banner

เรื่องน่ารู้ของระบบภูมิคุ้มกัน

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เสริมภูมิคุ้มกัน สำหรับวัยทำงาน ดูแลร่างกายให้พร้อมในทุกวัน

คนวัยทำงานจำนวนไม่น้อยต้องเจอกับพฤติกรรมที่บั่นทอนสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ทั้งการนอนดึก พักผ่อนไม่พอ ความเครียดสะสม กินอาหารไม่เป็นเวลา อยู่ในห้องแอร์ตลอดวัน หรือเดินทางบ่อย จนทำให้รู้สึกอ่อนล้า ป่วยง่าย และฟื้นตัวช้ากว่าเดิม หนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการใช้ชีวิตประจำวันก็คือ “ภูมิคุ้มกัน” เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรง ระบบป้องกันของร่างกายก็จะทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยและทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเสริมภูมิคุ้มกันจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่วัยทำงานควรเริ่มดูแลอย่างสม่ำเสมอ ทำไมคนทำงานจึงควรใส่ใจเรื่องภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันคือระบบป้องกันของร่างกาย ที่ช่วยรับมือกับเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอม และความผิดปกติบางอย่างภายในร่างกาย หากระบบนี้ทำงานได้ดี ร่างกายก็จะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยลงและฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ถ้าภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็อาจทำให้ป่วยง่ายกว่าปกติ สำหรับคนวัยทำงาน พฤติกรรมหลายอย่างในชีวิตประจำวันอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้ เช่น นอนน้อย เครียดสะสม กินอาหารไม่สมดุล ไม่ค่อยออกกำลังกาย สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ป่วยบ่อยเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เหนื่อยง่าย ล้า ฟื้นตัวช้า สมาธิลดลง และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หลายคนอาจเรียกว่า “ภูมิตก” แต่จริง ๆ แล้ว เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังรับมือกับการใช้ชีวิตหนัก ๆ ได้ไม่ดีเท่าเดิม ดังนั้น เรื่องภูมิคุ้มกันจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับวัยทำงาน แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพลังงาน สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน การเริ่มดูแลตัวเองเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายพร้อมทั้งสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน เช็กลิสต์ดูแลภูมิคุ้มกัน สำหรับคนวัยทำงาน การดูแลภูมิคุ้มกันเริ่มได้จากกิจวัตรพื้นฐานที่ทำได้จริงทุกวัน ดังนี้ พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้พอ และพยายามเข้านอนให้เป็นเวลา […]

วัคซีนที่ควรรู้

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เช็กด่วน! วัคซีนที่ควรฉีด เป็นประจำทุกปี มีอะไรบ้าง

การฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปีมีความสำคัญในการช่วยป้องกันโรคที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย และลดความรุนแรงของโรค ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องตัวเองแล้วยังสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในสังคมได้อีกด้วย บทความนี้จะมาแนะนำ เช็กลิสต์ วัคซีนที่ควรฉีด เป็นประจำในแต่ละปี รวมไปถึงวัคซีนกระตุ้นที่ควรได้รับ [embed-health-tool-vaccination-tool] วัคซีนที่ควรฉีด เป็นประจำทุกปี มีอะไรบ้าง 1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ไวรัสทุกปี วัคซีนจึงได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้น ๆ ดังนั้น จึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ คือช่วงก่อนฤดูฝนและฤดูหนาว การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการ อีกทั้งยังช่วยลดการแพร่ระบาดในชุมชนได้อีกด้วย กำหนดการรับวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ ฉีดปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี กลุ่มเป้าหมายที่ควรฉีด เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคปอด หญิงตั้งครรภ์ บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่อยู่ในสถานพยาบาล 2. วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) วัคซีน MMR เป็นชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ ช่วยป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือไม่แน่ใจว่าตัวเองได้รับวัคซีนมาก่อน กำหนดการรับวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ 2 เข็ม สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับ หรือไม่ทราบประวัติการได้รับวัคซีน (ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์) กลุ่มเป้าหมายที่ควรฉีด ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน MMR […]

วัคซีน

วัคซีน MMR ป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน สำคัญกว่าที่คิด!

เคยสงสัยไหมว่าทำไมการฉีดวัคซีน MMR ถึงสำคัญ? วัคซีน MMR คือ วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดบ่อยนัก แต่ก็นับเป็นภัยสุขภาพที่ควรไม่ละเลย การฉีดวัคซีน MMR ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตของเราและคนรอบข้าง จากโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน แต่ยังช่วยลดการระบาดของโรคเหล่านี้ในชุมชน วัคซีน MMR คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? วัคซีน MMR คือ วัคซีนที่รวมเชื้อไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ 3 ชนิด ได้แก่ หัด คางทูม และหัดเยอรมัน ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถต่อต้านโรคเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อจริง ๆ โรคที่วัคซีน MMR สามารถป้องกันได้คือ หัด (Measles): โรคหัดเป็นโรคที่ติดเชื้อทางเดินหายใจที่สามารถทำให้เกิดไข้สูง ไอ และผื่นแดง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิต คางทูม (Mumps): โรคคางทูมทำให้เกิดอาการบวมที่ต่อมน้ำลายและอาจทำให้สูญเสียการได้ยินในบางกรณี หัดเยอรมัน (Rubella): หัดเยอรมันมีอันตรายมากโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแท้งหรือทารกพิการ ความสำคัญของการฉีดวัคซีน MMR การฉีดวัคซีน MMR ช่วยป้องกันโรคที่สามารถส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อทั้งตัวเราและชุมชน […]

ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

วัคซีนบาดทะยัก ผู้ใหญ่ กี่เข็ม และเมื่อไหร่ถึงควรฉีด

เมื่อเกิดแผลบนร่างกายจนเลือดออก หลายคนจะนึกถึง โรคบาดทะยัก โดยเฉพาะตอนที่ถูกของมีคมซึ่งขึ้นสนิมบาดร่างกาย จริง ๆ แล้วโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ป้องกันได้หรือไม่ วัคซีนบาดทะยัก เมื่อฉีดให้ผู้ใหญ่ ต้องฉีดวัคซีนกี่เข็ม  [embed-health-tool-bmi] โรคบาดทะยัก คืออะไร โรคบาดทะยัก (Tetanus) จัดว่าเป็นโรคติดเชื้อที่อยู่ในกลุ่มของโรคทางประสาทและกล้ามเนื้อ สาเหตุของโรคบาดทะยัก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Clostidium tetani ซึ่งเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะผลิต Exotoxin มีพิษต่อเส้นประสาทซึ่งควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ เกิดเป็นอาการหดเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลา อาการเริ่มแรกของโรคบาดทะยัก กล้ามเนื้อขากรรไกรจะเกร็ง จนอ้าปากไม่ได้ โรคบาดทะยัก จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า โรคขากรรไกรแข็ง (Lockjaw) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคอแข็ง หลังแข็ง จากนั้นจะเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วทั้งตัว และเสี่ยงต่ออาการชัก เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ในรูปแบบของสปอร์ พบได้ในดินตามพื้นหญ้า ในสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยมูลสัตว์ และพบได้ในลำไส้ของคนและสัตว์ โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล แบ่งตัวและขับ Exotoxin ออกมา โดยเฉพาะในแผลลึกที่เชื้อจะเจริญแบ่งตัวได้ดี  เช่น  บาดแผลจากตะปูตำ  แผลไฟไหม้  แผลจากน้ำร้อนลวก  เกิดผิวหนังถลอกเป็นบริเวณกว้าง  เกิดบาดแผลในปาก ฟันผุ  เชื้อแบคทีเรียเข้าทางหูที่อักเสบ จากการใช้เศษไม้หรือต้นหญ้าที่มีเชื้อ มาแคะฟันหรือแยงในใบหู อาการของโรคบาดทะยัก ระยะจากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีอาการขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ มีอาการคอแข็ง  หลังจากอาการแรก […]

โรคติดเชื้อเอชพีวี

โรค HPV คืออะไร? วัคซีน HPV ป้องกัน มะเร็งปากมดลูก ได้จริงหรือ?

โรคhpvคืออะไร HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อเอชพีวี อาจทำให้เกิดหูดในร่างกาย แต่เชื้อ HPV บางสายพันธุ์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด การได้รับวัคซีน HPV จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดโรคร้าย  HPV มีกี่ประเภท เชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา (HPV) มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม HPV ชนิดก่อมะเร็ง - เชื้อไวรัส HPV ชนิดก่อมะเร็งมีมากถึง 14 สายพันธุ์ โดย HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 คือ สาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก รองลงมาคือ HPV สายพันธุ์ 45, 31 และ 33  HPV ชนิดไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง - แม้ HPV กลุ่มนี้จะไม่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ เช่น HPV  สายพันธุ์ […]

การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดไหม เพราะอะไร

ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่แพร่ระบาดเป็นประจำในฤดูหนาว เมื่อเป็นแล้วมักมีอาการคล้ายโรคหวัดธรรมดา แต่บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดใหญ่อาจป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน หากถามว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดไหม? คำตอบคือควร เพราะวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตได้ด้วย [embed-health-tool-bmi] ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร ไข้หวัดใหญ่ (Influenza หรือ Flu) เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา เช่น ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม ไข้ขึ้น เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ แต่ในระดับที่รุนแรงกว่า ทั้งนี้ ไข้หวัดใหญ่จัดเป็นโรคที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะในฤดูหนาว และมักหายเองได้ภายใน 7-14 วัน อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดใหญ่อาจเป็นสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น โรคปอดอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดไหม วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นวัคซีนที่ควรฉีด เพราะช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ในอัตรา 40-60 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยลดความรุนแรงของอาการ รวมถึงโอกาสเสียชีวิตจากการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดทุกปี เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่นั้นมักมีการกลายพันธุ์ และการฉีดวัคซีนที่ผลิตใหม่ทุกปี จะช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในปีนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่สามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ควรมีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป […]

ระหว่างตั้งครรภ์

วัคซีนคนท้อง ที่ควรฉีด และวัคซีนที่คนท้องควรเลี่ยง

วัคซีนคนท้อง ที่ควรฉีดขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม คนท้องควรหลีกเลี่ยงวัคซีนชนิดที่ทำมาจากเชื้อเป็น ซึ่งอาจทำให้คนท้องติดเชื้อและส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองและเด็กในท้องได้ [embed-health-tool-pregnancy-weight-gain] วัคซีนคนท้อง ที่ควรฉีด มีอะไรบ้าง วัคซีนคนท้อง ที่ควรฉีดเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพของทั้งคุณแม่และเด็กในท้อง มีดังนี้ วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ (Tdap หรือ TdaP) เป็นวัคซีนเชื้อตายที่ทำจากเชื้อไวรัสที่ถูกฆ่าด้วยความร้อน สารเคมี หรือรังสีในระหว่างกระบวนการสร้างวัคซีนเรียบร้อยแล้ว จึงปลอดภัยทั้งกับคุณแม่และเด็กในท้อง เป็นวัคซีนรวมของทั้งสามโรคดังกล่าว แม้คุณแม่จะเคยได้รับวัคซีนชนิดนี้แล้วโดยเฉพาะวัคซีนบาดทะยักในช่อวงก่อนท้อง แต่จำเป็นไปฉีดวัคซีนชนิดนี้ที่เป็นวัคซีนชนิดรวมอีกครั้งในช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ เพื่อต้องการให้คุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคที่สำคัญคือ โรคไอกรน และมีการส่งต่อภูมิคุ้มกันผ่านรกไปให้กับทารกใครรภ์ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคกับทารกเลยตั้งแต่แรกคลอด และนอกจากนี้หากคุณแม่ติดเชื้อโรคคอตีบอาจทำให้คุณแม่และเด็กในท้องเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือคุณแม่อาจไปฉีดวัคซีนชนิดนี้ในช่วงให้นมก็ได้เช่นกัน และเนื่องจากภูมิคุ้มกันของเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนยังอ่อนแอจนไม่สามารถฉีดวัคซีนชนิดนี้ได้ การฉีดวัคซีนชนิดนี้ในช่วงตั้งครรภ์จึงอาจเหมาะสมที่สุด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ คนท้องสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองและเด็กในท้อง เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อตายที่ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อและสามารถช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี เนื่องจากวัคซีน 1 เข็มสามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ 1 ปี และเชื้อไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปี ไขัหวัดใหญ่เป็นอันตรายต่อคนท้องได้มากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและรุนแรงกว่า หากติดเชื้อขณะท้องอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง […]

โรคติดเชื้อ

ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ ควรฉีดตัวไหนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่พบบ่อย

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการ ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันลดลงลงตามอายุที่มากขึ้น คนวัยสูงอายุมักมีโรคประจำตัวและป่วยได้ง่ายกว่าคนที่ยังอายุน้อย ทั้งยังอาจเสี่ยงติดเชื้อต่าง ๆ เช่น โรคโควิด-19 โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ (โรคปอดบวม) โรคงูสวัด ได้ง่าย และอาการมักรุนแรงจนอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ผู้สูงอายุและครอบครัวจึงควรให้ความสำคัญกับการไปฉีดวัคซีนวัคซีนผู้สูงอายุต่าง ๆ ตามกำหนดหรือตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ป่วยไข้ในวัยที่ต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ [embed-health-tool-bmi] ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ ควรฉีดตัวไหนบ้าง วัคซีนที่ผู้สูงอายุควรได้รับ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ อาจมีดังนี้ วัคซีนโควิด-19 (Coronavirus/COVID-19 vaccine) วัคซีนโควิด-19 สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการ ลดโอกาสในการต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ตลอดจนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตเมื่อเกิดการติดเชื้อได้ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ วัคซีนสารพันธุกรรมหรือเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA vaccine) ที่ทำให้ร่างกายสร้างโปรตีนเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Recombinant viral vector vaccine) ที่ทำให้ไวรัสอ่อนฤทธิ์จนไม่อาจแบ่งตัวได้ วัคซีนจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein subunit vaccine) […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

โรคไวรัสตับอักเสบบี คือโรคอะไร ใครควรได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี และอี โดยไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เป็นชนิดที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยตรง มีเพียงยาที่ช่วยไม่ให้ตับถูกทำลาย โรคไวรัสตับอักเสบบี จึงเป็นโรคที่ควรตรวจคัดกรองเพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว และป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี  [embed-health-tool-vaccination-tool] โรคไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคตับอักเสบชนิดหนึ่ง หรือเกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับ สาเหตุจากการ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) อาจทำให้เซลล์ตับตาย ความรุนแรงของโรคไวรัสตับอักเสบ บี เมื่อเป็นเรื้อรังจะเกิดพังผืด อาจกลายเป็นตับแข็ง นำสู่โรคมะเร็งตับได้  การติดต่อของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี  ส่วนใหญ่การติดต่อของโรคเกิดจากการถ่ายทอดจากแม่ที่ติดเชื้อสู่ทารก ไม่ติดต่อผ่านทางการสัมผัสภายนอก ไม่ติดต่อหลักทางน้ำลาย แต่ติดต่อได้ ดังนี้ สามารถเกิดได้จากการเจาะหรือสักผิวหนัง ด้วยเครื่องมือที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน เชื้อเข้าทางบาดแผล หรือการใช้ยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน  สัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสตับอักเสบบีจะไม่แสดงอาการในทันที แต่จะใช้เวลาฟักตัว 2-3 เดือน จึงเริ่มมีอาการ เช่น เกิดการอ่อนเพลียคล้ายกับโรคหวัด คลื่นไส้ อาเจียน จุกแน่นใต้ชายโครงขวาจากตับโต  สีปัสสาวะเข้มขึ้น […]

โรคติดเชื้อเอชพีวี

วัคซีน HPV ผู้ชายฉีดได้ไหม? ช่วยอะไร?

HPV (Human Papillomavirus) คือไวรัสที่ติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งลำคอ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจคิดว่า HPV ส่งผลกระทบแค่กับผู้หญิงเท่านั้น จึงมองข้ามความสำคัญของการฉีดวัคซีน hpv สำหรับผู้ชายไปได้ บทความนี้จึงอยากจะมาแก้ไขความเข้าใจผิด และนำเสนอให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน HPV ในผู้ชาย [embed-health-tool-vaccination-tool] ผู้ชายควรฉีดวัคซีน hpv ไหม ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV เพื่อช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV อย่างโรคหูดหงอนไก่และโรคมะเร็งต่าง ๆ นอกจากนี้ ผู้ชายบางคนที่ติดเชื้อ HPV อาจไม่แสดงอาการ แต่เป็นพาหะนำเชื้อ HPV ถ่ายทอดไปสู่ผู้อื่นได้ กลุ่มที่ควรได้รับวัคซีน HPV วัคซีน HPV แนะนำสำหรับคนในกลุ่มต่อไปนี้ ผู้ที่อายุระหว่าง 9 - 26 ปี  ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน จำนวนเข็มที่ควรได้รับขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพ ดังนี้ อายุน้อยกว่า 25 ปี - 1 เข็ม อายุ 25 - […]

ทางเลือกเสริมภูมิคุ้มกัน

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพอื่น ๆ
ดูทั้งหมด
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน