โภชนาการพิเศษ

เนื่องจากร่างกายของทุกคนแตกต่างกัน ความต้องการของเราจึงแตกต่างกันด้วย คุณสามารถเสริมคุณค่าทางโภชนาการและพลังงานให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายได้ ด้วยข้อมูล โภชนาการพิเศษ ของเรา

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการพิเศษ

เมื่อป่วยเป็น โรคตับอักเสบ ห้ามกินอะไร อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เนื่องจากโรคตับอักเสบเป็นโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับ เนื้อเยื่อตับถูกทำลาย และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง ผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่อาจเพิ่มการอักเสบของตับและทำให้ตับทำงานหนักขึ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ อาหารที่มีน้ำตาลและเกลือสูง รวมทั้งอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุก โรคตับอักเสบ ห้ามกินอะไร ผู้ป่วยโรคตับอักเสบอาจจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารบางชนิดที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพตับ และอาจทำให้โรคตับอักเสบมีอาการที่รุนแรงขึ้น ดังนี้ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและอาจกลายเป็นโรคอ้วนได้ ซึ่งอาจทำให้ไขมันเข้าไปสะสมในเซลล์ตับมากขึ้นและทำให้ตับบวมจนกลายเป็นโรคไขมันพอกตับ เมื่อเวลาผ่านไปอาจส่งผลให้เนื้อเยื่อตับแข็งตัวและเป็นแผลเป็น ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นโรคตับแข็ง การสะสมของไขมันในตับที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับตับหลายชนิด เช่น โรคตับอักเสบ โรคไขมันพอกตับ ทั้งยังอาจทำให้สุขภาพและการทำงานของตับแย่ลง นอกจากนี้ การสะสมของไขมันในตับยังอาจขัดขวางการออกฤทธิ์ของยาในการรักษาไวรัสตับอักเสบ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยาลดลง อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมันและติดหนัง ครีมเทียม ขนมกรุบกรอบ อาหารทอด ขนมเบเกอรี่ต่าง ๆ อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง อาหารที่มีน้ำตาลสูง การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตับได้ เนื่องจากร่างกายจะใช้น้ำตาลในการสร้างไขมัน ดังนั้น การรับประทานน้ำตาลมากขึ้นอาจส่งผลให้ร่างกายสร้างไขมันที่เป็นอันตรายต่อตับมากขึ้นไปด้วย ส่งผลให้ไขมันสะสมในตับมากขึ้นจนเกิดการอักเสบ การทำงานของตับแย่ลงและนำไปสู่โรคตับหลายชนิด เช่น โรคตับอักเสบ โรคไขมันพอกตับ โรคตับแข็ง นอกจากนี้ การรับประทานน้ำตาลในปริมาณมากยังอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง และอาจก่อให้เกิดโรคอีกหลายชนิด เช่น โรคเบาหวานชนิดที่  2 โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด […]

หัวข้อ โภชนาการพิเศษ เพิ่มเติม

โภชนาการพิเศษ

ดีท็อกลำไส้ (Detox) เป็นวิธีการล้างสารพิษในร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการสนับสนุนการทำงานในลำไส้ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียดีในลำไส้ที่ช่วยในการย่อยอาหาร เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษตกค้างออกมาผ่านการอุจจาระ ซึ่งอาจช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูกและลดแก๊สในกระเพาะอาหาร รวมถึงอาการอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับสารพิษสะสมในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น สิว โรคภูมิแพ้ การติดเชื้อ กรดในกระเพาะอาหาร หงุดหงิดง่าย คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย ความรู้สึกไม่สดชื่น [embed-health-tool-bmr] 5 อาหารที่ช่วยดีท็อกลำไส้ อาหารที่อาจช่วย ดีท็อกลำไส้ และส่งผลดีต่อสุขภาพ อาจมีดังนี้ ผักและผลไม้ ผักและผลไม้หลายชนิดอุดมไปด้วยใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งอาจช่วยล้างสารพิษในลำไส้ผ่านทางอุจจาระ และยังช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นและขับถ่ายได้ดีขึ้น โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของผลไม้และใยอาหารที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ พบว่า การบริโภคผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยใยอาหาร ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ที่มีหน้าที่ในการย่อยอาหาร ทั้งยังส่งผลดีต่อการเคลื่อนไหวลำไส้ จึงอาจมีส่วนช่วยในการปกป้องสุขภาพทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น ช่วยป้องกันอาการท้องผูก อาการลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้อักเสบ โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังอาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ตัวอย่างผักและผลไม้ที่นิยมรับประทานเพื่อช่วยดีท็อกลำไส้ มีดังนี้ มะนาว […]

โภชนาการพิเศษ

อาหารที่ย่อยง่าย เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงสุขภาพทางเดินอาหาร โดยเฉพาะผู้ป่วยพักฟื้นหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะอาหาร ท้องผูก ท้องเสีย โดยอาหารที่ย่อยง่ายอาจมีลักษณะอ่อนนุ่ม ไขมันต่ำ เส้นใยต่ำ ความเป็นกรดต่ำ เคี้ยวง่ายและกลืนง่าย ซึ่งอาจช่วยให้ลำไส้และระบบทางเดินอาหารทำงานน้อยลง ทั้งยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารเพื่อใช้เป็นพลังงานได้เร็วและดียิ่งขึ้น อาหารที่ย่อยง่าย คืออะไร อาหารย่อยง่าย คือ อาหารที่มีใยอาหารต่ำ ความเป็นกรดต่ำ อ่อนนุ่ม ผ่านการปรุงสุก บด หั่นหรือปั่น จนรับประทานได้ง่ายและอ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร เมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายอาจช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานน้อยลงและช่วยลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง ร่างกายอาจดูดซึมสารอาหารได้ง่ายและเร็วขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที อาหารที่ย่อยง่าย เหมาะกับใคร อาหารที่ย่อยง่ายเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหาร ส่งเสริมสุขภาพลำไส้หรือต้องการรับพลังงานและสารอาหารโดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยพักฟื้น ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ปัญหาลำไส้และระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการอาจจำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายเพื่อสุขภาพที่ดี โดยปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อาจมีดังนี้ โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบของลำไส้และกระเพาะอาหาร เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร กระเพาะเป็นแผล โรคลำไส้อักเสบ โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ อาการลำไส้แปรปรวน โรคเหล่านี้อาจทำให้ลำไส้และกระเพาะอาหารอักเสบหรือเป็นแผล ซึ่งอาจส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารไม่ดีเท่าที่ควร การรับประทานอาหารย่อยง่ายจึงช่วยส่งเสริมการทำงานของลำไส้และกระเพาะอาหารให้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยให้ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร […]

โภชนาการพิเศษ

กินอะไรไม่อ้วน เป็นคำถามที่ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักอาจสงสัย เพราะในปัจจุบันมีอาหารมากมายให้เลือกกิน อย่างไรก็ตาม ควรกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันดี ผักและผลไม้ รวมถึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยให้กระบวนการทำงานของร่างกายเป็นปกติ ทั้งนี้ อาจจำเป็นต้องเลือกชนิดของอาหารที่ให้ประโยชน์กับร่างกายอย่างสูงสุดและควบคุมสัดส่วนการกินอาหารให้เหมาะสม [embed-health-tool-bmr] กินอะไรไม่อ้วน เพื่อหุ่นสวยและสุขภาพที่ดี สำหรับอาหารที่กินแล้วไม่อ้วนและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาจมีดังนี้ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก การเปลี่ยนมาเลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เนื่องจาก มีน้ำตาลน้อย อุดมไปด้วยแป้งต้านทาน (Resistant Starches) ซึ่งเป็นแป้งที่ทนต่อการย่อยและการดูดซึม ทั้งยังอุดมไปด้วยใยอาหารที่มีส่วนช่วยในการชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมันเข้าสู่กระแสเลือด โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของเส้นใยอาหารและส่วนประกอบที่มีต่อระบบเผาผลาญ พบว่า ใยอาหารและธัญพืชไม่ขัดสีอุดมไปด้วยสารประกอบหลายชนิด เช่น แป้งต้านทาน วิตามิน แร่ธาตุ สารพฤษเคมี สารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติทนต่อการย่อยสลายและอาจช่วยชะลอการดูดซึมสารอาหารอย่างน้ำตาลและไขมันในลำไส้เล็ก ซึ่งอาจช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบเผาผลาญที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ โฮลเกรน ขนมปังโฮลวีท ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี […]

โภชนาการพิเศษ

การรับประทานอาหาร มีความสำคัญอย่างมากกับสุขภาพหัวใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ หรือหากเป็นโรคหัวใจอยู่ ก็อาจส่งผลให้อาการที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ดังนั้น จึงควรศึกษาเกี่ยวกับอาหารโรคหัวใจ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ควรรับประทานและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อช่วยรักษาสุขภาพหัวใจ และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย [embed-health-tool-bmr] อาหารโรคหัวใจที่ควรรับประทาน อาหารโรคหัวใจที่ควรรับประทาน มีดังนี้ ผักและผลไม้ ผักและผลไม้เป็นแหล่งรวมวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร อีกทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ จึงอาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จากการศึกษาในวารสาร Annals of Internal Medicine ปี พ.ศ. 2544 ที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผักและผลไม้ในการลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยติดตามผลสุขภาพในผู้หญิง 84,251 คน อายุระหว่าง 34-59 ปี เป็นเวลา 14 ปี และผู้ชาย 42,148 คน อายุระหว่าง 40-57 ปี เป็นเวลา 8 ปี พบว่า ผู้ที่รับประทานผักและผลไม้ 1 เสิร์ฟ/วัน อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลง 4 % โดยเฉพาะการรับประทานผักใบเขียวและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม […]

โภชนาการพิเศษ

อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน มักอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินเอ สังกะสี โปรตีน โพรไบโอติกส์ (Probiotics) พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยอาหารสร้างภูมิคุ้มกันอาจมีส่วนช่วยในการส่งเสริมความแข็งแรงและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ส่งเสริมสุขภาพและปกป้องร่างกายจากเชื้อก่อโรคต่าง ๆ ดังนั้น การรับประทานอาหารที่หลากหลายเป็นประจำทุกวันจึงอาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี [embed-health-tool-bmr] ภูมิคุ้มกัน คืออะไร ภูมิคุ้มกัน คือ กลไกความสามารถของร่างกายในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรค เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สัมผัสอยู่เป็นประจำ เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะสร้างแอนติบอดี (Antibody) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นในการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อต้านเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ และทำหน้าที่ปกป้องร่างกายไม่ให้กลับมาติดเชื้อเดิมซ้ำอีก หากร่างกายมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ติดเชื้อบ่อยครั้ง และอาจมีอาการติดเชื้อที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง การติดเชื้อที่ผิวหนัง โรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปัญหาทางเดินอาหาร การเจริญเติบโตและพัฒนาการล่าช้า 5 อาหารสร้างภูมิคุ้มกัน สารอาหารที่อาจช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อาจมีดังนี้ วิตามินซี วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดขาว มีส่วนช่วยในการปกป้องภูมิคุ้มกันโดยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ของระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังสนับสนุนการทำงานของเยื่อบุผิวที่ต่อต้านเชื้อโรคและลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ก่อให้เกิดการอักเสบเนื่องจากการทำลายของอนุมูลอิสระจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ฝุ่น […]

โภชนาการพิเศษ

ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม ควรรับประทานอาหารเสริมหรือแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินซี วิตามินดี เบต้าแคโรทีน แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ไขมันดี กรดไขมันโอเมก้า 3 และไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงรักษามวลกระดูก เสริมความแข็งแรงและป้องกันการอักเสบ ทั้งยังอาจช่วยลดความรุนแรงของอาการข้อเข่าเสื่อม และอาจช่วยป้องกันการเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้ด้วย ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis หรือ OA) คือ โรคที่ส่งผลกระทบต่อข้อต่อขนาดใหญ่ เช่น หัวเข่า สะโพก ข้อมือ ข้อต่อหัวแม่มือ กระดูกสันหลัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสลายตัวและการอักเสบของกระดูกอ่อนข้อต่อ ส่งผลทำให้มีอาการเจ็บปวด ไม่สบายตัว และอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วย ข้อเข่าเสื่อม ควรรับประทานอาหารเสริมอะไร ข้อเข่าเสื่อมควรรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูก รักษาความแข็งแรงและป้องกันการอักเสบของกระดูกข้อต่อ ซึ่งอาจมีดังนี้ วิตามินเค วิตามินเคอาจช่วยป้องกันการเกิดหินปูนและการอักเสบของกระดูกอ่อนข้อต่อ จึงอาจช่วยป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ศึกษาเกี่ยวกับวิตามินเคกับโรคข้อเข่าเสื่อม พบว่า วิตามินเคเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นการปล่อยโปรตีนที่ช่วยควบคุมการเกิดหินปูนในข้อต่อกระดูกอ่อน นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการอักเสบของเซลล์เม็ดเลือดขาว จึงอาจช่วยป้องกันการอักเสบและอาจป้องกันการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ โดยปริมาณวิตามินเคที่ควรได้รับในแต่ละวัน คือ 120 มิลลิกรัม/วัน โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเค ได้แก่ ไข่แดง […]

โภชนาการพิเศษ

อาหารบำรุงตับ เป็นอาหารที่อาจช่วยปรับสมดุลและเสริมสร้างการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่ดีต่อตับ อาจช่วยปกป้องตับจากสารพิษ ไขมัน แป้ง ซึ่งส่งผลทำให้ตับทำงานหนักและอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคตับและมะเร็งตับได้ [embed-health-tool-”bmi”] อาหารบำรุงตับ ที่ควรรับประทาน กาแฟ มีงานวิจัยหนึ่งระบุว่า กาแฟ อาจช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์ตับ ในการกำจัดสารก่อมะเร็งในร่างกาย นอกจากนี้การดื่มกาแฟทุกวันอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคตับเรื้อรัง ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับ และปัญหาตับอื่น ๆ เช่น โรคไขมันพอกตับ (Non-alcoholic fatty liver disease :NAFLD) ชาเขียว งานวิจัยหนึ่งระบุว่า ชาเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า คาเทชิน (Catechins) ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับ และมะเร็งบางชนิด ทั้งนี้การดื่มชาเขียวแท้จากธรรมชาติ อาจส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าสารสกัดจากชาเขียว หรือชาเขียวแปรรูป เพราะการสกัดหรือการแปรรูปอาจทำลายคุณประโยชน์ในชาเขียวได้ ถั่ว ถั่ว อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ สารเหล่านี้อาจช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง และมีงานวิจัยระบุว่า อาจช่วยป้องกันโรคไขมันพอกตับได้ และลดการอักเสบได้อีกด้วย ข้าวโอ๊ต งานวิจัยหนึ่งระบุว่า ข้าวโอ๊ต มีเบต้ากลูแคน (Beta-glucans) สูง และมีเส้นใยอาหารที่ช่วยในการย่อย ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินและไขมันหน้าท้อง ซึ่งอาจทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้นและช่วยป้องกันโรคตับได้ นอกจากนี้เบต้ากลูแคนยังมีฤทธิ์ช่วยปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการอักเสบ และช่วยป้องกันโรคอ้วนและโรคเบาหวานได้อีกด้วย ควรรับประทานข้าวโอ๊ตเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการแปรรูป เพราะข้าวโอ๊ตแปรรูปอาจเติมแป้ง หรือน้ำตาลที่ส่งผลเสียต่อตับได้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ […]

โภชนาการพิเศษ

เมื่อพูดถึง อาหารคลีนกับอาหารเพื่อสุขภาพ แน่นอนว่า มันต้องเป็นอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างแน่นอน แล้วคงมีหลาย ๆ คนที่เข้าใจว่าอาหารคลีนกับอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอาหารชนิดเดียวกัน แต่ความจริงแล้ว อาหารคลีน กับอาหารเพื่อสุขภาพ นั้นมีความแตกต่างกัน แต่จะแตกต่างอย่างไรนั้น ทาง Hello คุณหมอได้นำข้อมูลเรื่องนี้มาฝากกัน [embed-health-tool-”bmr”] ความแตกต่างระหว่าง อาหารคลีน กับอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารคลีนกับอาหารเพื่อสุขภาพ ล้วนเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของคุณทั้งนั้น ถึงอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อปรับประทานเข้าไป แต่ความจริงแล้ว อาหารทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างระหว่าง อาหารคลีนและอาหารเพื่อสุขภาพ มีดังนี้ อาหารคลีน คืออะไร อาหารคลีน (Clean Food) คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งที่น้อยที่สุด โดยอาจจะลดเครื่องปรุง หรือไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ เลยก็ได้ รสชาติของอาหารจะจืดชืด จึงอาจไม่ค่อยถูกปากคนไทยสักเท่าไหร่ อาหารคลีนจะมีแบบแผนที่ชัดเจนว่า ในอาหารควรมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์เท่าไหร่ มีคาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ ควรใส่เครื่องปรุงเท่าไหร่ การรับประทานอาหารคลีนจะทำให้คุณได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยปราศจากสารปนเปื้อน อาหารเพื่อสุขภาพ คืออะไร อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) เป็นรูปแบบของการรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพของร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงอารมณ์ […]

โภชนาการพิเศษ

อาหารสร้างกล้ามเนื้อ เป็นอาหารสำหรับคนที่อยากมีมวลน้ำหนักร่างกายที่เหมาะสม และกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพราะการหมั่นออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรศึกษาถึงอาหารที่ควรเลือกรับประทานในการช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่วมด้วย  ซึ่งมีอยู่อย่างหลากหลาย รวมทั้งทำความเข้าใจประเภทของกล้ามเนื้อในร่างกายที่ต้องการอาหารไปเสริมสร้างเพิ่มมวลกล้าม ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่กล้ามแขนเพียงอย่างเดียว กล้ามเนื้อ มีความสำคัญอย่างไร กล้ามเนื้อที่มากกว่า 600 มัด ภายในร่างกายของมนุษย์เรานั้น มักประกอบด้วยเส้นใย เส้นเอ็น และยังถูกแบ่งออกเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ตามอวัยวะต่าง ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่นทุกอิริยาบถ เช่น เดิน วิ่ง กระโดด เป็นต้น โดยผ่านการควบคุมการหด และยืดตัวจากเซลล์ประสาทสั่งการ ที่สำคัญเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ อาจจำเป็นต้องบริหารร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ และช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินไปในตัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ประเภทของกล้ามเนื้อ ในร่างกาย เนื่องจากกล้ามเนื้อมีอยู่แทบทุกส่วนในร่างกาย อาจแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้ กล้ามเนื้อโครงร่าง คือกล้ามเนื้อที่อยู่ในส่วนภายนกของร่างกาย บริเวณแขน ขา รวมไปถึงบริเวณกระดูกทั้งหมด โดยจะทำหน้าที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น และยังเป็นกล้ามเนื้อที่มีเส้นเอ็นที่แข็งแรงเชื่อมต่อไปยังบริเวณข้อต่อ ทำให้คงความสมดุลของอวัยวะต่าง ๆ ได้ขณะที่ร่างกายขยับ กล้ามเนื้อลาย เป็นกล้ามเนื้อที่มักประกอบไปด้วยเส้นใยกล้ามเนื้อเรียงกันเป็นเส้น ๆ จำนวนมาก […]

โภชนาการพิเศษ

สุขภาพหัวใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการบำรุงและดูแลอยู่เสมอ เพื่อให้หัวใจแข็งแรง และปราศจากความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังอย่าง โรคหัวใจ หัวใจวาย หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง โดยเฉพาะการรับประทาน ผลไม้บำรุงหัวใจ ที่มีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจได้มากขึ้น แต่ผลไม้ชนิดไหนดีต่อหัวใจบ้าง Hello คุณหมอ มีคำตอบค่ะ ผลไม้บำรุงหัวใจ มีอะไรบ้าง อะโวคาโด ระดับคอเลสเตอรอลที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจ แต่การรับประทานอะโวคาโดซึ่งอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวเป็นประจำ มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ มากไปกว่านั้น อะโวคาโดยังมีสารโพแทสเซียมซึ่งมีส่วนช่วยคลายผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงของความดันโลหิตที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยสารเควอซิทิน (Quercetin) ที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย และช่วยป้องกันการอุดตันของเลือดด้วย มากไปกว่านั้น แอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์สูง การรับประทานไฟเบอร์เป็นประจำ มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี หรือLDL (Low-Density Lipoproteins) รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกโพลีฟีนอล และฟลาโวนอยด์ที่มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด โรคหัวใจ เบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ หรือแบล็คเบอร์รี่ ต่างก็อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยป้องกันความเครียดจากออกซิเดชั่นและการอักเสบที่หัวใจ มากไปกว่านั้น ยังมีวิตามินซีและให้ไฟเบอร์สูง มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิด โรคหัวใจ เกรปฟรุต เกรปฟรุตเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ที่สำคัญคือให้คอเลสเตอรอลชนิดดี หรือ HDL (High Density […]