โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับหน้าร้อน ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก" มากกว่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจนึกถึงการไปเที่ยวทะเลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) หน้าร้อนกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนาน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ คนที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิด "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า! ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลไกภายในร่างกายที่ทำงานผิดปกติไปเนื่องจากไขมันส่วนเกิน  Hello Khunmor จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่คนอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี "ชั้นไขมัน" กับการระบายความร้อนของร่างกาย ในสภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกผ่านทางการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำพาความร้อนจากภายในสู่ภายนอก ทำไมคนอ้วนถึงทนความร้อนได้น้อยกว่า? ตามหลักสรีรวิทยา ไขมันมีคุณสมบัติเป็น "ฉนวนกันความร้อน" (Thermal Insulator) ที่ดีเยี่ยม ชั้นไขมันหนา ๆ จะช่วยกักเก็บความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกายเพื่อความอยู่รอดในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและมีภาวะโรคอ้วน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่หนาเกินไปจะทำให้ความร้อนจากภายในระบายออกมาสู่ผิวหนังได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อมวลร่างกายน้อยกว่าคนที่มีรูปร่างสมส่วน หมายความว่าร่างกายมีพื้นที่ในการระบายความร้อน (ผ่านเหงื่อ) น้อยลง เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ร่างกายผลิตขึ้นและกักเก็บไว้ภายใน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของคนอ้วนพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนปกติเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศที่ร้อนจัด ภาระของหัวใจที่หนักขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association - AHA) ระบุว่า ความร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โภชนาการพิเศษ

อาหาร gluten free คืออะไร ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

gluten free คือ อาหารที่ปราศจากกลูเตนซึ่งเป็นโปรตีนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มักพบในข้าวสาลีหรือธัญพืช และสามารถสกัดกลูเตนออกมาชเพื่อใช้เป็นสารเติมแต่งสำหรับเพิ่มปริมาณโปรตีน เพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติในอาหาร รวมถึงอาจใช้เพื่อคงรูปร่างของอาหารแปรรูป โดยบางคนอาจจำเป็นต้องกินอาหารที่ปราศจากกลูเตน เนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวของกับการแพ้หรือการย่อยกลูเตนที่ผิดปกติ เช่น โรคเซลิแอค (Celiac Disease) อย่างไรก็ตาม โรคนี้พบได้ในชาวยุโรปมากกว่าชาวเอเชีย [embed-health-tool-bmr] gluten free คือ อะไร กลูเตน คือ โปรตีนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พบในข้าวสาลีและธัญพืชอื่น ๆ ซึ่งมนุษย์สามารถสกัดออกมาใช้เติมในอาหารหลายชนิดเพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีน เนื้อสัมผัสและรสชาติในอาหาร รวมถึงยังอาจทำหน้าที่เป็นสารยึดเกาะเพื่อให้อาหารแปรรูปคงรูปร่างได้นานขึ้น ปัจจุบันมีอาหารหลายชนิดที่ปราศจากกลูเตน หรือเรียกว่า gluten free (กลูเตนฟรี) ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีข้าวสาลีหรือธัญพืชเป็นส่วนประกอบ รวมถึงอาหารตามธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรืออาหารแปรรูปที่ปราศจากการเสริมกลูเตน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ผักและผลไม้ ขนมปัง ซีเรียล เส้นพาสต้าที่ระบุว่าปราศจากกลูเตน บางคนอาจเข้าใจผิดว่า gluten free เป็นการกินอาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบ จึงอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่ใช้เป็นพลังงาน ซึ่งสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตนั้นมีหลายชนิดที่ไม่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบและผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงกลูเตนสามารถกินได้ เช่น ข้าวขาว หมี่ขาว เส้นขนมจีน วุ้นเส้น เส้นเล็ก เส้นใหญ่ ขนมปังจากแป้งข้าวเจ้า มันฝรั่ง มันเทศ เผือก […]


ข้อมูลโภชนาการ

คลอโรฟิลล์ ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) คือสารสีเขียวที่เป็นสารประกอบตามธรรมชาติของพืช มักพบได้ในผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักบุ้ง กะเพรา บร็อคโคลี่ ผักกาดหอม หน่อไม้ฝรั่ง มีหน้าที่ช่วยให้พืชสามารถดูดซับแสงแดดจากดวงอาทิตย์เพื่อสังเคราะห์และเปลี่ยนเป็นพลังงาน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังอาจช่วยรักษาสิว และระงับกลิ่นกายได้ [embed-health-tool-bmi] คลอโรฟิลล์ คืออะไร คลอโรฟิลล์ คือ สารสีเขียวที่อยู่ในพืชและผัก โดยเฉพาะผักใบเขียว เช่น ผักกาดหอม หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า บร็อคโคลี่ คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังอาจช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีคลอโรฟิลล์ในรูปแบบอาหารเสริมแบบเม็ดและแบบชงในน้ำ ที่ง่ายต่อการรับประทานอีกด้วย ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ต่อสุขภาพ คลอโรฟิลล์มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของคลอโรฟิลล์ในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยระงับกลิ่นกาย การรับประทานคลอโรฟิลล์ในรูปแบบอาหารเสริมอาจช่วยระงับและลดกลิ่นตัวได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะมีไตรเมทิลามีนในปัสสาวะ (Trimethylaminuria) หรือโรคกลิ่นตัวเหม็น ที่เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญตั้งแต่กำเนิด ที่ส่งผลให้ร่างกายสะสมไตรเมทิลามีนมากเกินไปจนขับออกมาในรูปแบบปัสสาวะ เหงื่อ และลมหายใจที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคาวปลา จากการศึกษาในวารสาร Life Sciences ปี พ.ศ. 2547 ที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของการรับประทานอาหารเสริม ถ่านกัมมันต์หรือถ่านชาร์โคล (Activated Charcoal) และคอปเปอร์คลอโรฟิลลิน (Copper Chlorophyllin) ที่เป็นคลอโรฟิลล์ละลายน้ำได้ ต่อการขับไตรเมทิลลามีนในปัสสาวะของผู้ป่วยในญี่ปุ่น โดยทดสอบกับชาวญี่ปุ่นจำนวน […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

วิธีต้มน้ำขิง เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ

ขิง เป็นพืชสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อน และมีสารอาหารมากมาย เช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินบี ที่อาจให้ประโยชน์กับร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอล บรรเทาอาการปวดข้อ รักษาอาการคลื่นไส้ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับประทานขิงสดได้ อาจนำขิงมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้น หรือสำหรับนำมารับประทานกับเต้าฮวย บัวลอย โดยสามารถศึกษา วิธีต้มน้ำขิง ง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง  [embed-health-tool-bmi] ขิง มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ขิงมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของขิงในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ขิงมีสารอาหารมากมาย เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมการทำงานอวัยวะส่วนต่าง ๆ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งอาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ จากการศึกษาหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Iranian Journal of Pharmaceutical Research ปี พ.ศ. 2558 เกี่ยวกับผลของการรับประทานขิงต่อระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (Hemoglobin A1c) อะโพลิโพโปรตีน บี (Apolipoprotein B) อะโพลิโพโปรตีน เอ 1 (Apolipoprotein A-I) และ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ใบสะระแหน่ ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

ใบสะระแหน่ เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นิยมนำไปใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งนำไปประกอบอาหาร สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย สกัดเป็นแคลซูลเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยบำรุงสมอง ป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และอาจช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดอาการปวดประจำเดือนได้ คุณค่าโภชนาการของ ใบสะระแหน่ ใบสะระแหน่ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 48 กิโลแคลอรี่ และอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม ไฟเบอร์ 3 กรัม โซเดียม 20 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 30 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ใบสะระแหน่ยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี เบตาแคโรทีน แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ทั้งยังมีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหย เช่น เมนทอล (Menthol) ซิทรัล (Citral) กรดโรสมารินิก (Rosmarinic acid) ที่มีฤทธิ์กล่อมประสาท […]


โภชนาการพิเศษ

ท้องเสียห้ามกินอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

ท้องเสียห้ามกินอะไร อาจเป็นคำถามที่มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีอาการท้องเสียบ่อยครั้ง โดยปกติแล้ว อาการท้องเสียอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรียและปรสิต การใช้ยาบางชนิด การแพ้แลคโตส แพ้น้ำตาลฟรุกโตส หรืออาจเกิดจากโรคทางเดินอาหาร เช่น โรคโครห์น (Crohn's Disease) โรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียได้ง่ายขึ้นเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสเผ็ด ผู้ที่มีอาการท้องเสียจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารหรือกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้น การสังเกตอาการของตนเองจึงอาจเป็นวิธีที่จะบอกได้ว่าตนเองมีอาการท้องเสียเกิดขึ้นเมื่อรับประทานอาหารชนิดใด [embed-health-tool-bmr] ท้องเสียห้ามกินอะไร อาหารที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้บ่อย อาจมีดังนี้ นม นมมีน้ำตาลแลคโตสที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องเสียในผู้ที่มีปัญหาแพ้แลคโตส เนื่องจาก เอนไซม์ที่ผลิตในลำไส้เล็กมีปริมาณน้อยเกินไปจนไม่สามารถย่อยสลายน้ำตาลแลคโตสได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผู้ป่วยอาจมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง แก๊สในกระเพาะอาหาร และท้องอืดหลังดื่มนมหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มนมในขณะที่มีอาการท้องเสีย เพื่อป้องกันสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีไขมันสูงและเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว หรือไขมันทรานส์  เช่น มันฝรั่งทอด ขนมกรุบกรอบ อาหารแปรรูป เค้ก คุกกี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือทำให้อาการท้องเสียที่เป็นอยู่แย่ลง เนื่องจากปัญหาการย่อยและการดูดซึมอาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสียได้ น้ำตาล การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลบางชนิดมากเกินไปจนร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสียได้ โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตสที่สามารถกระตุ้นอาการท้องเสียได้เนื่องจากไปทำให้ลำไส้ขับน้ำออกมามากขึ้นร่วง ตัวอย่างอาหาร เช่น ลูกพีช ลูกแพร์ เชอร์รี่ แอปเปิ้ล […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

อาหารแปรรูปมีอะไรบ้าง และข้อควรระวังในการรับประทาน

อาหารแปรรูปมีอะไรบ้าง อาจเป็นคำถามที่คนรักสุขภาพให้ความสนใจ เนื่องจากอาหารแปรรูปเป็นอาหารที่ผ่านการจัดเตรียม ปรุงแต่งรสและกลิ่น ปรับเปลี่ยนรูปร่างและบรรจุในภาชนะก่อนนำมารับประทาน ซึ่งอาหารแปรรูปหลายชนิดประกอบไปด้วยโซเดียม น้ำตาลและไขมันอิ่มตัว ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและยังอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกรับประทานอาหารแปรรูปอย่างปลอดภัย อาจทำได้ด้วยการเลือกชนิดของอาหารแปรรูปที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย และอ่านฉลากทุกครั้งเพื่อดูปริมาณโซเดียม น้ำตาลและไขมันที่ต่ำ [embed-health-tool-bmr] อาหารแปรรูป คืออะไร อาหารแปรรูป คือ อาหารที่ผ่านการจัดเตรียม ปรุงรสและกลิ่น ปรับเปลี่ยนรูปร่างหรือบรรจุในภาชนะต่าง ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานและเก็บรักษา ซึ่งอาหารแปรรูปอาจมีตั้งแต่แปรรูปน้อย เช่น ถั่วและธัญพืชบรรจุหีบห่อที่ไม่ผ่านการปรุงรส ผักหรือผลไม้แช่แข็ง จนไปถึงอาหารที่ผ่านการแปรรูปสูง เช่น น้ำอัดลม มันฝรั่งทอด ไส้กรอกรมควัน เบคอน แฮม ซึ่งอาหารแปรรูปเหล่านี้อาจมีการเติมส่วนผสมบางชนิด เช่น สารให้ความหวาน น้ำมัน กลิ่น สี สารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่ ยืดอายุการเก็บรักษา รวมถึงช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นให้น่ารับประทานมากขึ้น นอกจากนี้ อาหารแปรรูปสูงบางชนิดยังอาจมีความเสี่ยงที่ผู้ผลิตจะใส่น้ำตาล โซเดียมและไขมันอิ่มตัวที่สูงเกินไป เพื่อให้อาหารยังคงรสชาติ เนื้อสัมผัสและสีที่ยาวนานขึ้น หากผู้บริโภครับประทานอาหารแปรรูปสูงในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน อาหารแปรรูปมีอะไรบ้าง อาหารแปรรูปเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงรส แต่งกลิ่น ปรับเปลี่ยนรูปร่างหรือบรรจุหีบห่อ ในปัจจุบันอาหารแปรรูปมีหลากหลายชนิด […]


ข้อมูลโภชนาการ

กระชายดำ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

กระชายดำ เป็นพืชสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของเครื่องแกงในการทำอาหารหลายชนิด เช่น น้ำยาขนมจีน ผัดเผ็ดปลาดุก แกงเผ็ดเนื้อ แกงป่า กระชายดำมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด เช่น ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น อาจช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดไขมัน อาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ อาจช่วยรักษาโรคเบาหวาน รักษาโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดและอาจช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย [embed-health-tool-bmr] คุณค่าสารอาหารของกระชายดำ กระชายดำมีสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ กรดอะมิโน ไฟเบอร์หรือใยอาหาร เซเลเนียม (Selenium) สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แทนนิน (Tannins) แอนโทรไซยานิน (Anthocyanins) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ประโยชน์ของกระชายดำที่มีต่อสุขภาพ กระชายดำ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของกระชายดำในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระชายดำมีสารประกอบอย่างเอทานอล (Ethanol) ซึ่งเป็นสารสกัดที่พบในเหง้าของกระชายดำที่อาจช่วยเพิ่มการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายและอาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับสารสกัดกระชายดำในการเพิ่มสุขภาพทางเพศในผู้ชาย ตีพิมพ์ใน Journal of Integrative Medicine พ.ศ. 2561 นักวิจัยให้เพศชายอายุ 50-68 ปี ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเล็กน้อย รับประทานสารสกัดเอทานอลที่ได้จากเหง้าของกระชายดำ 100 […]


ข้อมูลโภชนาการ

แมลงทอด ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

แมลงทอด เป็นอาหารกินเล่นที่อาจพบได้บ่อยตามท้องตลาด อุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งอาจรับประทานเป็นแหล่งอาหารทางเลือกเพื่อเสริมโปรตีนให้กับร่างกายได้ นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิดและไขมันดีที่อาจช่วยป้องกันการสะสมของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง [embed-health-tool-bmr] คุณค่าทางโภชนาการของแมลงทอด แมลงทอด เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งแมลงทอดแต่ละชนิดอาจให้พลังงานในปริมาณที่แตกต่างกัน เช่น จิ้งหรีด หนึ่งหน่วยบริโภค 100 กรัม ให้พลังงาน 133 แคลอรี่ โปรตีน 18.6 กรัม ไขมัน 6.0 กรัม ไฟเบอร์ 1.53 กรัม คาร์โบไฮเดรต 1.0 กรัม ดักแด้ไหม หนึ่งหน่วยบริโภค 100 กรัม ให้พลังงาน 152 แคลอรี่ โปรตีน 14.7 กรัม ไขมัน 17.7กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.7 กรัม ไขมัน 0.286 กรัม หนอนรถด่วน หนึ่งหน่วยบริโภค 100 กรัม ให้พลังงาน […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา และข้อควรระวังในการบริโภค

น้ำมันตับปลา คือ น้ำมันที่สกัดมาจากตับของปลาทะเล โดยน้ำมันตับปลาอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินดีและกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้ อย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งประกอบไปด้วย กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (Docosahexaenoic Acid หรือ DHA) และกรดไอโคซาเพนตาอีโนอิก (Eicosapentaenoic Acid หรือ EPA) ที่อาจมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต้อหิน ช่วยบำรุงกระดูก ลดภาวะซึมเศร้า ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และอาจช่วยเสริมการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อควรระวังบางประการในการบริโภค อีกประเด็นที่สำคัญก็คือน้ำมันตับปลากับน้ำมันปลาทะเลไม่เหมือนกัน จึงควรปรึกษาคุณหมอก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์และผู้ที่ใช้ยาบางชนิด [embed-health-tool-bmr] ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา น้ำมันตับปลา มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของน้ำมันตับปลาในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยป้องกันโรคต้อหิน น้ำมันตับอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินเอที่อาจมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต้อหินได้ เนื่องจาก วิตามินเอมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการอักเสบและส่งเสริมสุขภาพดวงตา ส่วนกรดไขมันโอเมก้า 3 อาจช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการไหลเวียนเลือดในลูกตาได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน International Journal of Ophthalmology เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 ศึกษาเกี่ยวกับอาหารเสริมน้ำมันตับปลาอาจช่วยป้องกันโรคต้อหิน พบว่า น้ำมันตับปลาอุดมไปด้วยสารประกอบอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินเอ ที่อาจมีประโยชน์ในการป้องกันโรคต้อหินได้ เนื่องจากวิตามินเอเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพดวงตาและการมองเห็น ทั้งยังอาจช่วยรักษาความสมบูรณ์ของผิวตาและกระจกตา นอกจากนี้ […]


โภชนาการพิเศษ

แน่นท้อง เกิดจากอะไร ควรรับประทานอาหารอย่างไร

แน่นท้อง เป็นอาการปวดท้องส่วนบน มีแก๊สในกระเพาะอาหาร เรอบ่อย บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แสบร้อนหน้าอกร่วมด้วย โดยอาการแน่นท้องอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารบางชนิด แพ้อาหาร รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร ดังนั้น หากเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมและไม่เป็นตัวกระตุ้น อาจช่วยบรรเทาอาการแน่นท้องได้ นอกจากนี้ อาจสังเกตตัวเองอยู่เสมอว่ามีอาการแพ้อาหารหรือมีอาการแน่นท้องเกิดขึ้นเมื่อรับประทานอะไร ซึ่งอาจช่วยป้องกันอาการแน่นท้องที่อาจเกิดขึ้นได้ [embed-health-tool-bmr] แน่นท้อง เกิดจากอะไร แน่นท้อง คือ อาการที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดท้องส่วนบน มีแก๊สในกระเพาะอาหาร เรอบ่อย บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แสบร้อนหน้าอก อิ่มเร็วแม้จะรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย โดยอาการแน่นท้องอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร การรับประทานยาบางชนิด แพ้อาหาร การรับประทานอาหารบางชนิด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารโดยตรง ส่งผลทำให้ทางเดินอาหารอักเสบหรือทำงานมากเกินไปจนเกิดเป็นอาการแน่นท้องในที่สุด อาหารที่ทำให้เกิดอาการแน่นท้อง อาหารที่ควรระวังในการรับประทานเพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแน่นท้อง อาจมีดังนี้ นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีน้ำตาลแลคโตส น้ำตาล เช่น น้ำตาลฟรุกโตส สารให้ความหวานเทียมอย่างซอร์บิทอล (Sorbitol) ผักและผลไม้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ กะหล่ำดาว กะหล่ำปลี แครอท มะเขือยาว หัวหอม ลูกเกด ลูกพรุน แอปเปิ้ล แอปริคอท ลูกพีช ลูกแพร์ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน