home

โรคทางเดินหายใจ

ระบบทางเดินหายใจ มีส่วนสำคัญในการทำงานตามปกติของร่างกาย ดังนั้น คุณจึงควรเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของคุณให้แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วย เรียนรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึง โรคทางเดินหายใจ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

หัวข้อ โรคทางเดินหายใจ เพิ่มเติม

โรคหอบหืด

โรคหอบหืด มีสาเหตุมาจากสารระคายเคืองต่าง ๆ เข้าไปยังช่องทางเดินหายใจส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ มีการผลิตน้ำมูกเพิ่มในปริมาณมากจนอุดตัน หายใจลำบาก เพื่อช่วยบรรเทาอาการของหอบหืดลง ควรหมั่นดูแลตนเอง และเลือกรับประทาน สารอาหาร ที่เหมาะสม สารอาหาร สำหรับผู้ป่วย โรคหอบหืด จากหลักฐานการศึกษาพบว่าผู้ที่รับประทานอาหาร หรือวิตามิน ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยให้บรรเทาอาการของโรคหอบหืดลง และปกป้องเซลล์ที่ได้รับความเสียหาย ที่สำคัญการที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีเพียงพอต่อวัน อาจทำให้ร่างกายสามารถสู้กับเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจก่อนจะเกิดอาการของ หอบหืด ในระดับรุนแรงขึ้น สารอาหารที่อาจเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด มีดังนี้ โคลีน (Choline) โคลีน เป็นสารอาหารที่คล้ายกับวิตามินบี โดยจะพบได้ในเนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว ผัก และไข่ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดี ลดอาการบวมอักเสบ นอกจากในรูปแบบของอาหาร โคลีนยังเป็นส่วนประกอบที่นำมาใช้ทำเป็นยาพ่นผ่านช่องปาก ขยายหลอดลม และบรรเทาอาการที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดเป็นได้ อย่างไรก็ตามโคลีนยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการท้องร่วง อาเจียน เหงื่อออกมาก ควรปรึกษาหมอก่อนรับประทาน แมกนีเซียม (Magnesium) แมกนีเซียม คือแร่ธาตุที่สำคัญมีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกในร่างกายให้แข็งแรง แต่นอกจากจะช่วยบำรุงกระดูก แมกนีเซียมยังช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดลมผ่อนคลาย ขยายทางเดินหายใจให้อากาศไหลเข้า และไหลออกจากปอดได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังอาจช่วยบรรเทาอาการหอบหืดเฉียบพลันได้ และอาจปลอดภัยสำหรับผู้ที่รับประทานในปริมาณน้อยกว่า 350 มิลลิกรัมต่อวัน ถึงอย่างไรควรคำนึงถึงผลข้างเคียงที่อาจตามมาร่วม […]

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี เป็นสายพันธุ์ที่พบบ่อยในโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง ที่สามารถติดต่อกันได้จากคนสู่คนผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจมีอาการเจ็บป่วยขึ้น โดยผู้ป่วยมีอยู่ในทุกช่วงวัย แต่อาจพบมากและมีอาการรุนแรงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี บุคคลที่มีประวัติเป็นโรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และสตรีตั้งครรภ์ ความแตกต่างของ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี มีความแตกต่างกัน คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงมากกว่า สามารถกลายพันธุ์และก่อให้เกิดการติดเชื้อในวงกว้าง และสามารถก่อให้เกิดการแพร่เชื้อได้ทั้งในคน และในสัตว์ เช่น หมู นก เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ ยังแบ่งออกเป็นชนิดย่อย โดยตรวจได้จากไกลโคโปรตีนรอบของเชื้อไวรัส (Surface glycoprotein) ซึ่งประกอบด้วย ฮีแมกกูตินิน (Hemagglutinin : H) ซึ่งมีทำหน้าที่ในการจับกับตัวรับ (Receptor) บนเซลล์ของร่างกาย ส่งผลให้เชื้อเข้าสู่เซลล์ได้โดยตรง และเอ็นไซม์นิวรามินิเดส (Neuraminidase : N) เป็นเอ็นไซม์ย่อยที่ทำให้ไวรัสให้จับกับเซลล์ และแพร่เชื้อต่อไปได้ ซึ่งในสัตว์จะมีเชื้อไวรัสฮีแมกกูตินิน หรือ H […]

โรคหอบหืด

โรคหอบหืด (Asthma) เป็นหนึ่งในโรคทางเดินหายใจ ที่มีสาเหตุมาจากการระคายเคืองของสารก่อภูมิแพ้ จนก่อให้เกิดมีอาการหอบหืดขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หลอดลมตีบ ปอดบวม และปอดหยุดการทำงานได้ อีกทั้งในปัจจุบันยังมีมีการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง ผู้เป็นโรคหอบหืด จึงควรระมัดระวังตนเอง และเข้ารับการฉีด วัคซีนโควิด-19 ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันจากเชื้อไวรัส ป้องกันการเกิดอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง หรือเสียชีวิตได้ ความเชื่อมโยงของ โรคหอบหืด และ โควิด-19 หอบหืด เป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ รูจมูก โพรงจมูก ปาก คอ กล่องเสียง และระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ได้แก่ หลอดลม หลอดลมภายในปอด หลอดลมฝอย ถุงลม ปอด เนื่องจากบางคนอาจได้มีการติดเชื้อจากไวรัส จนทำให้มีอาการแน่นหน้าอก และหายใจลำบาก ผู้ป่วยโรคหอบหืด ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น เมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจได้รับความเสี่ยงในการติดเชื้อและกระตุ้นอาการหอบหืดในระดับรุนแรงขึ้น ตามข้อมูลของวารสารสมาคมการแพทย์แห่งประเทศแคนนาดา แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยโรคหอบหืดในระดับปานกลาง และรุนแรง อาจส่งผลให้มีอาการหอบหืดที่แย่ลงในระหว่างการติดเชื้อโควิด-19 ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของระหว่างทั้ง 2 โรค อาจต้องทำการศึกษาต่อไปว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

หากคุณเป็น ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ไม่ต้องกังวลใจไป เพียงแค่คุณหมั่นเข้ารับการตรวจระบบทางเดินหายใจตามที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ และดูแลตนเองตามที่แพทย์แนะนำ เท่านี้โรค ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ก็จะบรรเทาลงจนหายไปเองได้ในที่สุด แต่ การรักษาไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะมีเทคนิคใดบ้างนั้น บทความของ Hello คุณหมอ มีคำตอบค่ะ จะเกิดอะไรขึ้น หากคุณไม่เร่งรักษา ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ไซนัสอักเสบเรื้อรัง เป็นประเภทหนึ่งของโรคไซนัสอักเสบที่คุณควรเร่งรักษา เพราะหากคุณปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน อาจสามารถพัฒนาเข้าสู่ไซนัสอักเสบประเภทซ้ำซ้อนที่มักเกิดขึ้นได้หลายครั้งต่อปี ซึ่งมีอัตราการการหายขาดอย่างถาวรได้ยาก และเสี่ยงต่อการสูญเสียด้านการมองเห็น หรือตาบอดได้ จากเชื้อที่แพร่กระจายทำลายเซลล์ภายในดวงตา นอกจากนี้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ยังอาจส่งผลรุนแรงทำให้คุณมีอาการเจ็บคอ ปวดศีรษะบ่อยครั้ง น้ำมูกอุดตันจนหายใจลำบากตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น การเข้ารับการวินิจฉัยหาสาเหตุของโรค และรับการรักษาโดยแพทย์ คือสิ่งที่สำคัญที่คุณควรปฏิบัติอย่างเร่งด่วน การวินิจฉัยไซนัสอักเสบเรื้อรัง ขั้นตอนแรกก่อนการรักษาแพทย์จะสอบถามอาการ ประวัติทางภาวะสุขภาพโดยรวมอย่างละเอียด และอาจมีการส่องไฟภายในโพรงจมูก เพื่อเช็กคราบน้ำมูก ก่อนเริ่มใช้เทคนิคการตรวจหาสาเหตุที่เจาะลึกมากขึ้น ดังนี้ การทดสอบภูมิแพ้ แพทย์จะทำการทดสอบภูมิแพ้บนผิวหนังของคุณ ด้วยการใช้สารก่อภูมิแพ้ หากเกิดสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นบนผิวหนัง ก็อาจหมายความว่าไซนัสอักเสบเรื้อรังที่คุณเป็นมีผลมาจากถูกสารก่อภูมิแพ้นั่นเอง ใช้การแสกนภาพภายในโพรงจมูก เทคนิคที่แพทย์จะใช้เรียกว่าซีทีแสกน (CT Scan) โดยภาพที่แสกนออกมานั้นจะเห็นถึงโครงสร้าง และสิ่งอุดตัน ติ่งเนื้อ เนื้องอก ที่เข้าไปกระตุ้นให้เกิด ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ได้ เก็บเนื้อเยื่อในโพรงจมูก […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

ไซนัสอักเสบเรื้อรัง มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงสารระคายเคืองที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจนกระตุ้นเกิดการแพ้ และน้ำมูกปริมาณมาก ที่สำคัญคุณควรระวัง อาการของไซนัสอักเสบเรื้อรัง ในระดับรุนแรงต่าง ๆ  ที่วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ ได้นำมาฝากทุกคนให้ได้ทราบไปพร้อม ๆ กัน ว่ามีอาการใดบ้างที่ควรเข้าพบคุณหมอโดยเร็วที่สุด ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ส่งผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพ ถึงแม้ว่า ไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะไม่เป็นอันตรามากนัก หากได้รับการรักษาอย่างเท่าทัน แต่ในกรณีที่คุณปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ก็อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อนำไปสู่การเจ็บป่วยที่ทำลายสุขภาพของคุณเพิ่มเติมได้ ดังนี้ ตุ่มภายในถุงน้ำมูกเกิดการอุดตัน ติดเชื้อลุกลามไปยังบริเวณดวงตา โพรงจมูก และสมอง การรับกลิ่นลดลง หากไม่อยากให้ระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพกายแย่ลง คุณต้องเข้ารับการวินิจฉัยหาสาเหตุของ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ทันทีที่รู้สึกว่าตนเองมีอาการคล้ายไข้หวัด และรับการรักษาโดยด่วนหลังจากทราบผลวินิจฉัย อาการของไซนัสอักเสบเรื้อรัง ในระดับรุนแรง อาการทั่วไปของ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง สังเกตได้จากการมีน้ำมูก มีเสมหะ เจ็บคอ ปวดศีรษะ และหายใจลำบาก คุณสามารถแจ้งให้เภสัชกรร้านขายยาได้ เพื่อได้รับยาปฏิชีวนะตามอาการมารับประทาน แต่เมื่อใดที่คุณมีอาการรุนแรง ดังต่อไปนี้ โปรดอย่าซื้อยารับประทานเอง และควรเข้าพบคุณหมอในทันที ปวดหู ปวดกราม หรือฟันบน เหนื่อยล้า หน้าผากบวม ปวดศีรษะอย่างรุนแรง มีไข้ รู้สึกมึนงง ไม่มีสมาธิ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน โรคทางเดินหายใจ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon