home

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

พัฒนาการของ เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน (2-6 ปี) เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เด็กวัยนี้ต้องการการดูแลเอาใจใส่ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านโภชนาการ การฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ทั้งทักษะการขับถ่าย ทักษะการสื่อสาร เป็นต้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

เด็กปฐมวัย หรือเด็กช่วงก่อนวัยเรียนที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 3-6 ปี เป็นอีกช่วงชีวิตของเด็กที่มีพัฒนาการ การเจริญเติบโต การเรียนรู้ที่ไวขึ้น อีกทั้งอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูของคนในครอบครัว เพื่อดูแลเด็กปฐมวัยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้าและมีสุขภาพที่ดี คุณพ่อคุณแม่อาจศึกษาแนวทางการเลี้ยงดูเด็กช่วงวัยนี้ รวมถึงโภชนาการอาหารที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่เด็กควรได้รับอย่างเหมาะสม พัฒนาการเด็กปฐมวัย พัฒนาการของเด็กปฐมวัย มีดังนี้ พัฒนาการด้านกายภาพ เด็กปฐมวัยมีการเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว มีทักษะในการกระโดด วิ่ง ปีน และชอบทำกิจกรรมที่ใช้พลังงาน เช่น ปั่นจักรยาน เตะบอล โยนลูกบอล ถึงอย่างไรระหว่างที่เด็กทำกิจกรรมคุณพ่อคุณแม่ควรคอยเฝ้าดู เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดการณ์ได้สำหรับพัฒนาการช่วงปฐมวัยแบ่งออกตามช่วงวัย ดังนี้ เด็กอายุ 3 ปี มักจะเริ่มมีจินตนาการและวาดรูปคน วงกลมได้ เริ่มใช้กรรไกร หรือใช้สิ่งของเป็น เด็กอายุ 4 ปี จะเริ่มวาดรูปสี่เหลี่ยม ใช้กรรไกรตัดเป็นเส้นตรง สามารถหยิบจับช้อนรับประทานข้าวได้เอง และรู้ถึงการสวมใส่เสื้อผ้าอย่างถูกต้อง เด็กอายุ 5 ปี สามารถวาดรูปทรงสามเหลี่ยม ใช้ความคมของใบมีดเป็น เช่น คัตเตอร์ แต่ถึงอย่างไรเพื่อความปลอดภัย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองหรือให้อุปกรณ์อื่น ๆ ในการตัดแทน พัฒนาการด้านการสื่อสาร หากคุณพ่อคุณแม่พูดคุยสื่อสารกับลูกสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงแรกเกิด อาจส่งผลให้เด็กจดจำคำที่คุณพ่อคุณแม่พูดและสามารถพูดออกมาได้ เช่น ชื่อคุณพ่อคุณแม่ คำศัพท์ ชื่อเพื่อน คำสรรพนามที่ใช้เรียก การเล่าเรื่อง เด็กบางคนอาจพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ […]

หัวข้อ เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน เพิ่มเติม

การเติบโตและพัฒนาการ

พัฒนาการลูก เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองทุกคนควรเอาใจใส่ เพื่อที่จะสังเกตได้ว่าลูกรักตนเองนั้นมีพัฒนาล่าช้าต่ำกว่าช่วงอายุหรือไม่ โดยเฉพาะ พัฒนาการลูก ทั้ง 4 ด้าน ที่วันนี้ Hello คุณหมอจะพาคุณพ่อคุณแม่ทุกคนไปทำความรู้จักให้มากขึ้นไปพร้อม ๆ กันค่ะ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม พัฒนาการลูก ทั้ง 4 ด้าน ที่คนในครอบครัวควรรู้ พัฒนาการที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนจำเป็นต้องทราบ ทั้ง 4 ด้าน อาจสามารถนำไปร่วมการวางแผน เพื่อกระตุ้นพัฒนาการ หรือเสริมทักษะให้แก่ลูกรักของคุณได้ดียิ่งขึ้น ดังต่อไปนี้ 1. พัฒนาการด้านกายภาพ เป็นพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย การควบคุมกล้ามเนื้อ การทรงตัว รวมไปถึงระบบประสาทสัมผัส ขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เดิน วิ่ง คลาน หยิบจับสิ่งของ เป็นต้น โดยมักมีการเปลี่ยนแปลงตามการเจริญเติบโตแต่ละช่วงวัย 2. พัฒนาการทางด้านความรู้ความเข้าใจ ระบบความคิด สติปัญญา การเรียนรู้เพื่อประมวลผล ล้วนเป็นพัฒนาการด้านความรู้ความเข้าใจทั้งสิ้น โดยมีปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการเลี้ยงดู ฝึกอบรม และสภาพแวดล้อมรอบข้างเป็นหลัก เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นแรงกระตุ้นให้เด็ก ๆ นั้นเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มีความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น พร้อมจดจำเอาไว้ในความทรงจำพวกเขา หรืออาจนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับในชีวิตประจำวันจนส่งผลในเชิงบวก จวบจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเลยก็ว่าได้ แต่หากเป็นสิ่งที่ผู้คนรอบข้างปลูกฝังในสิ่งที่นำพาเด็ก ๆ […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

เด็กวัยก่อนเข้าเรียน ส่วนมากมักอยู่ในช่วงอายุ 2-5 ปี โดยก่อนที่พวกเขาจะออกสู่สังคมเจอผู้คนแปลกใหม่ และห่างไกลจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว ผู้ปกครองควรเตรียมตัวสร้างวินัยพื้นฐานให้ลูกรัก ได้เข้าใจถึงการใช้ชีวิตที่เด็ก ๆ อาจต้องไปเจอ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน การแบ่งปันสิ่งของ อยู่ในระเบียบกฎโรงเรียน เป็นต้น ที่วันนี้ Hello คุณหมอ ได้ไรวบรวมวิธีง่าย ๆ ที่ผู้ปกครองสามารถเริ่มปรับวินัยของเด็ก ๆ ให้ลองนำไปฝึกพวกเขาวันละนิดมาฝากกัน พฤติกรรมส่วนใหญ่ของ เด็กวัยก่อนเข้าเรียน ส่วนใหญ่ในช่วงวัยก่อนเข้าเรียน มักมีพฤติกรรมที่จะแสดงให้ผู้ปกครองได้เห็นว่า พวกเขากำลังมีความต้องการอิสระมากขึ้น และค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นสิ่งแปลกใหม่ ถึงแม้จะมีความเชื่อกันว่าเด็ก ๆ มักจะสอนระเบียบวินัย และเชื่อฟังผู้ใหญ่ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็อาจอาจเป็นไปได้ค่อนข้างยากในเด็กบางคน เพราะพวกเขาชอบที่จะตัดสินใจทำตามความรู้สึกตนเองเสมอ ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจึงอาจจำเป็นต้องปล่อยให้เด็ก ๆ เผชิญกับปัญหาด้วยตนเอง โดยมีคุณคอยสังเกตการณ์ และตักเตือนเล็กน้อยอยู่ข้าง ๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่ส่งผลให้เกิดอันตราย อีกทั้งในเด็กบางคนถึงจะมีความรักอิสระมากเพียงใด แต่ก็ยังมีความกังวลเล็กน้อยอยู่บ้าง เมื่อต้องเข้าไปเผชิญกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากหน้าหลายตาที่ไม่ใช่ครอบครัวขณะอยู่โรงเรียน เช่น คุณครู และเพื่อน ๆ ช่วงวัยเดียวกัน ทางออกพื้นฐานที่ผู้ปกครองควรทำ คือการพูดคุยในสิ่งที่ลูกจะต้องไปพบเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้พวกเขารู้ล่วงหน้า และอาจปรับตัวได้ไวขึ้นเมื่อถึงเวลาต้องเข้าไปชีวิตร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ วิธีสร้างวินัยให้ เด็กวัยก่อนเข้าเรียน การฝึกให้ลูกอยู่ในระเบียบวินัยเป็นการสอนให้พวกเขาได้รับรู้ว่าควรมีพฤติกรรมเช่นใดในการชีวิตแต่ละวัน เพื่อให้ถูกละเว้นจสอนวินัากการลงโทษ และเป็นที่รักของทุกคนมากกว่าการได้รับการกระทำเชิงลบจากบุคคลอื่น […]

โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

สารอาหารและวิตามินสำคัญ ที่เด็ก ๆ ควรได้รับในแต่ละวัน ล้วนจำเป็นต้องประกอบอยู่ในอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูก เพิ่มพลังงานที่เพียงพอในการทำกิจกรรม และสร้างภูมิคุ้มกัน ให้เด็ก ๆ ไกลห่างจากอาการเจ็บป่วย แต่จะมีสารอาหารใดบ้างที่ลูกรักของคุณควรรับประทาน ติดตามได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ไปพร้อม ๆ กันได้เลย สารอาหารและวิตามินสำคัญ สำหรับเด็ก โปรตีน เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ ถั่วเหลือง เป็นอีกวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยโปรตีน และเหมาะสมอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่จะนำมาปรุงอาหารให้ลูกรักรับประทาน ผักและผลไม้ หากลูกรักไม่ชอบรับประทานในรูปแบบสด การให้ลูกดื่มน้ำผัก ผลไม้ ก็ย่อมเป็นอีกทางออกที่ดี แต่อาจต้องมีการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากน้ำตาลให้น้อยที่สุด หรือเพื่อให้ได้น้ำผักผลไม้ 100% คุณพ่อคุณแม่อาจทำการคั้นออกมาเป็นน้ำสด ๆ จากผลไม้ด้วยเครื่องปั่นก็ย่อมได้เช่นเดียวกัน ธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพดคั่ว เป็นธัญพืชที่ดี และมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การจะให้ลูกรับประทานนั้น อาจต้องหาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยธัญพืชเหล่านี้ เช่น ขนมปังโฮลวีด กราโนล่ารับประทานคู่กับนม เป็นต้น มากกว่าให้ลูกกินแบบเปล่า ๆ เนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดอาหารติดคอได้ ผลิตภัณฑ์จากนม สำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ของนม คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเลือกนมที่มีไขมันต่ำ หรืออาจหานมที่สกัดมาจากธัญพืชเสริม หลีกเลี่ยงให้ลูกดื่มนมที่มีไขมันสูง […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ไม่ว่าจะช่วงอายุใด การออกกำลังกาย ก็ย่อมเป็นกิจกรรมที่สำคัญเสมอที่ทุกคนควรหันมาขยับร่างกายบ้าง สัปดาห์ละ 1-2 วัน ก็ยังดี โดยเฉพาะเริ่มฝึกตั้งแต่ในช่วงวัยเด็ก ที่นอกจากจะเป็นการส่งเสริมความแข็งแรงแล้ว ยังอาจทำให้พวกเขาค้นพบกีฬาที่ตนเองรัก และต่อยอดไปยันอนาคตของพวกเขาได้อีกด้วย วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอนำ การออกกำลังกายสำหรับเด็ก พร้อมประโยชน์มากมายมาฝากให้ผู้ปกครองให้ได้ทราบกันค่ะ เด็ก ๆ ควรออกกำลังกาย มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเด็กแต่ละช่วงวัยค่อนข้างมีความแตกต่างกัน ทำให้บางกิจกรรมเด็กในบางคนก็ไม่อาจสามารถทำได้เป็นระยะเวลานาน เพราะอาจเกิดความเสียหายต่อร่างกายขึ้น ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา ถึงระดับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเด็กนั้น จึงถูกแบ่งออกเป็นช่วงอายุ ดังต่อไปนี้ เด็กก่อนวัยเรียน อายุ 3-5 ปี ควรมีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดทั้งวัน แต่อาจอยู่ในระดับเบา เช่น เดินวิ่งไปมา ภายในสวน และหรือในบ้าน เพื่อเป็นการพัฒนาด้านการเจริญเติบโตได้ไวขึ้น เด็กวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น อายุ 6-12 ปี ควรออกกำลังกายที่อยู่ในระดับปานกลางอย่างน้อย 60 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ หรืออาจเป็นการแอโรบิคเป็นประจำทุกวัน ประโยชน์ของ การออกกำลังกายสำหรับเด็ก หากลูกรักมีการขัยบร่างกาย หรือหมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ก็อาจสามารถสุขภาพของลูกรักนั้นแข็งแรง พร้อมห่างไกลจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวานประเภท 2 ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลในเลือดสูง […]

การเติบโตและพัฒนาการ

นอกจากอุปนิสัย และการใช้ชีวิตประจำวันของลูกรัก ที่คุณพ่อคุณแม่ทราบดีแล้ว การรู้จักสังเกตพัฒนาการของพวกเขาก็ย่อมเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันที่ผู้ปกครองทุกคนควรมีการจดบันทึกถึงการเจริญเติบโตเด็ก ๆ เอาไว้ร่วมด้วย โดยเฉพาะลูกรักที่กำลังเข้าสู่วัยเรียน เพราะพวกเขานั้นย่อมเข้าสู่การเริ่มใช้ชีวิตอีกขั้นในสังคมภายนอกแห่งการเรียนรู้ แต่หากจะให้เข้าใจยิ่งขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้นำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างถึง พัฒนาการเด็กวัยก่อนเข้าเรียน พร้อมเคล็ดลับที่ควรดูแลเอาใจใส่ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ การเปลี่ยนแปลง พัฒนาการเด็กวัยก่อนเข้าเรียน ในช่วงอายุของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน (3-5 ปี) มักมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงหลายด้านตามการเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านสังคม พัฒนาการด้านความเคลื่อนไหว ทักษะการเรียนรู้ พัฒนาการด้านภาษา และการสื่อสาร ที่คุณจะสังเกตได้ถึงพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่มีความคิดเห็นของพวกเขาเองมากขึ้น อยากรู้อยากเห็นสิ่งใหม่ ๆ มีการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉงเนื่องจากกระดูกเริ่มมีความแข็งแรง และยืดหยุ่น รวมไปถึงอยากเข้าสังคมมีปฏิสัมพันธ์ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่เมื่อพบเจอ โดยพัฒนาการข้างต้นที่กล่าวมานั้น ยังขึ้นอยู่กับการดูแลของผู้ปกครอง และสภาวะแวดล้อมรอบข้างร่วมด้วยว่าอยากให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการไปในเชิงบวก หรือเชิงลบ เพราะบางคนอาจนำไปสู่การพัฒนาด้านพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น การคิดคำโกหก อารมณ์ฉุนเฉียว เป็นต้น เคล็ดลับการเลี้ยงดูเด็กวัยก่อนเข้าเรียน เพื่อให้ลูกรักที่อยู่ในช่วงวัยก่อนเข้าเรียนมีพัฒนาการที่ดีตามเกณฑ์อายุ คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเคล็ดลับการดูแลเด็ก ๆ ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ไปใช้ร่วมกับเทคนิคการดูแลที่คุณใช้อยู่ด้วยได้ 1.จัดตารางอาหารที่ต่อสุขภาพให้แก่ลูกรัก เพื่อให้รับสารอาหารที่ครบถ้วน 2.ให้เด็ก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ โดยช่วงอายุเด็กวัยก่อนเข้าเรียนควรมีการนอนหลับ 11-13 ชั่วโมงต่อวัน 3. […]

โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ที่เรามักเห็นอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดเด็ก ๆ อย่างมากเมื่อพบเจอ และถึงแม้คุณจะตามใจซื้อให้ลูกรักรับประทานเพียงใด แต่ต้องอย่าลืมว่าขนมเหล่านี้ก็อาจส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน หากคุณพ่อคุณแม่ยังอยากให้เด็ก ๆ มีสุขภาพแข็งแรงตั้งแต่เยาว์วัย บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้จึงได้นำวิธีแก้ไขปัญหาในกรณีที่ ลูกกินขนมมากเกินไป มาฝากให้ผู้ปกครองทุกคนลองไปฝึกเด็ก ๆ กันค่ะ ขนมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง เนื่องจากขนม หรืออาหารว่างในปัจจุบันที่คุณพ่อคุณแม่จัดสรรมาให้ลูกรับประทานมักประกอบด้วย โซเดียม น้ำตาล คาเฟอีน และไขมันอิ่มตัวสูง เป็นต้น ที่สามารถเข้าไปทำลายสุขภาพเด็ก ๆ ได้ เมื่อเกิดการสะสมเป็นอยู่ภายในร่างกายเป็นเวลานาน โดยไม่มีการเผาผลาญออกซึ่งขนม อาหาร และเครื่องดื่มที่คุณควรจำกัด หรือหลีกเลี่ยงให้ลูกรักรับประทานอยู่บ่อยครั้งนั้น มีดังต่อไปนี้ โดนัท พิซซ่า เฟรนช์ฟรายส์ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ปรุงแต่ง และโยเกิร์ตที่มีปริมาณน้ำตาลสูง อีกทั้งยังรวมไปถึงอาหารฟาสฟู้ด และขนมอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาในข้างต้นอีกด้วย โดยคุณสามารถตรวจได้จากฉลากข้อมูลโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจ หรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับขนมที่ลูกรักควรหลีกเลี่ยง สามารถเข้าขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้ เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกขนมที่เหมาะสมแก่ช่วงวัย และสุขภาพร่างกายลูก ๆ ของคุณ ลูกกินขนมมากเกินไป ส่งผลเสียอย่างไร หากจำกัดปริมาณขนม และอาหารว่างให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ก็อาจทำให้ลูกรักมีความเสี่ยงลดลงจากสารบางอย่างที่ทำลายสุขภาพ แต่กรณีที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีการตามใจลูกรักให้กินขนมมากจนเกินไป ผลเสียเหล่านี้ ที่ตามมานั้น […]

การเติบโตและพัฒนาการ

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมอยากสื่อสาร พูดคุยโต้ตอบกับลูกรัก แต่เนื่องจากความแตกต่างของพัฒนาการในเด็กแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน ทำให้เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าเด็ก ๆ จะสามารถเรียนรู้ และพูดคุยโต้ตอบได้มากน้อยเพียงใด และจะรู้ได้อย่างไรว่ามี ปัญหาลูกพูดช้า หรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ เทคนิคการสังเกตอาการ ลูกพูดช้า รวมถึงวิธีการกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อย ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เริ่มฝึกฝนให้ลูกน้อยสื่อสารอย่างเหมาะสมตามวัย สาเหตุหลักที่อาจทำให้ ลูกพูดช้า บางครั้งการที่มี ปัญหาลูกพูดช้า อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากพัฒนาการล่าช้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ลูกรักมีการตอบสนองด้านการสื่อสารช้ากว่าปกติ ดังนี้ ความผิดปกติทางด้านการได้ยิน เพราะถ้าหากเด็กได้ยินเสียงรอบข้างไม่ชัดเจน อาจทำให้มีการตอบสนอง หรือสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้น้อยลง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น อัมพาตทางสมอง โรคกล้ามเนื้อเสื่อม รวมไปถึงอุบัติเหตุที่กระทบต่อสมองจนส่งผลให้สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการพูดได้รับความเสียหาย กลุ่มโรคออทิสติก (Autistic) ที่มักมีปัญหาทางด้านการพูดและการสื่อสาร ส่งผลให้มี ปัญหาพูดช้า อาการอะแพรกเซีย (Apraxia) เป็นภาวะที่มีความเชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง ทำให้เด็ก ๆ มีปัญหาด้านการพูด การจัดลำดับคำ และเรียบเรียงประโยคผิด เป็นต้น การคลอดก่อนกำหนด เด็กที่คลอดก่อนกำหนดอาจมี ปัญหาพูดช้า อาจมีส่วนที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ล่าช้าได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเจริญเติบโต และอื่น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ การเลี้ยงดู […]

ลูกวัยเตาะแตะและเด็กก่อนวัยเรียน

รถหัดเดิน เป็นอุปกรณ์ที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้เพื่อต้องการฝึกให้ลูกน้อยสามารถเดินได้เร็วขึ้น ช่วยทุ่นแรงในการฝึกฝน ทั้งยังช่วยให้ลูกรู้สึกสนุกขณะที่ใช้รถหัดเดินอีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การให้เด็กใช้รถหัดเดินอาจเป็นการขัดขวางพัฒนาการด้านการเดินของเด็ก เพราะกระบวนการเริ่มหัดเดินของเด็ก ควรจะเริ่มจากการคลานไปมา แล้วค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้น การที่เด็กเริ่มรู้จักการพยุงตัวเองขึ้นยืนนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกทรงตัว รถหัดเดิน คืออะไร รถสำหรับหัดเดิน หรือรถหัดเดิน (Baby Walkers) คือ อุปกรณ์สำหรับช่วยให้เด็กได้ ฝึกเดิน มีลักษณะเป็นโครงร่างวงกลมหรือสี่เหลี่ยมหรือแล้วแต่การออกแบบ มีช่องว่างสำหรับให้ขาของเด็กสามารถเหยียบแตะถึงพื้น และมีส่วนที่เป็นเบาะตรงหว่างขาไว้สำหรับรองรับตัวเด็ก และมีเบาะหลังสำหรับให้เด็กให้พิงหลัง โดยรถหัดเดินแต่ละรุ่นก็จะมีการเสริมฟังก์ชันพิเศษอย่างเสียงเพลง เกม ของเล่น หรืออุปกรณ์เสริมทักษะอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป ผู้ปกครองมักใช้อุปกรณ์นี้เพื่อหวังประโยชน์ในการช่วยฝึกการเดินของเด็กในวัยที่เริ่มเดิน รถหัดเดิน สามารถช่วยฝึกให้ลูกน้อยหัดเดินได้จริงหรือ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเชื่อว่า การให้ลูกได้ใช้รถหัดเดินจะเป็นการช่วยให้เด็กได้ฝึกเดิน หรือช่วยให้เด็กเดินได้เร็วขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การให้เด็กใช้รถหัดเดินอาจเป็นการขัดขวางพัฒนาการด้านการเดินของเด็ก เพราะกระบวนการเริ่มหัดเดินของเด็ก ควรจะเริ่มจากการคลานไปมา แล้วค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้น การที่เด็กเริ่มรู้จักการพยุงตัวเองขึ้นยืนนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกทรงตัว ซึ่งการทรงตัวถือเป็นจุดสำคัญในการฝึกเดิน แต่ถ้าเด็กใช้รถหัดเดิน เด็กอาจไม่ได้รับการฝึกให้รู้จักทรงตัวเลย เพราะโครงสร้างของรถหัดเดินจะคอยพยุงไม่ให้ล้ม ทำให้เวลาที่อยู่ในรถหัดเดิน เด็กจะไม่ได้เรียนรู้กระบวนการเดินอย่างที่ควรจะเป็น  อันตรายจากการใช้ รถหัดเดิน นอกจากการใช้รถหัดเดินจะไม่ได้ช่วยให้เด็กฝึกเดินได้เร็วขึ้นแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก ดังนี้ หากบ้านมีบันได เด็กอาจไถรถหัดเดินไปใกล้กับบันได ซึ่งเสี่ยงต่อการตกบันได เนื่องจากรถหัดเดินสามารถที่จะเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ อาจเสี่ยงที่จะไปกระแทกเข้ากับของแข็งหรือของมีคม เด็กอาจเคลื่อนรถหัดเดินไปชนเข้ากับโต๊ะที่มีของร้อนอยู่ อาจทำให้ของร้อนหก หรือลวกได้ เด็กยังไม่สามารถที่จะเรียนรู้การควบคุมรถหัดเดินได้ […]

การเติบโตและพัฒนาการ

การฝึกให้ลูกเข้านอน ถือเป็นการฝึกให้ลูกน้อยของคุณนอนหลับอย่างเป็นเวลา ซึ่งการฝึกให้ลูกนอนเข้านอนนั้นอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดอาการเหนื่อย เพราะกว่าจะพาพวกเขาเข้านอนได้ต้องใช้เวลาพอสมควร แม้ว่าลูกของคุณจะเป็นเด็กที่นอนหลับสบายตั้งแต่ยังเป็นทารก แต่เมื่อพวกเขาเข้าสู่วัยหัดเดิน การนอนหลับอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาจะนึกถึง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรเมื่อต้อง ฝึกให้ลูกน้อยเข้านอน ในวันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มากฝากกัน ฝึกให้ลูกน้อยเข้านอน สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง การฝึกให้ลูกเข้านอน นั้นไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวและสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับการเลี้ยงดูในด้านอื่น ๆ ซึ่งไม่มีวิธีใดที่ใช้ได้ผลกับเด็กทุกคน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องพยายามทดลองฝึกลูกน้อยเข้านอนด้วยวิธีต่าง ๆ จนกว่าจะพบวิธีที่เหมาะสมกับลูกน้อยและครอบครัวของคุณ สำหรับวิธี ฝึกให้ลูกน้อยเข้านอน สามารถทำได้ดังนี้ วิธีที่ 1 : ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หากคุณมีลูกน้อยวัยหัดเดินที่เคยชินกับการถูกจับหรือโยกตัวเพื่อเข้านอน คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องใช้วิธีการค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่เหมาะที่สุดสำหรับเด็กทารก การเปลี่ยนแปลงจากการที่ลูกน้อยมักจะหลับในอ้อมแขน ไปเป็นการนอนหลับบนที่นอน อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สำหรับวิธีค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมนี้จะช่วยให้ลูกน้อยที่ติดกับการกอดของคุณค่อย ๆ มีการปรับตัว โดยสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ การวางลูกน้อยเอาไว้ในเปลหรือเตียงในขณะที่พวกเขาตื่น แต่เริ่มมีความรู้สึกง่วง จากนั้นให้คุณเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูทันที เมื่อลูกน้อยของคุณเริ่มร้องไห้งอแง คุณต้องใจแข็งและอย่าเดินกลับเข้าไปในห้องทันที ให้รอประมาณ 5 นาทีหรือกลับเข้าไปในห้องเมื่อลูกน้อยของคุณร้องไห้ไม่ยอมหยุดเท่านั้น หากคุณจำเป็นจะต้องกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ให้ปลอบลูกน้อยของคุณด้วยการลูบหลังเบา ๆ จนกว่าพวกเขาจะสงบแล้ว แล้วจึงออกจากห้องไป […]

การเติบโตและพัฒนาการ

การเลือกใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่บางคนที่ไม่มีญาติ หรือเพื่อนบ้านคอยดูแลลูกของตน รวมถึงอาจจะไม่มีเวลาในการดูแลลูกด้วยตัวเองในบางช่วงเวลา การ เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก สักแห่ง เพื่อให้เขารับผิดชอบในการดูแลลูกของคุณ ก็ควรจะต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน ซึ่งทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน การดูแลเด็กแบบไหน ที่เหมาะกับลูกน้อย การดูแลลูกน้อยถือเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะการดูแลลูกน้อยในแบบที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อย จะทำให้พวกเขาได้รับการดูแลอย่างดี โดยครอบครัวส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการดูแลลูกน้อยแบบผสมผสาน เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งหมดของลูกน้อย การเตรียมการดูแลเด็กที่ดีที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ลูกน้อยของคุณ และครอบครัวของคุณ ประเภทของการเตรียมการที่ครอบครัวส่วนใหญ่มักจะใช้ในการดูแลลูกน้อย ได้แก่ การดูแลโดยผู้ปกครองเท่านั้น การดูแลโดยญาติ การดูแลที่ไม่ใช่ญาติ โดยให้พี่เลี้ยง เพื่อน หรือเพื่อนบ้านเป็นผู้ดูแล ซึ่งพวกเขาอาจจะมาดูแลลูกของคุณที่บ้านของคุณเอง หรือดูแลที่สถานรับเลี้ยงเด็กก็ได้เช่นกัน การดูแลโดยสถานรับเลี้ยงเด็ก การดูแลเด็กเฉพาะทาง สำหรับเด็กที่มีความต้องการด้านสุขภาพเป็นพิเศษ วิธี เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีญาติ เพื่อน รวมถึงเวลาในการดูแลลูกน้อยในบางช่วงเวลา การเลือกใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กจึงถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากจะตัดสินใจ เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก สักแห่ง เพื่อให้เขารับผิดชอบในการดูแลลูกของคุณ ก็ควรจะต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อย โดยวิธีการเลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก สามารถพิจารณาได้จากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ สังเกตดูปฏิสัมพันธ์ที่เจ้าหน้าที่มีต่อเด็ก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในการเลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก ก็คือ ลองดูว่าเจ้าหน้าที่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างไร ตามหลักการแล้วผู้ดูแลควรอยู่บนพื้นเพื่อเล่นกับเด็กๆ หรืออุ้มเด็กไว้บนตัก เนื่องจากในช่วงปีแรกๆ ทารกต้องการความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ความรัก และการโต้ตอบกับผู้ใหญ่ เพื่อที่จะเติบโต นั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ดูแลคนแรกของลูกคุณ จะต้องเป็นคนที่อบอุ่นและมีการโต้ตอบกับเด็ก แม้จะเป็นการดูแลแบบกลุ่มทารกและเด็กโตก็ควรจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่เท่าเทียมกัน นอกจากนั้นการดูแลแบบมีประสิทธิภาพยังส่งผลสำคัญต่อสุขภาพของลูกน้อยของคุณอีกด้วย ทำสัญญาในการดูแลเด็ก ทารกต้องการการดูแลที่สม่ำเสมอ การดูแลอย่างสม่ำเสมอนั้นจะช่วยให้พวกเขาสร้างความผูกพันกับผู้ดูแลของพวกเขา […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon