โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับหน้าร้อน ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก" มากกว่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจนึกถึงการไปเที่ยวทะเลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) หน้าร้อนกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนาน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ คนที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิด "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า! ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลไกภายในร่างกายที่ทำงานผิดปกติไปเนื่องจากไขมันส่วนเกิน  Hello Khunmor จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่คนอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี "ชั้นไขมัน" กับการระบายความร้อนของร่างกาย ในสภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกผ่านทางการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำพาความร้อนจากภายในสู่ภายนอก ทำไมคนอ้วนถึงทนความร้อนได้น้อยกว่า? ตามหลักสรีรวิทยา ไขมันมีคุณสมบัติเป็น "ฉนวนกันความร้อน" (Thermal Insulator) ที่ดีเยี่ยม ชั้นไขมันหนา ๆ จะช่วยกักเก็บความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกายเพื่อความอยู่รอดในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและมีภาวะโรคอ้วน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่หนาเกินไปจะทำให้ความร้อนจากภายในระบายออกมาสู่ผิวหนังได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อมวลร่างกายน้อยกว่าคนที่มีรูปร่างสมส่วน หมายความว่าร่างกายมีพื้นที่ในการระบายความร้อน (ผ่านเหงื่อ) น้อยลง เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ร่างกายผลิตขึ้นและกักเก็บไว้ภายใน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของคนอ้วนพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนปกติเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศที่ร้อนจัด ภาระของหัวใจที่หนักขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association - AHA) ระบุว่า ความร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของปลา และข้อควรระวังในการบริโภค

ปลาเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนและไขมันดีสูง โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวอย่างกรดโอเมก้า 3 ประโยชน์ของปลา ต่อสุขภาพของผู้บริโภคมีหลายประการ เช่น อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคหอบหืด ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานในเด็ก ทั้งนี้ ควรศึกษาข้อควรระวังของการบริโภคปลา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อรับประทานปลาไม่ถูกวิธี คุณค่าทางโภชนาการของปลา ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยในการทำงานของร่างกาย เช่น วิตามินบี 3 (ไนอาซิน) วิตามินดี เหล็ก ฟอสฟอรัส ปลามีส่วนช่วยในการบำรุงกล้ามเนื้อ อวัยวะ และหลอดเลือด ทั้งยังช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้ โปรตีนในปลายังมีส่วนช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ และการเจริญเติบโตของเส้นผม อีกทั้งปลายังอุดมไปด้วยไอโอดีน ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง การบริโภคปลาจึงช่วยเพิ่มปริมาณไอโอดีนที่ส่งผลดีต่อการทำงานของระบบต่อมไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น ความอยากอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน ให้เป็นปกติ ปลาที่นิยมบริโภคมีด้วยกันหลายชนิด ทั้งปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็ม ปลาน้ำจืดที่คนนิยมบริโภค เช่น ปลาดุก ปลาสวาย ปลานิล ปลาทับทิม ส่วนปลาน้ำเค็มที่คนนิยมบริโภค เช่น ปลาแซลมอน ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาสำลี ทั้งนี้ คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ของปลาแต่ละตัวอาจแตกต่างกันไป […]


ข้อมูลโภชนาการ

biotin ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

biotin หรือไบโอติน เป็นวิตามินชนิดหนึ่ง เรียกว่าวิตามินบี 7 หรือวิตามิน H ซึ่งเป็นประเภทวิตามินบีรวมที่ละลายในน้ำ พบได้ในอาหารจำพวกผักและธัญพืช เช่น กะหล่ำ เห็ด ถั่วลิสง และในรูปแบบอาหารเสริม มีความสำคัญต่อการทำงานของเอนไซม์ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีนนอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์และสนับสนุนการทำงานของยีนในร่างกายอีกด้วย [embed-health-tool-bmi] ประโยชน์ของ biotin ไบโอตินมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของ ไบโอตินในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยจัดการโรคเบาหวาน การรับประทาน biotin อาจมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดไขมันในเลือด ซึ่งอาจช่วยจัดการกับโรคเบาหวานได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของไบโอตินต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความเข้มข้นของไขมันในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ตีพิมพ์ใน Oman Medical Journal พ.ศ. 2556 นักวิจัยให้ผู้ป่วยรับประทานยาเสริมไบโอตินเป็นระยะเวลา 3 เดือน เมื่อการทดลองสิ้นสุดลง พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานยาเสริมไบโอตินมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย จึงสรุปว่า การรับประทานไบโอตินอาจมีส่วนช่วยลดความเข้มข้นของไขมันในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผม ผิวและเล็บ biotin มีคุณสมบัติเสริมความแข็งแรงให้รากผม จึงช่วยป้องกันอาการผมร่วง ผมบาง เล็บเปราะและเป็นผื่นผิวหนังได้ ดังนั้น การรับประทาน ไบโอตินจึงอาจช่วยเสริมความแข็งแรงของผมและทำให้ผมมีสุขภาพดีขึ้น งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของไบโอตินสำหรับผมร่วง […]


ข้อมูลโภชนาการ

ไบโอติน คืออะไร มีประโยชน์และข้อควรระวังอะไรบ้าง

ไบโอติน (Biotin) คือ วิตามินบี 7 สามารถพบได้ในอาหารต่าง ๆ เช่น เนื้อสัตว์ ปลา พืชตระกูลถั่ว และผักบางชนิด นอกจากนี้ ยังมีในรูปแบบอาหารเสริมแบบเม็ดหรือแคปซูลที่สะดวกต่อการรับประทาน ไบโอตินมีบทบาทสำคัญที่อาจช่วยบำรุงเส้นผมและดวงตา และอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท [embed-health-tool-bmi] ไบโอติน คืออะไร ไบโอติน คือ วิตามินบี 7 มีบทบาทสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน อีกทั้งยังอาจช่วยบำรุงผิวหนัง เล็บ เส้นประสาท ทางเดินอาหาร และเซลล์เนื้อเยื่อทั่วทั้งร่างกาย ช่วยป้องกันเล็บเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ไบโอตินเป็นวิตามินที่สามารถละลายน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถกักเก็บวิตามินชนิดนี้ไว้ได้นาน ทำให้จำเป็นต้องได้รับจากอาหารที่รับประทาน เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ พืชตระกูลถั่ว ผักใบเขียว ธัญพืช เห็ด ชีส แครอท หากร่างกายขาดไบโอติน อาจส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหาร ผมร่วง ผื่นผิวหนัง ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ระดับคอเลสเตอรอลสูง เหนื่อยล้า และกล้ามเนื้ออ่อนแอลง ที่อาจนำไปสู่ภาวะอัมพาตครึ่งซีกได้ ประโยชน์ของการรับประทานไบโอติน ไบโอตินมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของไบโอติน ในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยบำรุงเล็บ การรับประทานไบโอตินอาจช่วยบำรุงเล็บ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ชาดำ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ชาดำ เป็นชาจากการนำใบชาสายพันธุ์ Camellia sinensis ไปหมักบ่มแล้วนำไปตากแห้งหรืออบแห้ง จนได้ชาที่มีลักษณะเป็นสีแดงเข้มไปจนถึงเกือบดำ และมีรสขมเล็กน้อย ชาดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและลำไส้ และอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม ชาดำอาจมีคาเฟอีนสูง การดื่มชาดำมากเกินไปจึงอาจส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็ว นอนหลับยาก เพื่อความปลอดภัยจึงควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม [embed-health-tool-bmr] คุณค่าทางโภชนาการของชาดำ ชาดำมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยป้องกันการอักเสบจากอนุมูลอิสระที่อาจส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังอาจมีสารประกอบต่าง ๆ ดังนี้ คาเฟอีน กรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ธีโอฟิลลีน (Theophylline) ธีโอโบรมีน (Theobromine) คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)  ฟลูออไรด์ (Fluoride) อะลูมิเนียม (Aluminium) ประโยชน์ของชาดำ ชาดำมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของชาดำในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจช่วยเพิ่มสมาธิ ชาดำมีคาเฟอีนและกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน (L-Theanine) ที่อาจช่วยทำให้ร่างกายและสมองตื่นตัว ทำให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบทางจิตของสารประกอบในชาอย่าง คาเฟอีนและแอล-ธีอะนีน ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition Reviews ปี พ.ศ. 2551 […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

