home

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

พัฒนาการของ เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน (2-6 ปี) เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เด็กวัยนี้ต้องการการดูแลเอาใจใส่ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านโภชนาการ การฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ทั้งทักษะการขับถ่าย ทักษะการสื่อสาร เป็นต้น

ความรู้ทั่วไป

บทความ เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ในช่วงที่ลูกน้อยกำลังหัดเดิน อาหารถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญต่อพัฒนาการของพวกเขา ยิ่งอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับร่างกาย เพราะร่างกายต้องนำเอาธาตุเหล็กไปใช้ใรการผลิตฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดแดง แล้ว อาหารสำหรับลูกน้อยวัยหัดเดิน ที่อุดมด้วยธาตุเหล็กมีอะไรบ้าง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน อาหารสำหรับลูกน้อยวัยหัดเดิน ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า 'ธาตุเหล็ก' (Iron) ถือเป็นสารอาหารที่สำคัญ เนื่องจากร่างกายจะต้องใช้ธาตุเหล็กในการผลิตฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่ช่วยให้เลือดของคุณนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์อื่นๆ ในร่างกาย โดยธาตุเหล็กนั้น จำเป็นสำหรับ ให้ออกซิเจนแก่ร่างกาย การเผาผลาญของกล้ามเนื้อ รักษาเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน การเจริญเติบโตทางกายภาพ การพัฒนาเส้นประสาท การทำงานของเซลล์ ผลิตฮอร์โมนบางชนิด กด้ ในส่วนของ อาหารสำหรับลูกน้อยวัยหัดเดิน ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อสัตว์และสัตว์ปีกมีธาตุเหล็กในรูปแบบฮีม (Heme Iron) จำนวนมาก ซึ่งง่ายต่อการย่อยของร่างกาย โดยเฉพาะเนื้อวัว อวัยวะของสัตว์ (Organ Meats) และตับ จะมีธาตุเหล็กมาก นอกจากนี้ ไก่สีเข้มและเนื้อไก่ง่วงก็เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กเช่นกัน ดังนั้น คุณลองทำสตูว์ที่มีเนื้อไม่ติดมัน นุ่ม และสุก ให้ลูกน้อยวัยหัดเดินกินก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้ตัดส่วนที่เป็นไขมันออกเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากส่วนที่เป็นไขมันนั้นเป็นส่วนที่มีธาตุเหล็กน้อยมาก หรือไม่เช่นนั้นลองทำสปาเก็ตตี้ผัดซอสมะเขือเทศก็ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ดีเช่นกัน ธัญพืชเสริม (Fortified Cereals) ธัญพืชเสริมและข้าวโอ๊ต ถือเป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่จะช่วยให้ลูกน้อยวัยหัดเดินได้รับธาตุเหล็กได้อย่างเพียงพอ […]

การเติบโตและพัฒนาการ

อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดนี้ แต่ก็อดที่จะไม่ใส่ใจไม่ได้ เพราะบางครั้งการนินทาที่คุณได้ยินกลับกลายเป็นเรื่องของตัวเอง ไม่ใช่เพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่มักจะโดนนินทา แต่เด็กๆ ก็มีการจับกลุ่มนินทาคนที่ตัวเองไม่ชอบเช่นกัน แล้วถ้า ลูกโดนเพื่อนนินทา เหล่าคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝาก วิธีสอนลูก เมื่อ ลูกโดนเพื่อนนินทา การนินทานั้นมักจะเกิดขึ้นได้บ่อยมากในช่วงวัยรุ่น จนบางคนต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องปกติของชีวิตวัยรุ่นไปเสียแล้ว แต่เมื่อการนินทามีเรื่องของมิตรภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งยังทำให้อับอายขายหน้า ผู้ที่โดนนินทาอาจจะกลายเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับพวกเขา ยิ่งถ้ามีการใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่เรื่องที่นินทาด้วยแล้ว แทบจะละเลยเรื่องนี้ไม่ได้เลย เมื่อ ลูกโดนเพื่อนนินทา คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องช่วยเหลือให้เด็กๆ เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเขาถึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในการนินทาและแพร่กระจายข่าวลือผิดๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง โดยวิธีการสอนลูก เมื่อ ลูกโดนเพื่อนนินทา มีดังนี้ ค้นหาว่าการนินทามาจากไหนและทำไม การพิจารณาว่าใครเป็นผู้เริ่มต้นการนินทา อาจทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมจึงเกิดการนินทาขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพียงเพราะมีจุดประสงค์จะทำร้ายลูกของคุณหรือเป็นเพียงการให้ข้อมูลที่ผิดๆ บุคคลที่กำลังนินทาหรือหรือแพร่กระจายข่าวลือมีเจตนาที่จะเหยียดหยามลูกของคุณ แล้วทำให้คนอื่นๆ หันมาต่อต้านลูกของคุณหรือไม่ ข้อมูลนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะต้องรู้ ก่อนที่ลูกของคุณจะตอบสนองต่อข่าวลือและการนินทานั้น ตัวอย่างเช่น มันง่ายกว่าที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดหรือข่าวลือ มากกว่าการตอบสนองด้วยความก้าวร้าว หลีกเลี่ยงการอยู่กับการนินทา ความจริงแล้วสิ่งนี้นั้นพูดง่ายแต่ทำได้ยาก แต่สิ่งสำคัญคือลูกของคุณจะไม่จมอยู่กับการที่พวกเขาถูกนินทา การถูกนินทามีแต่จะทำให้ลูกของคุณรู้สึกแย่ลง พยายามช่วยให้ลูกของคุณจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นๆ แทน ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมภายนอกหรือวางแผนการเดินทางเล็กๆ เลือกสิ่งที่จะทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องการถูกนินทา นอกจากนี้ วิธีการที่ดีคือ ให้ลูกของคุณหลีกเลี่ยงจากการใช้โซเชียลมีเดียสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโซเชียลมีเดียนั้นเป็นแหล่งกระจายข่าวลือ แม้สิ่งนี้จะเป็นเรื่องยากสำหรับวัยรุ่น และพวกเขาอาจต้องการรู้ว่าคนอื่นกำลังพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง แต่บางครั้งก็เป็นการดีกว่าที่จะไม่อ่านคำพูดโหดร้ายที่บางคนที่ไม่หวังดี สังเกตสัญญาณของความทุกข์ทางอารมณ์ คุณพ่อคุณแม่ควรจำเอาไว้ว่า เด็กทุกคนไม่สามารถรอให้การนินทาเงียบสงบไปเองได้ แม้แต่ข่าวลือเล็กๆ […]

การเติบโตและพัฒนาการ

เมื่อพูดถึงเรื่องของทักษะในการเข้าสังคมแล้วล่ะก็ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของมารยาท ตามมาด้วยการสื่อสารที่ถูกต้อง ชัดเจน และรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อให้พูดที่เข้ามาพูดคุยรู้สึกเอ็นดู ดังนั้น ทักษะการเข้าสังคมนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ ทักษะทางสังคมและการป้องกันการกลั่นแกล้ง ของลูกน้อย ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องสอนพวกเขาเช่นกัน ดังนั้น ไปดูบทความที่ทาง Hello คุณหมอ นำมาฝากกัน วิธีในการสร้าง ทักษะทางสังคมและป้องกันการกลั่นแกล้ง สำหรับเด็กเล็กแล้ว เพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งและพัฒนาความสัมพันธ์ เขาจำเป็นจะต้องเรียนรู้และใช้ทักษะทางสังคมที่หลากหลายอย่างมีประสิทธิผล สภาพแวดล้อมของเด็กปฐมวัยมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการเรียนรู้โดยธรรมชาติ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กด้วย ซึ่งเด็กๆ สามารถเรียนรู้และฝึกฝนทักษะทางสังคมได้ สำหรับวิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้าง ทักษะทางสังคมและป้องกันการกลั่นแกล้ง ที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อย สามารถทำได้ดังนี้ สร้างความนับถือตัวเอง การเห็นคุณค่าในตัวเอง ถือเป็นรากฐานของความมั่นคงที่เด็กๆ จะสามารถอยู่ในสังคมได้ หากเด็กขาดความมั่นใจก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะต้องรับความเสี่ยงในการพัฒนา ทักษะทางสังคมและการป้องกันการกลั่นแกล้ง ที่เข้มแข็ง การพัฒนาความนับถือตัวเองของลูก ต้องเริ่มต้นจากการทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกของคุณสามารถเข้าใจและรับทราบถึงและจุดอ่อนของพวกเขา ยอมรับ และรู้สึกดีกับตัวเองได้ จงจำเอาไว้ว่าการนับถือตัวเองเป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันการกลั่นแกล้งได้ เด็กๆ มักจะไม่ค่อยเลือกแกล้งคนที่มีความมั่นใจในตัวเองและสามารถควบคุมตัวเองได้ ส่งเสริมมิตรภาพ มิตรภาพที่ดีต่อสุขภาพเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง ในความเป็นจริงแล้วการมีเพื่อนแม้เพียงคนเดียวก็สามารถป้องเกราะป้องกันการกลั่นแกล้งลูกของคุณได้ สำหรับเด็กที่มีเพื่อนมากๆ มักจะไม่ค่อยเป็นเป้าหมายสำหรับการโดนแกล้งสักเท่าไหร่ ดังนั้น จึงเป็นการดีที่คุณจะช่วยให้ลูกของคุณได้พัฒนามิตรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก โดยกำหนดเวลากับเพื่อนๆ ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายนอก และพูดคุยกันถึงสิ่งจะทำให้เกิดมิตรภาพที่ดี สอนให้กล้าแสดงออก เชื่อหรือไม่ว่า การกล้าแสดงออกนั้นเป็นส่วนสำคัญของการมีสังคมที่เข็มแข็ง เมื่อเด็กทำตัวเฉยชาพวกเขามักจะถูกเอาเปรียบหรือถูกรังแก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มักจะมองหากลุ่มเป้าหมายที่ไม่กล้าในการแสดงออก เพื่อกลั่นแกล้งและเอาเปรียบ ดังนั้น คุณควรสอนให้พวกเขากล้าที่จะแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกของตัวเอง […]

การเติบโตและพัฒนาการ

ความรับผิดชอบ ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตที่คนทุกเพศทุกวัยควรมี ยิ่งหากได้ฝึกความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก ก็ยิ่งส่งผลให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งกับตัวเองและสังคมด้วย เมื่อพูดถึงการฝึกความรับผิดชอบให้ลูก คุณพ่อคุณแม่หลายคนก็อาจคิดไม่ตกว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี แต่ Hello คุณหมอ อยากบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องเครียด หรือวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะคุณสามารถเริ่มต้นฝึกความรับผิดชอบให้ลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการ สอนลูกทำงานบ้าน ข้อดีของการ สอนลูกทำงานบ้าน งานวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ศึกษาเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องกันระหว่างปัจจัยทางจิตสังคมและกระบวนการทางชีววิทยา (Biological Process) ในวัยเด็กกับลักษณะสุขภาพและความเป็นอยู่เมื่อโตขึ้น พบว่า เด็กที่เคยทำงานบ้านได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในการทำงานสูงกว่า โดยงานบ้านถือเป็นตัวแปรสำคัญที่บ่งชี้ได้ว่า เด็กน่าจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้ ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การทำงานบ้าน ช่วยพัฒนาภาวะจิตสังคมให้กับเด็ก ๆ ได้ (ภาวะจิตสังคม หมายถึง ภาวะทางด้านจิตใจอารมณ์ที่เราแสดงออกให้ผู้อื่นเห็น ผ่านทางสีหน้า แววตา คำพูด น้ำเสียง อากัปกิริยา ท่าทาง และพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทัศนคติ การตัดสินใจ การตอบสนองต่อพฤติกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน) นอกจากนี้ การทำงานบ้านยังฝึกให้เด็กรู้จักแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ได้มีส่วนร่วม ได้ฝึกความรับผิดชอบ ทั้งยังทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของครอบครัว ไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าอีกด้วย โดยผลสำรวจชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน 1,001 […]

การเติบโตและพัฒนาการ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงสงสัยว่า ถ้วยหัดดื่ม นั้นมีประโยชน์เอาไว้ทำอะไร หรือช่วยในเรื่องใด บ้างก็บอกว่าถ้วยหัดดื่มสามารถเสริมสร้างพัฒนาการของปากได้ แต่บ้างก็บอกว่าถ้วยหัดดื่มสามารถทำให้ฟันของลูกน้อยผุ ทั้งยังอาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้อีกด้วย แต่ข้อสงสัยทั้งหลายจะหมดไป เพราะทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝาก ประโยชน์ของ ถ้วยหัดดื่ม (Sippy Cups) ถ้วยหัดดื่มถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนผ่าน เพื่อช่วงให้เด็กวัยหัดเดินได้ปรับจากขวดมาเป็นถ้วยดื่มแบบไม่มีฝา เนื่องจากการใช้ขวดเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงในช่องปาก ทั้งยังอาจจะทำให้เด็กวัยหัดเดินสูญเสียการควบคุมและความชำนาญในการใช้ปากได้ ถ้วยหัดดื่มจึงถูกประดิษฐ์ขึ้น นอกจากนั้นมันยังช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องมาคอยเช็ดนมที่หกอีกด้วย นอกจากนั้นถ้วยหัดดื่มยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก ดังนี้ ช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง ทำให้ง่ายต่อการห่ออาหารกลางวันและของว่างออกจากบ้าน สอนทักษะที่จำเป็นในการดื่มจากถ้วยให้กับเด็ก ป้องกันความล่าช้าในการพูดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ขวดแบบขยาย (Extended bottle) ช่วยป้องกันฟันผุเนื่องจากการใช้ขวดนานเกินไป ลดปัญหาการติดเชื้อทางหูที่เกี่ยวข้องกับการใช้ขวดเป็นเวลานาน เหตุผลที่ควรให้ลูกใช้ ถ้วยหัดดื่ม เหล่าคุณพ่อคุณแม่ยังอาจกำลังพิจารณาอยู่ว่าควรจะให้ลูกใช้ถ้วยหัดดื่มหรือไม่ แล้วเมื่อใช้แล้วจะมีความปลอดภัยหรือเปล่า ถ้าเช่นนั้นลองมาดูเหตุผลที่เด็กๆ ควรใช้ถ้วยหัดดื่ม เพื่อประกอบการตัดสินใจกันดูดีกว่า ป้องกันการหก ถ้วยหัดดื่มสามารถป้องกันสิ่งที่จะหกออกมาจากถ้วยได้ นอกจากนั้นมันยังดีต่อสุขภาพอนามัยของเด็กอีกด้วย เพราถ้าหากน้ำนมหกและไม่ได้ทำความสะอาด มันอาจจะติดอยู่กับผิวหนังของเด็ก จนทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด ซึ่งการใช้ถ้วยหัดดื่มสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ ส่งเสริมความชุ่มชื้น  เหตุผลที่ถ้วยหัดดื่มสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น (Hydration) ได้ก็เพราะว่ามันง่ายต่อการดื่มสำหรับเด็ก ทั้งยังทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุกกับการถือวัตถุที่มีรูปทรง สีสัน และมีเอกลักษณ์เอาไว้ในมือของพวกเขา นอกจากนั้นมันยังช่วยให้เด็กๆ สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่มันคือการตอบสนองทางจิตวิทยา ความจริงแล้วพวกเขาสามารถทำอะไรบางอย่างได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้คุณพ่อคุณแม่มาคอยช่วยเหลือ การมีถ้วยหัดดื่มที่เต็มไปด้วยน้ำจะช่วยให้ร่างกายของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยน้ำเพื่อการรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย ซึ่งน้ำในร่างกายเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องมี เพื่อการมีชีวิตอยู่และการใช้งานน้ำอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาดื่มน้ำอย่างต่อเนื่อง มันอาจจะไม่ดีสักเท่าไหร่ […]

การเติบโตและพัฒนาการ

ในระยะแรกของการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายหน่วยงานล้วนเห็นพ้องต้องกัน ออกมากำหนดมาตรการ หรือข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อเฝ้าระวัง และสร้างความปลอดภัยจากการแพร่กระจายเชื้อในเบื้องต้น ซึ่งรวมไปถึงการเลื่อนเปิดภาคเรียนของเยาวชนทุกช่วงวัยด้วยเช่นกัน จึงทำให้ช่วงเวลาที่เด็ก ๆ อยู่บ้านเป็นระยะเวลานานนั้น อาจนำไปสู่การมีพัฒนาทางด้านการรับรู้ที่ล่าช้าไปได้บ้าง บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ จึงขอนำเคล็ดลับดี ๆ ถึง วิธีบริหารสมอง สำหรับเด็ก แบบง่าย ๆ ที่สามารถเริ่มฝึกลูกของคุณได้ทุกช่วงเวลา มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 7 วิธีบริหารสมอง สำหรับเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ ในขณะที่คุณกำลังนำวิธีเหล่านี้ ไปช่วยเพิ่มการพัฒนาการเกี่ยวกับสมองให้ลูกรักของคุณ คุณอาจสามารถหาอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของ น้ำมันตับปลา วิตามินบี มาเป็นตัวช่วยบำรุงสมองควบคู่ไปด้วยก็ย่อมได้ แต่ควรต้องผ่านการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักโภชนาการ หรือเภสัชกรจากร้านขายยาทั่วที่มีใบรับรองเสียก่อน การฝึกกำหนดลมหายใจเข้า-ออก เรียกได้ว่าเป็นขั้นพื้นฐานเลยก็ได้ สำหรับวิธีแรก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ฝึกสมาธิ และควบคุมอารมณ์ของเด็ก ๆ ให้นิ่งสงบมากขึ้น โดยให้ลูกรักของคุณนั่ง หรือนอนราบลงบนที่นอนในท่าที่สบาย จากนั้นสูดลมหายใจเข้า-ออกอย่างช้า ๆ จนกว่าคุณจะเล็งเห็นว่าพวกเขาจะมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การทำการบ้าน อ่านหนังสือ เป็นต้น การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การพาพวกเขาออกไปท่องโลกกว้าง ไม่ว่าจะเป็นนอกสถานที่ เช่น […]

การเติบโตและพัฒนาการ

ในปัจจุบันนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจริงๆ ว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน นั้น เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างมาก และไม่เพียงแต่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่เท่านั้นที่ต้องใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านี้ เด็กๆ เอง ก็มีการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อดีคืออาจช่วยเพิ่มพูนทักษะทางการเรียนรู้ เสริมให้เด็กเป็นคนทันสมัย และประยุกต์การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้เข้ากับความชอบของตนเองได้ แต่...สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีการจัดการและดูแล เด็กกับหน้าจอดิจิทัล อย่างไร จึงจะเหมาะสม วันนี้เรามาติดตามสาระน่ารู้เรื่องนี้กับ Hello คุณหมอ กันค่ะ อุปกรณ์ดิจิทัลมีความเสี่ยงหรือมีประโยชน์ต่อเด็กๆอย่างไร ในโลกยุคดิจิทัลเช่นนี้ เราไม่สามารถปฏิเสธได้อยู่แล้วว่าบทบาทของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน มีส่วนช่วยต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ เด็กสามารถสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลาย รวมถึงยังมีส่วนช่วยให้เด็กๆ ได้ค้นพบความชื่นชอบของตัวเองจากการศึกษาหาความรู้ด้วยอุปกรณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ก็ต้องมาควบคู่กับความเสี่ยง ซึ่งถ้าหากผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีการดูแลและแนะนำการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างเหมาะสม ก็อาจมีผลกระทบต่อเด็กๆ ดังนี้ เสี่ยงจะเป็นโรคอ้วน เพราะใช้งานแต่อุปกรณ์ดิจิทัล ทำให้ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเท่าที่ควร อาจทำให้มีปัญหาด้านการนอน หากเด็กใช้งานสมาร์ทโฟนเกินเวลาที่เหมาะสม หรือใช้งานจนดึก อาจมีผลทำให้นอนไม่พอ ซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพตามมาได้ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีการดูแลการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลให้เหมาะสมกับเด็ก ปล่อยให้เด็กใช้งานเอง ก็เสี่ยงที่เด็กจะมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ เป็นเด็กเอาแต่ใจหากถูกบังคับให้เลิกใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล หรือไม่สนใจสิ่งต่างๆ ภายนอก เพราะจดจ่ออยู่แต่กับ คอมพิวเตอร์และ สมาร์ทโฟน ปัญหาสุขภาพดวงตา เช่น […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ในวัยเด็กการได้เล่นตามจินตนาการ เป็นช่วงเวลาที่ได้ปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับการจินตนาการว่ากล่องกระดาษเป็นปราสาทเจ้าหญิง กิ่งไม้เป็นดาบอัศวิน หรือจะเป็นการสร้างตัวละครของตัวเองขึ้นมา การเล่นที่ใช้จินตนาการ เป็นการเล่นที่มีความซับซ้อน และดีมากสำหรับพัฒนาการของเด็ก ๆ วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการเล่นที่ใช้จินตนาการมาฝากคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่กันค่ะ การเล่นที่ใช้จินตนาการ คืออะไร การเล่นที่ใช้จินตนาการเป็นรูปแบบการเล่นที่เด็ก ๆ จะสมมุติตัวละคร เหตุการณ์ และสถานที่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการสมมุติว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง อัศวิน หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์ โดยการเล่นก็จะแตกต่างกันออกไป แล้วแต่จินตนาการของเด็ก ๆ บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องราว เช่น สมมุติว่าตนเองเป็นหุ่นยนต์กู้โลก เข้ามาเพื่อกำจัดเหล่าร้าย ที่ทำให้โลกเกิดความปั่นป่วน สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน (American Academy of Pediatrics หรือ AAP) ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “imaginative play” หรือการเล่นที่ใช้จินตนาการว่า เป็นกิจกรรมที่มีความสนุกสนาน เป็นการเล่นที่เล่นโดยสมัครใจ มักจะไม่มีเป้าหมายในการเล่น นอกจากความสนุก ส่วนใหญ่แล้วการเล่นที่ใช้จินตนาการนั้น เป็นการเล่นที่จะเกิดขึ้นได้เองตามความสนใจของเด็ก ๆ การเล่นเชิงจินตนาการ เป็นการเล่นที่แตกต่างจากการเล่น รูปแบบการเคลื่อนไหวทั่ว ๆ ไป การเล่นแบบการเคลื่อนไหวทั่ว ๆ ไปเช่น การวิ่งไล่จับ […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก ถือเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์ของการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้น อาจสามารถส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสติปัญญา สังคม และอารมณ์ของเด็กได้ แต่จะมีวิธีและเทคนิคอย่างไรบ้าง ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเตือนลูก หรือสอนลูกเพื่อให้ลูกปลอดภัยจากสิ่งเหล่านี้ได้ บทความนี้ Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากคุณพ่อคุณแม่กัน สิ่งที่พ่อแม่ควรสอนลูก เพื่อให้ลูกรู้จักวิธีป้องกันตัวจาก การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก บ่อยครั้งผู้กระทำความผิดมักจะเป็นคนรู้จักหรือคนในครอบครัว ที่เด็กมักจะให้ความไว้วางใจ แต่บ่อยครั้งนักที่เด็ก ๆ มักจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขานั้นเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งอาจมีความรู้สึกอับอายและกลัวเกิดขึ้น จึงทำให้พวกเขาไม่กล้าพูดออกมา ดังนั้น สิ่งที่ผู้ปกครองสามารถทำได้ ก็คือ การสอนลูก ๆ ให้รู้จักป้องกันตัวจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สอนให้เด็ก ๆ รู้จักกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเอง บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะอึดอัดใจที่จะพูดถึงองคชาติหรือช่องคลอด ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดคุยในการสนทนาปกติ แต่การสอนให้พวกเขารู้จักส่วนต่างๆ ของร่างกายของตัวเอง ของคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงอวัยวะเพศ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก โดยคุณพ่อคุณแม่ควรหาคำที่เหมาะสมในการสอนพวกเขา นอกจากนั้นควรสอนให้พวกเขาเรียกอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ได้อย่างถูกต้องด้วย สอนพวกเขาว่าบางส่วนของร่างกายถือเป็นของส่วนตัวหรือของสงวน คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามอธิบายให้เด็ก ๆ รู้ว่า อวัยวะบางส่วน อย่างเช่น อวัยวะเพศ ถือเป็นของส่วนตัว ที่พวกเขาไม่สามารถให้คนอื่น ๆ เห็นได้ […]

การเติบโตและพัฒนาการ

ระบบความจำ เป็นระบบสำคัญของมนุษย์ที่ช่วยให้มนุษย์จดจำสิ่งต่าง ๆ และดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพราะถ้าหากลูกรักมีอาการขี้ลืมบ่อย ๆ คงจะไม่ดีแน่ ดังนั้น การพัฒนาทักษะความจำ และเสริมพัฒนาการของระบบสมองอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเติบโต การใช้เกม หรือกิจกรรมสำหรับพัฒนาทักษะจะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และรวดเร็ว ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง นั่นก็คือ เกมซูโดกุ แต่ ซูโดกุ จะช่วยเสริมทักษะสมองอย่างไรบ้าง ลองมาอ่านกันบทความนี้ จาก Hello คุณหมอ กันค่ะ เกมซูโดกุ คืออะไร? หนึ่งในเกมลับสมองยอดนิยมที่แม้ในยุคปัจจุบันก็ยังถูกหยิบยกขึ้นมาเล่นกันอยู่ เกมดังกล่าวคือ เกมซูโดกุ (Sudoku) ซึ่งเป็นเกมที่จะให้เติมตัวเลขลงในช่องตาราง โดยใช้ตัวเลขที่กำหนดให้ ที่มีตัวเลขตั้งแต่เลข 1 ถึงเลข 9 ใส่ลงในแต่ละแถวของตาราง โดยที่ตัวเลขจะต้องไม่ซ้ำกัน เกมนี้จัดว่าเป็นเกมที่มีส่วนช่วยพัฒนาทักษะของสมองได้เป็นอย่างดี ซูโดกุ กับ คณิตศาสตร์ หลายคนอาจยังเข้าใจผิดว่า ซูโดกุ เป็นเกมคณิตศาสตร์ แต่โธมัส ซินเดอร์ (Thomas Snyder) แชมป์ซูโดกุระดับโลกกล่าวว่า ซูโดกุ เป็นเกมที่เหมือนกับเกมตัวต่อ ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะความรู้ขั้นสูงในการเล่น มีเพียงตัวเลข 9 ตัว […]

x