี่ยงติดเชื้อได้มากขึ้น ร่างกายสามารถผลิตน้ำมูกได้วันละประมาณ 2 ลิตร และน้ำมูกที่ไหลออกมาส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็น น้ำมูกใส ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากไข้หวัด หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม การทราบสาเหตุที่ทำให้มีน้ำมูกใส อาจช่วยให้สามารถหาวิธีลดน้ำมูก และบรรเทาอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น น้ำมูกใส เกิดจากอะไร น้ำมูกที่สีใส มักประกอบด้วยน้ำ แอนติบอดี โปรตีน และเกลือ ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด เพราะเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางโพรงจมูก อาจกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกอักเสบ จนมีน้ำมูกใส ๆ ไหลออกมา แต่น้ำมูกใสก็อาจเป็นสัญญาณของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้เช่นกัน เนื่องจากเมื่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร เข้าสู่โพรงจมูก อาจไปกระตุ้นให้มีการหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า ฮิสตามีน (Histamine) ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น มีผื่นคัน เยื่อตาอักเสบ เยื่อบุจมูกอักเสบ จาม คัดจมูก รวมถึงกระตุ้นให้ต่อมสร้างน้ำมูกผลิตน้ำมูกใส ๆ […]

หัวข้อ โรคทางเดินหายใจ เพิ่มเติม

ไข้หวัด

ไข้หวัด เป็นโรคทั่วไปที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำปฏิกิริยากับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เข้ามาในร่างกาย จึงส่งผลให้มีไข้ หนาวสั่น คัดจมูก ไอ และปวดกล้ามเนื้อ การใช้ สมุนไพรแก้หวัด อาจช่วยบรรเทาอาการได้ อย่างไรก็ดี ควรปรึกษาคุณหมอก่อนบริโภค เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น สมุนไพรแก้หวัด มีอะไรบ้าง สมุนไพรแก้หวัด ที่อาจบรรเทาอาการ และหาได้ใกล้ตัว มีต่อไปนี้ ฟ้าทะลายโจร ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นด่านแรกในร่างกายที่ต้องเผชิญกับไวรัส หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ ฟ้าทะลายโจรยังอาจช่วยกระตุ้นให้ม้ามผลิตลิมโฟไซต์ หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีบทบาทสำคัญในการต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคหวัด เด็ก สตรีมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง ผู้มีภาวะเลือดออกผิดปกติ และผู้ที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจรในระยะยาว และควรระวังผลข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล มีผื่น อาเจียน ท้องเสีย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเกี่ยวกับปริมาณ และวิธีการรับประทานฟ้าทะลายโจรที่เหมาะสม สะระแหน่ สะระแหน่ เป็นพืชสมุนไพรที่มีสารประกอบอย่างเมนทอล (Menthol) ที่อาจมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาอาการคัดจมูก ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสารเมนทอลอาจนำมาใช้บำรุงสุขภาพได้หลากหลายรูปแบบ เช่น อบแห้งทำเป็นชาสำหรับดื่ม สกัดเป็นผงอัดเม็ดในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรืออยู่ในยาที่ช่วยบรรเทาอาการเยื่อจมูกบวม ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม สะระแหน่อาจส่งผลข้างเคียง และอาจทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ยาลดความดันโลหิต รวมถึงอาจเกิดอันตรายกับผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อน โรคเบาหวาน […]

โรคทางเดินหายใจ

เสมหะ คือสารคัดหลั่งที่สร้างขึ้นในระบบทางเดินหายใจ มีส่วนสำคัญในการช่วยดักจับสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อไวรัส เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ปกติแล้วร่างกายจะผลิตเสมหะได้ 1-1.5 ลิตรต่อวัน แต่หากสังเกตเห็นว่ามีเสมหะมากเกินไป หรือเสมหะเปลี่ยนสีร่วมกับมีอาการไอ ก็อาจต้อง ละลายเสมหะ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ามีเชื้อโรคสะสม หรือมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด สาเหตุที่ก่อให้เกิด เสมหะ สาเหตุที่ทำให้ร่างกายผลิตเสมหะ อาจมาจากโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และทำให้ปอดระคายเคือง ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น ขนสัตว์ อาหาร พิษจากแมลงกัดต่อย เข้าไปทำปฏิกิริยากับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล มีเสมหะ โรคหอบหืด โรคหอบหืดอาจทำให้ร่างกายผลิตเสมหะ และน้ำมูกในปริมาณเล็กน้อย เนื่องจากทางเดินหายใจระคายเคืองจากสารก่อภูมิแพ้ อีกทั้งอาจส่งผลให้ แน่นหน้าอก ไอ หายใจลำบาก และหายใจถี่ด้วย ภาวะกรดไหลย้อน ภาวะกรดไหลย้อนเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารอ่อนแรงลง อาหารและกรดในกระเพาะอาหารจึงไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหารหรือลำคอ จนอาจส่งผลให้ระคายเคือง และมีเสมหะได้  การติดเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส การติดเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ […]

โรคหอบหืด

โรคหอบหืด มีสาเหตุมาจากสารระคายเคืองต่าง ๆ เข้าไปยังช่องทางเดินหายใจส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ มีการผลิตน้ำมูกเพิ่มในปริมาณมากจนอุดตัน หายใจลำบาก เพื่อช่วยบรรเทาอาการของหอบหืดลง ควรหมั่นดูแลตนเอง และเลือกรับประทาน สารอาหาร ที่เหมาะสม สารอาหาร สำหรับผู้ป่วย โรคหอบหืด จากหลักฐานการศึกษาพบว่าผู้ที่รับประทานอาหาร หรือวิตามิน ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยให้บรรเทาอาการของโรคหอบหืดลง และปกป้องเซลล์ที่ได้รับความเสียหาย ที่สำคัญการที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีเพียงพอต่อวัน อาจทำให้ร่างกายสามารถสู้กับเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจก่อนจะเกิดอาการของ หอบหืด ในระดับรุนแรงขึ้น สารอาหารที่อาจเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด มีดังนี้ โคลีน (Choline) โคลีน เป็นสารอาหารที่คล้ายกับวิตามินบี โดยจะพบได้ในเนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว ผัก และไข่ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดี ลดอาการบวมอักเสบ นอกจากในรูปแบบของอาหาร โคลีนยังเป็นส่วนประกอบที่นำมาใช้ทำเป็นยาพ่นผ่านช่องปาก ขยายหลอดลม และบรรเทาอาการที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดเป็นได้ อย่างไรก็ตามโคลีนยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการท้องร่วง อาเจียน เหงื่อออกมาก ควรปรึกษาหมอก่อนรับประทาน แมกนีเซียม (Magnesium) แมกนีเซียม คือแร่ธาตุที่สำคัญมีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกในร่างกายให้แข็งแรง แต่นอกจากจะช่วยบำรุงกระดูก แมกนีเซียมยังช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดลมผ่อนคลาย ขยายทางเดินหายใจให้อากาศไหลเข้า และไหลออกจากปอดได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังอาจช่วยบรรเทาอาการหอบหืดเฉียบพลันได้ และอาจปลอดภัยสำหรับผู้ที่รับประทานในปริมาณน้อยกว่า 350 มิลลิกรัมต่อวัน ถึงอย่างไรควรคำนึงถึงผลข้างเคียงที่อาจตามมาร่วม เช่น อาการท้องร่วง […]

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี เป็นสายพันธุ์ที่พบบ่อยในโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง ที่สามารถติดต่อกันได้จากคนสู่คนผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจมีอาการเจ็บป่วยขึ้น โดยผู้ป่วยมีอยู่ในทุกช่วงวัย แต่อาจพบมากและมีอาการรุนแรงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี บุคคลที่มีประวัติเป็นโรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และสตรีตั้งครรภ์ ความแตกต่างของ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี มีความแตกต่างกัน คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงมากกว่า สามารถกลายพันธุ์และก่อให้เกิดการติดเชื้อในวงกว้าง และสามารถก่อให้เกิดการแพร่เชื้อได้ทั้งในคน และในสัตว์ เช่น หมู นก เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ ยังแบ่งออกเป็นชนิดย่อย โดยตรวจได้จากไกลโคโปรตีนรอบของเชื้อไวรัส (Surface glycoprotein) ซึ่งประกอบด้วย ฮีแมกกูตินิน (Hemagglutinin : H) ซึ่งมีทำหน้าที่ในการจับกับตัวรับ (Receptor) บนเซลล์ของร่างกาย ส่งผลให้เชื้อเข้าสู่เซลล์ได้โดยตรง และเอ็นไซม์นิวรามินิเดส (Neuraminidase : N) เป็นเอ็นไซม์ย่อยที่ทำให้ไวรัสให้จับกับเซลล์ และแพร่เชื้อต่อไปได้ ซึ่งในสัตว์จะมีเชื้อไวรัสฮีแมกกูตินิน หรือ H […]