Atkins diet คืออะไร มีความเสี่ยงอย่างไร

Atkins diet หรืออาหารแบบแอตกินส์ คือ รูปแบบการรับประทานอาหารโดยการลดอาหารจำพวกแป้ง เช่น ข้าวขาว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น มันฝรั่ง กล้วย แอปเปิ้ล โดยมีจุดประสงค์เพื่อการลดน้ำหนักและเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารแบบแอตกินส์อาจส่งผลให้ร่างกายขาดพลังงาน และอาจมีอาการปวดหัว อ่อนเพลีย และระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ [embed-health-tool-bmr] Atkins diet คืออะไร Atkins diet หรืออาหารแบบแอตกินส์ คือ การรับประทานอาหารที่จำกัดการรับประทานอาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต แต่เน้นการรับประทานโปรตีนและไขมันแทน เป็นรูปแบบการรับประทานอาหารที่ถูกคิดค้นขึ้นโดย ดร.โรเบิร์ต ซี แอตกินส์ (Robert C. Atkins) ปี พ.ศ. 2515 โดยมีจุดประสงค์เพื่อการลดน้ำหนัก และป้องกันหรือปรับปรุงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อถกเถียงว่า การรับประทานอาการแบบแอดกินส์อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิด ภาวะคีโตซีส (Ketosis) เนื่องจากร่างกายมีคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแหล่งพลังงานหลักไม่เพียงพอต่อการเผาผลาญจึงดึงเอาไขมันสะสมมาเผาผลาญเพื่อใช้เป็นพลังงานแทน ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เหนื่อยล้า […]


ข้อมูลโภชนาการ

มะม่วงหิมพานต์ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

มะม่วงหิมพานต์ หรือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีผลลักษณะคล้ายชมพู่หรือลูกแพร์ ปลายผลมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด ซึ่งสามารถรับประทานได้ทั้งผลและเมล็ด มะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารหลายชนิดที่อาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ ป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วในถุงน้ำดี และอาจช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงหิมพานต์ มะม่วงหิมพานต์ ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 553 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น ไขมัน 43.85 กรัม คาร์โบไฮเดรต 30.19 กรัม โปรตีน 18.22 กรัม น้ำตาล 5.91 กรัม ไฟเบอร์ 3.3 กรัม นอกจากนี้ มะม่วงหิมพานต์ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี แมกนีเซียม แมงกานีส สังกะสี ทองแดง ซีลีเนียม (Selenium) ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก แคลเซียม โซเดียม ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีต่อสุขภาพ มะม่วงหิมพานต์มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์ในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ส้มโอ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ส้มโอ เป็นผลไม้ตระกูลส้ม มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสด นำมาเชื่อมเป็นของหวาน หรือกวนแล้วปรุงรสเป็นส้มโอ 3 รสก็ได้เช่นกัน ส้มโออุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบของเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ทั้งยังอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยต้านริ้วรอย ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อราและอาจช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของส้มโอ ส้มโอ ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 38 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต 10 กรัม ไฟเบอร์ 1 กรัม โปรตีน 0.8 กรัม วิตามินซี 61 มิลลิกรัม แคลเซียม 4 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ส้มโอยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินบี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก โซเดียม แมงกานีส แมกนีเซียม ทองแดง ประโยชน์ของส้มโอที่มีต่อสุขภาพ ส้มโอมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของส้มโอในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจดีต่อสุขภาพหัวใจ เปลือกส้มโออุดมไปด้วยสารประกอบหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) คูมาริน […]


โภชนาการพิเศษ

ข้อเข่าเสื่อม ควรรับประทานอาหารเสริมอะไร เพื่อส่งเสริมสุขภาพกระดูก

ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม ควรรับประทานอาหารเสริมหรือแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินซี วิตามินดี เบต้าแคโรทีน แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ไขมันดี กรดไขมันโอเมก้า 3 และไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงรักษามวลกระดูก เสริมความแข็งแรงและป้องกันการอักเสบ ทั้งยังอาจช่วยลดความรุนแรงของอาการข้อเข่าเสื่อม และอาจช่วยป้องกันการเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้ด้วย ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis หรือ OA) คือ โรคที่ส่งผลกระทบต่อข้อต่อขนาดใหญ่ เช่น หัวเข่า สะโพก ข้อมือ ข้อต่อหัวแม่มือ กระดูกสันหลัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสลายตัวและการอักเสบของกระดูกอ่อนข้อต่อ ส่งผลทำให้มีอาการเจ็บปวด ไม่สบายตัว และอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วย ข้อเข่าเสื่อม ควรรับประทานอาหารเสริมอะไร ข้อเข่าเสื่อมควรรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูก รักษาความแข็งแรงและป้องกันการอักเสบของกระดูกข้อต่อ ซึ่งอาจมีดังนี้ วิตามินเค วิตามินเคอาจช่วยป้องกันการเกิดหินปูนและการอักเสบของกระดูกอ่อนข้อต่อ จึงอาจช่วยป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ศึกษาเกี่ยวกับวิตามินเคกับโรคข้อเข่าเสื่อม พบว่า วิตามินเคเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นการปล่อยโปรตีนที่ช่วยควบคุมการเกิดหินปูนในข้อต่อกระดูกอ่อน นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการอักเสบของเซลล์เม็ดเลือดขาว จึงอาจช่วยป้องกันการอักเสบและอาจป้องกันการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ โดยปริมาณวิตามินเคที่ควรได้รับในแต่ละวัน คือ 120 มิลลิกรัม/วัน โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเค ได้แก่ ไข่แดง […]


ข้อมูลโภชนาการ

แอปเปิ้ลเขียว ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

แอปเปิ้ลเขียว เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีรสชาติเปรี้ยวกว่าแอปเปิ้ลแดงเล็กน้อยและมีน้ำตาลน้อยกว่าแอปเปิ้ลสีอื่น ทั้งยังอุดมไปด้วยใยอาหารที่อาจช่วยควบคุมน้ำหนัก และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบของเซลล์และเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจดีต่อสุขภาพหัวใจและระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งอาจช่วยป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจและอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของแอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลเขียว ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 52 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น น้ำ 86% คาร์โบไฮเดรต 13.8 กรัม น้ำตาล 10.4 กรัม ไฟเบอร์ 2.4 กรัม โปรตีน 0.3 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม นอกจากนี้ แอปเปิ้ลเขียวยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ฟลูออไรด์ เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม โซเดียม ลูทีน (Lutein) ซีแซนทีน (Zeaxanthin) ประโยชน์ของแอปเปิ้ลเขียวที่มีต่อสุขภาพ แอปเปิ้ลเขียวมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของแอปเปิ้ลเขียวในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อาจดีต่อสุขภาพหัวใจ แอปเปิ้ลเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดโดยเฉพาะสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) […]


ข้อมูลโภชนาการ

เนื้อวัว ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

เนื้อวัว เป็นสารอาหารหลักประเภทโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงรักษามวลกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและให้พลังงานแก่ร่างกาย นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่อาจช่วยปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงเลือด และปรับปรุงการทำงานของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น ระบบประสาท การเต้นของหัวใจ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อวัว เนื้อวัวปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน 26 กรัม ไขมัน 15 กรัม คอเลสเตอรอล 90 มิลลิกรัม โซเดียม 72 มิลลิกรัม นอกจากนี้ เนื้อวัวยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส โพแทสเซียม ทองแดง ซีลีเนียม (Selenium) สังกะสี ประโยชน์ของเนื้อวัวที่มีต่อสุขภาพ เนื้อวัวมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของเนื้อวัวในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อวัวอุดมไปด้วยโปรตีนที่อาจช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและรักษามวลกล้ามเนื้อในร่างกาย โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน