เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

พัฒนาการของ เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน (2-6 ปี) เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เด็กวัยนี้ต้องการการดูแลเอาใจใส่ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านโภชนาการ การฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ทั้งทักษะการขับถ่าย ทักษะการสื่อสาร เป็นต้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

รถหัดเดิน เป็นรถที่ผลิตขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยในการหัดเดินของเด็ก แต่อาจยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่ารถหัดเดินสามารถช่วยให้เด็กฝึกทักษะการเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจมีข้อโต้แย้งถึงอันตรายมากกว่าประโยชน์ ทั้งยังอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการในการเดินที่ล่าช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อแม่ต้องการให้เด็กใช้รถหัดเดิน อาจต้องคอยระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน รถหัดเดิน คืออะไร รถหัดเดิน คือ รถที่มีลักษณะเป็นโครงวงกลม มีที่นั่งตรงกลางและมีล้อเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ รวมถึงอาจมีของเล่นติดอยู่เพื่อให้ความเพลิดเพลินแก่เด็ก รถหัดเดินผลิตขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้เด็กวัยหัดเดินฝึกฝนการเดิน เนื่องจากมีโครงสร้างที่สามารถช่วยพยุงเด็กให้ยืนตัวตรงซึ่งอาจช่วยให้เด็กสามารถเดินได้เร็วขึ้น แต่เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยของรถหัดเดิน ยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่ารถหัดเดินสามารถช่วยให้เด็กมีพัฒนาการในการเดินที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกันอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการในการเดินล่าช้าลง และอาจแฝงอันตรายต่อตัวเด็กอีกด้วย รถหัดเดินช่วยให้เด็กหัดเดินได้จริงหรือไม่ รถหัดเดินอาจไม่ช่วยส่งเสริมการเดินของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก เด็กวัยหัดเดินเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ การใช้รถหัดเดินอาจขัดขวางการเรียนรู้ของเด็ก และอาจทำให้เด็กไม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพราะโครงสร้างที่ใหญ่อาจทำให้เด็กไม่สามารถเอื้อมจับสิ่งของรอบ ๆ ตัวได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังอาจทำให้ทักษะการทรงตัว การประสาทงาน การยืน รวมถึงการรองรับและส่งน้ำหนักตัวจากขาข้างหนึ่งไปยังขาอีกข้างหนึ่งพัฒนาได้ช้าลง เพราะรถหัดเดินจะพยุงตัวเด็กไว้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เด็กที่อยู่ในรถหัดเดินมักใช้ปลายนิ้วเท้าในการช่วยดันตัวเองให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า เมื่อเด็กออกจากรถหัดเดินจะทำให้เด็กติดพฤติกรรมการเดินที่ผิดและอาจใช้นิ้วเท้าในการเดินต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่ให้เด็กใช้รถหัดเดินบ่อยครั้งมากเท่าไหร่ ก็อาจยิ่งทำให้เด็กมีพัฒนาการในการเดินที่ช้าลงตามไปด้วย รถหัดเดินสำหรับเด็กอันตรายหรือไม่ สำหรับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็กใช้รถหัดเดิน มีดังนี้ รถหัดเดินมีล้อที่ช่วยในการเคลื่อนที่ เมื่อเด็กเคลื่อนตัวอาจทำให้รถเคลื่อนที่เร็วมากและอาจชนกับสิ่งของหรือกำแพงจนเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เด็กเข้าถึงของอันตราย เช่น มีด ยา ชั้นวางของ ได้ง่ายขึ้น อาจทำให้เด็กตกจากบันไดหรือไหลลงทางลาดได้ง่ายขึ้น อาจเสี่ยงที่รถจะพลิกคว่ำในขณะเคลื่อนที่ อาจเสี่ยงที่จะทำให้เด็กถูกน้ำร้อนลวก อาหารร้อนตกใส่ หรือถูกไฟคลอกได้ เพราะเด็กอาจเคลื่อนตัวไปชนกับโต๊ะอาหารที่มีของร้อน อาจเสี่ยงที่จะทำให้เด็กจมน้ำได้ […]

หัวข้อ เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน เพิ่มเติม

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ครีมอาบน้ำเด็ก เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ควรเลือกซื้อโดยคำนึงถึงคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิว และความปลอดภัยต่อผิวของเด็กเป็นสำคัญ อาจเลือกที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยน และควรหลีกเลี่ยงสารเคมีบางชนิดที่อาจระคายผิวเด็ก เช่น พาราเบน น้ำหอม สารกลุ่มพาทาเลต หากพบว่าเด็กมีผื่นคัน ผิวลอกแดง เป็นต้น อาจเป็นสัญญาณของอาการแพ้ครีมอาบน้ำ ควรให้เด็กเลิกใช้ครีมอาบน้ำนั้นทันที และปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีบรรเทาอาการที่เหมาะสม นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีการอาบน้ำเด็กอย่างปลอดภัย เช่น การติดตั้งอุปกรณ์กันลื่นไว้ในห้องน้ำ การเช็ดเท้าเด็กให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในห้องน้ำได้ วิธีเลือก ครีมอาบน้ำเด็ก วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็กที่เหมาะสม อาจมีดังต่อไปนี้ อ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เลือกครีมอาบน้ำที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือน้ำหอมที่อาจระคายผิวหนังและการหายใจของเด็ก บางยี่ห้ออาจระบุว่าเป็นแบบ ไฮโปอัลโลจีนิก (Hypo-Allergenic) ซึ่งหมายถึงผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าอ่อนโยน อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้และการระคายเคือง หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก เลือกครีมอาบน้ำเด็กมีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น ว่านหางจระเข้ เชียบัตเตอร์ (Shea Butter) น้ำมันมะกอก ซึ่งมีคุณสมบัติที่อ่อนโยนต่อผิว และอาจปลอดภัยกับเด็กมากกว่า หลีกเลี่ยงสารสกัดบางชนิด ไม่เลือกใช้ครีมอาบน้ำเด็กที่มีส่วนผสมจากสารกลุ่มพาทาเลต (Phthalates) ซึ่งใช้เป็นวัตถุกันเสียที่มักใช้ในครีมอาบน้ำและแชมพู และพาราเบน (Parabens) ที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย ทดลองกับผิวก่อนใช้จริง เมื่อซื้อครีมอาบน้ำเด็กมาใช้เป็นครั้งแรก ควรนำไปทดสอบบนผิวเด็กก่อนเล็กน้อย อาจหยดลงบริเวณแขน เพื่อดูว่าก่อให้เกิดอาการแพ้ คัน ระคายเคืองหรือไม่ ก่อนนำไปใช้ชโลมลงผิวเด็กในตอนอาบน้ำ […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ของใช้เด็ก สำหรับเด็กทารกถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกซื้อของใช้เด็กที่จำเป็น เช่น เสื้อผ้าเด็กอ่อน ของใช้ในการอาบน้ำสำหรับเด็ก อุปกรณ์การนอนของเด็ก อุปกรณ์ในการทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เบาะนั่งในรถยนต์สำหรับเด็ก (Car Seat) อย่างรอบคอบและใส่ใจ โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ความคุ้มค่า และความปลอดภัยของเด็กในการใช้งานมากที่สุด ของใช้เด็ก ที่จำเป็น มีอะไรบ้าง หมวดเครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก เครื่องแต่งกายที่จำเป็นสำหรับเด็ก มีดังนี้ ควรเลือกให้เหมาะกับวัยของเด็ก ในช่วงแรกเกิดเด็กจะโตไวมาก จึงไม่ควรซื้อเสื้อผ้าเก็บไว้เยอะเพราะอาจไม่ทันใช้ หรืออาจต้องซื้อใหม่ทั้งที่ใส่ไปไม่กี่ครั้งหรือเพิ่งซื้อมา เสื้อผ้าเด็กอ่อนที่จำเป็น ได้แก่ ชุดเด็กแบบชิ้นเดียว ชุดนอนเด็กชิ้นเดียวที่แบบกระดุมหน้า ถุงเท้าเด็กสำหรับใส่กันหนาวเวลานอนหรือออกไปข้างนอก เสื้อกันหนาวหรือเสื้อกันลม ผ้าห่อตัว หมวกใส่กันลม การเลือกเสื้อผ้าให้เด็กควรเน้นเรื่องความสบายในการสวมใส่ และควรเหมาะกับสภาพอากาศ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก วิธีเลือกเสื้อผ้าเด็กอ่อน เลือกชุดที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิวและระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าป่าน ผ้าฝ้าย ผ้าจากเยื่อไผ่ เพราะเด็กจะได้สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว เลี่ยงการใช้เสื้อผ้าที่มีกระดุมขนาดเล็ก โบว์ตกแต่ง เพราะเด็กอาจดึงหรือหยิบเข้าปาก จนอาจติดหลอดลมหรือสำลัก หรืออาจไปพันคอตอนเด็กหลับ ควรเลือกขนาดเสื้อผ้าของเด็กตามขนาดตัวมากกว่าช่วงอายุ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีขนาดตัวไม่เท่ากันแม้จะมีอายุที่ใกล้เคียงกัน เลือกเสื้อผ้าที่ใส่และถอดง่าย เช่น เสื้อผ้าที่มีซิปด้านหน้า เสื้อผ้าที่แขนหลวมและบาน เสื้อแบบผูกจากด้านหลัง เสื้อที่มีคอกว้าง หมวดของใช้ในการอาบน้ำสำหรับเด็ก อุปกรณ์ที่ใช้ในการอาบน้ำสำหรับเด็ก มีดังนี้ […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ หรือการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมของเด็ก เช่น เด็กเกเร เด็กก้าวร้าว สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เด็กอาจจะเหนื่อย หิว ตื่นเต้นมากเกินไป หรือบางครั้ง เด็กอาจแค่เบื่อเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาสาเหตุที่อาจทำให้เด็กเกเร และเรียนรู้วิธีที่จะช่วยให้เด็กปรับพฤติกรรมให้ดีขึ้นอย่างเหมาะสม สาเหตุที่ทำให้เด็กเกเร เมื่ออายุได้ 1-4 ขวบ เด็กจะเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังต้องการความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ และยังรับมือกับความผิดหวังและอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดี ทั้งยังสื่อสารความต้องการหรือความรู้สึกได้ไม่มากนัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการของเด็กในวัยนี้ เมื่อโดนบังคับหรือขัดใจ เด็กจึงมักแสดงพฤติกรรมที่อาจดูเป็นเด็กเกเร เช่น ก้าวร้าว รุนแรง ไม่เชื่อฟัง เอาแต่ใจตัวเอง ลงไปนอนร้องไห้กับพื้น ขว้างปาสิ่งของ หรือแผดเสียงร้อง การที่เด็กเกเรไม่เชื่อฟัง อาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้ ความหิว ความเหนื่อยล้า ความไม่พอใจ ต้องการความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ ต้องการของบางอย่าง เช่น ตุ๊กตา ของเล่น ต้องการแสดงออกว่าไม่อยากทำสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ เช่น เก็บของเล่น ทำความสะอาด พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้อาจลดลงเมื่อเข้าเรียนในโรงเรียน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กสามารถพูดและสื่อสารให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจในความต้องการได้มากขึ้นแล้ว วิธีรับมือเมื่อ เด็กเกเร วิธีดังต่อไปนี้ อาจช่วยแก้ไขปัญหาเด็กเกเร ไม่เชื่อฟังได้ พูดคุยกับเด็กโดยตรง พูดคุยสะท้อนอารมณ์ของเด็กให้เด็กรู้จักอารมณ์ของตัวเองขณะนั้น เช่น หนูกำลังโมโห หนูกำลังไม่พอใจ หนูอยากได้ของเล่นชิ้นนี้ใช่ไหม […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ปัญหาลูกไม่ยอมกินอะไรเลย อาจเป็นปัญหาหนักอกหนักใจของคุณพ่อคุณแม่ที่ควรรีบแก้ไข และศึกษาวิธีที่ทำให้ลูกสามารถกินได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบถึงสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย โดยสามารถลองวิธีต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกต้องการกินอาหาร เช่น ให้ลูกกินอาหารตรงเวลาทุกมื้อ ลองทำเมนูใหม่ ๆ ปรับปริมาณอาหารให้เหมาะสม เป็นต้น อาจจะสามารถช่วยให้ลูกกลับมากินอาหารได้มากขึ้น สาเหตุที่ลูกไม่ยอมกินอะไรเลย ปัญหาลูกไม่ยอมกินอาหาร อาจเกิดมาจากสาเหตุต่อไปนี้ บังคับให้ลูกกินอาหารมากเกินไป เมื่อเห็นว่าลูกกินอาหารได้น้อยลงกว่าที่เคยเป็น คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้วิธีแก้ไขปัญหาที่ผิด เช่น ดุว่า ลงโทษ หรือบังคับให้ลูกกินให้หมดจาน โดยไม่รู้ว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ลูกไม่กินในขณะนั้น เช่น ปริมาณที่ลูกกินได้ในหนึ่งมื้ออาจมากเกินไป หรือลูกยังอิ่มขนมอยู่ การว่ากล่าวอาจทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีที่จะกินอาหารจนลูกเกิดอาการต่อต้านและไม่ยอมกินอะไรเลย กินน้ำตาลมากเกินไป การกินขนมขบเคี้ยวหรือขนมหวานเป็นประจำอาจทำให้ลูกติดน้ำตาล และเลือกที่จะขอกินอาหารหวาน ๆ แทนที่จะกินอาหารปกติ เช่น กินเพียงคุกกี้ในระหว่างวัน หรือต้องการกินแค่ของหวานในมื้อเย็น คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกขนมหรืออาหารว่างแบบที่มีน้ำตาลน้อยให้ลูก เช่น โยเกิร์ตไม่มีน้ำตาล ผลไม้อย่างกล้วย แอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้น เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และไม่ติดหวาน ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน เมื่อโตขึ้น มีสิ่งรบกวนที่ทำให้ไม่สนใจอาหาร ลูกอาจห่วงเล่นจนไม่อยากกินอาหารเมื่อถึงเวลาที่ต้องกิน เช่น ต้องการเล่นของเล่นจนไม่อยากทำอย่างอื่น หรือติดดูการ์ตูนโทรทัศน์จนไม่ยอมกินอะไรเลย เพราะความสนใจทั้งหมดอยู่ที่การ์ตูนจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ลูกต้องการความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ […]

โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ลูกน้อยวัย 2 ขวบ เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต เรียนรู้ที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ และมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา ภาษา และการสื่อสาร โภชนาการด้านอาหารที่ดีนับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลููก คุณพ่อคุณแม่ควรเลือก เมนูอาหารลูกน้อยวัย 2 ขวบ ที่ให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน และศึกษาอาหารบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการเจริญเติบโตที่เหมาะสมของช่วงวัย อาหารที่มีประโยชน์กับลูกวัย 2 ขวบ อาหารที่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อย มีดังนี้ 1. โปรตีน เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย มีกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมสร้างเซลล์ที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และยังให้พลังงานที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย พบมากในอาหารทะเล เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ไก่ นม อาหารประเภทถั่วต่าง ๆ เป็นต้น ปริมาณที่ลูกควรได้รับต่อวัน (อย่างน้อย 2 ส่วน/วัน) โดย 1 ส่วนมีดังนี้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไก่ ปลา น้ำหนักสุก 30 กรัม  น้ำหนักดิบ 40 กรัม ถั่วประเภทต่าง ๆ 2-4 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

ลูกไม่ยอมกินข้าว ในวัย 3 ขวบ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวล เพราะบางครั้งลูกสามารถที่จะกินข้าวได้ติดต่อกันหลายวัน แต่ในบางวันก็กินได้น้อยลง ไม่มีความต้องการกินเลย หรือบางครั้งก็เลือกกินเฉพาะอาหารที่ชอบเท่านั้น สาเหตุที่ลูกไม่ยอมกินข้าวเกิดได้จากหลายอย่าง เช่น เบื่ออาหาร โดนบังคับ ลูกต้องการความสนใจจากคนรอบข้าง คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีที่อาจจะช่วยให้ลูกกินข้าวได้ตามปกติ เช่น การวางแผนเมนูให้หลากหลายสีสันสวยงาม การให้ลูกกินข้าวในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับพัฒนาการและสุขภาพของลูกน้อย ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าวที่พบได้บ่อย ไม่กินอาหาร หรือกินน้อยลง พ่นและคายอาหารทิ้ง ไม่ยอมกลืนข้าว เลือกกินอาหารแค่บางอย่างเท่านั้น และไม่ยอมกินอาหารอื่น ๆ นอกจากเมนูที่คุ้นเคย หรือกินเป็นประจำ สาเหตุที่ลูกไม่ยอมกินข้าว 3 ขวบ สาเหตุของปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าว โดยเฉพาะลูกวัย 3 ขวบอาจจะมีได้ ดังนี้ เบื่ออาหาร เด็กในวัย 3 ขวบอาจจะยังไม่มีวิธีสื่อสารที่ชัดเจนว่าไม่ชอบหรือรู้สึกเบื่อเมนูอาหารเดิม ๆ จึงแสดงออกด้วยการไม่ยอมกินข้าว โดนบังคับเรื่องกิน เนื่องจากอยู่ในช่วงวัยที่ลูกเริ่มเป็นตัวของตัวเอง การบังคับหรือกดดันให้ลูกกินข้าว อาจทำให้ลูกต่อต้านและไม่ทำตาม ลูกต้องการความสนใจ การเรียกร้องความสนใจเป็นเรื่องปกติของเด็กในวัยนี้ การไม่ยอมกินอาจเป็นการแสดงออกเพื่อต่อต้านสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ อิ่มจากของกินเล่น หากลูกกินนม น้ำหวาน ขนมก่อนอาหารมื้อหลัก อาจทำให้ยังอิ่มอยู่และไม่ยอมกินอาหารมื้อหลัก หรือกินได้น้อยกว่าที่ควร เลียนแบบคนที่อยู่ด้วย เมื่อลูกเห็นว่าคนรอบข้างเลือกกินหรือไม่กินอาหารชนิดใด […]

เด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

สาเหตุที่ลูก 1 ขวบไม่ยอมกินข้าว อาจมาจากการที่ลูกรู้สึกเบื่ออาหาร ห่วงเล่น หากคุณพ่อคุณแม่ตามใจปล่อยให้ลูกรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา อาจทำให้ลูกเคยชิน และนำไปสู่การเจ็บป่วยหรือร่างกายขาดสารอาหารได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาสาเหตุที่ทำให้ลูกไม่ยอมกินข้าว รวมถึงเรียนรู้วิธีช่วยให้ลูกกินอาหาร เช่น เปลี่ยนเมนูอาหาร จัดเรียงอาหารให้น่าสนใจ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและพลังงานที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ลูก 1 ขวบไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร ลูก 1 ขวบไม่ยอมกินข้าว อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ถูกกดดัน คุณพ่อคุณแม่อาจกดดันลูกขณะกินข้าวโดยไม่รู้ตัว เช่น จ้องมองลูก ป้อนอาหารลูกเร็วเกินไป ดันชามข้าวเข้าใกล้ตัวลูกมากเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่อยากรับประทานอาหาร และต่อต้านการกินข้าวเมื่อถึงเวลาที่ควรกิน เบื่ออาหาร หากให้ลูกรับประทานอาหารเมนูเดิม ๆ ทุกมื้อ เป็นประจำทุกวัน อาจทำให้ลูกรู้สึกเบื่ออาหารและไม่ยอมกินข้าว ห่วงเล่น เด็กช่วงวัย 1 ขวบ อาจอยู่นิ่งกับที่ยาก เนื่องจากห่วงเล่น ทำให้อาจไม่ยอมกินข้าวหรือกินได้น้อย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหาอุปกรณ์สำหรับกินข้าวที่แปลกใหม่และดึงดูดความสนใจลูก เช่น ช้อนส้อม จานชามรูปการ์ตูนสีสันสดใส กลัวการรับประทานอาหารแปลกใหม่ เป็นเรื่องปกติที่อาจพบได้บ่อยในเด็กช่วงอายุ 1-5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากฝึกให้ลูกรับประทานอาหารในปริมาณน้อย เมื่อลูกกล้าที่จะรับประทาน […]

โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

เด็กปฐมวัย หรือเด็กช่วงก่อนวัยเรียนที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 3-6 ปี เป็นอีกช่วงชีวิตของเด็กที่มีพัฒนาการ การเจริญเติบโต การเรียนรู้ที่ไวขึ้น อีกทั้งอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูของคนในครอบครัว เพื่อดูแลเด็กปฐมวัยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้าและมีสุขภาพที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาแนวทางการเลี้ยงดูเด็กช่วงวัยนี้ รวมถึงโภชนาการอาหารที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่เด็กควรได้รับอย่างเหมาะสม พัฒนาการเด็กปฐมวัย พัฒนาการของเด็กปฐมวัย มีดังนี้ พัฒนาการด้านกายภาพ เด็กปฐมวัยมีการเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว มีทักษะในการกระโดด วิ่ง ปีน และชอบทำกิจกรรมที่ใช้พลังงาน เช่น วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน เตะบอล โยนลูกบอล ถึงอย่างไรระหว่างที่เด็กทำกิจกรรมคุณพ่อคุณแม่ควรคอยเฝ้าดู เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดการณ์ได้สำหรับพัฒนาการช่วงปฐมวัยแบ่งออกตามช่วงวัย ดังนี้ เด็กอายุ 3 ปี มักจะเริ่มมีจินตนาการ เริ่มวาดรูปคน วงกลมได้ เริ่มใช้กรรไกร หรือใช้สิ่งของเป็น ชอบเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ เริ่มรู้เพศตนเอง เด็กอายุ 4 ปี จะเริ่มวาดรูปสี่เหลี่ยม ใช้กรรไกรตัดเป็นเส้นตรง สามารถหยิบจับช้อนรับประทานข้าวได้เอง และรู้ถึงการสวมใส่เสื้อผ้าอย่างถูกต้อง เด็กอายุ 5 ปี สามารถวาดรูปทรงสามเหลี่ยม ใช้ความคมของใบมีดเป็น เช่น คัตเตอร์ แต่ถึงอย่างไรเพื่อความปลอดภัย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองหรือให้อุปกรณ์อื่น ๆ ในการตัดแทน สามารถสวมใส่เสื้อผ้าเองได้ ดูแลความสะอาดตนเองได้พอสมควรเมื่อเข้าห้องน้ำ พัฒนาการด้านการสื่อสาร หากคุณพ่อคุณแม่พูดคุยสื่อสารกับลูกสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงแรกเกิด […]

การเติบโตและพัฒนาการ

พัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะ หมายถึง พัฒนาการของเด็กอายุระหว่าง 1-3 ปี ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงวัยหัดเดิน เด็กในช่วงอายุนี้มักเริ่มจดจำสิ่งรอบตัว มีความอยากรู้อยากเห็น เริ่มสื่อสารด้วยภาษาง่าย ๆ และท่าทางการแสดงออกที่สื่อถึงอารมณ์และความต้องการได้ดีขึ้น นอกจากคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมลูกรักแล้ว ควรต้องระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยในวัยเตาะแตะที่สามารถเคลื่อนไหวไปได้ไกลมากขึ้นด้วย [embed-health-tool-vaccination-tool] พัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยในช่วงวัยเตาะแตะระหว่างอายุ 1-3 ปี โดยพัฒนาการที่เห็นได้ชัดในช่วงอายุนี้ ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยหัดเดินนั้น มีดังนี้ พัฒนาการด้านสังคม และอารมณ์ ลูกรักจะเริ่มสนใจ พร้อมมีปฏิกิริยากับผู้คนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และเด็กคนอื่น ๆ รวมถึงอาจมีการแสดงอารมณ์โกรธ โวยวาย เกรี้ยวกราดออกมา เมื่อพวกเขารู้สึกไม่พอใจ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจต้องค่อย ๆ เริ่มสอนให้ลูกน้อยรู้จักควบคุมอารมณ์ พัฒนาการด้านการเรียนรู้ความเข้าใจ เด็กช่วงวัยเตาะแตะ จะมีการจดจำรายละเอียดพฤติกรรมของคนรอบข้างและนำไปเลียนแบบ อีกทั้งยังจำแนกความเหมือน และความแตกต่างของสิ่งของ หรือของเล่นต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย พัฒนาการด้านกายภาพ ลูกน้อยจะเริ่มมีการหัดเคลื่อนไหวด้วยการตั้งแขนขึ้นเพื่อผลักดันตัวเอง และใช้เท้าดันกับพื้นให้ตัวเองไปด้านหน้า สำหรับเด็กบางคนอาจหัดยืน เดิน ด้วยการหาที่ยึดจับ คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกฝึกฝนและทำอะไรด้วยตนเอง แต่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ลูกน้อยอยู่คนเดียวเพื่อป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ พัฒนาการด้านภาษา เมื่อคุณพ่อคุณแม่พูดประโยคซ้ำ ๆ ให้ลูกรักได้ยินเป็นประจำพวกเขาจะเริ่มเปล่งเสียง หรือพูดประโยคนั้นออกมาตามการจดจำจากการได้ยิน เช่น พ่อ แม่ […]

โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน

เด็กแต่ละช่วงวัยมักมีความต้องการสิ่งที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตแตกต่างกัน เช่น ช่วงวัยทารกก็ยังคงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารจากนมแม่ แต่หากเข้าสู่ช่วงวัยเริ่มหัดเดินลูกรักอาจต้องการสารอาหารที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อกระตุ้นพัฒนาการ และให้พลังงานแก่พวกเขา วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับ โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน ที่เด็ก ๆ ช่วงวัยนี้ควรได้รับ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ โภชนาการเด็กวัยหัดเดินและเด็กก่อนวัยเรียน มีอะไรบ้าง เด็กวัยหัดเดิน และเด็กวัยก่อนเรียน ที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 2-6 ปี ควรได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน เนื่องจากเด็ก ๆ วัยนี้ต้องการพลังงานดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวัน รวมถึงช่วยบำรุงสมอง ระบบประสาท เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ เพื่อพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ โภชนาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรจัดสรรหามาให้แก่ลูกรักของคุณ มีดังนี้ โปรตีน เลือกวัตถุดิบในการประกอบอาหารโดยเน้นโปรตีนที่มีประโยชน์ เช่น ถั่วเหลือง ปลา เนื้อไม่ติดมัน และไข่ ธัญพืช ถึงแม้ธัญพืชจะมีหลากหลายชนิด แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเลือกธัญพืชเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต แคลเซียม ผลิตภัณฑ์จากนม อุดมไปด้วยแคลเซียม และวิตามินดี สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูกให้ลูกแข็งแรง โดยคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกรักวัยหัดเดินดื่มนมอย่างน้อย 2 มื้อ เป็นประจำทุกวัน ผัก และผลไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกรักได้รับโซเดียมจากขนมมากเกินไป การฝึกให้พวกเขารับประทานผลไม้ และผักทดแทน จึงอาจเป็นทางออกที่ดี หรืออาจนำผักผลไม้เหล่านี้มาปรุงเป็นเครื่องดื่ม […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!