โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โภชนาการพิเศษ

อาหารบํารุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

พฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เลือกรับประทาน อาหารบํารุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผักและผลไม้ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว อาหารที่มีธาตุเหล็ก และโฟเลต อาหารเสริมกรดโฟลิก ร่วมกับการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่เครียด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ [embed-health-tool-due-date] อาหารบํารุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีโภชนาการที่หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยบำรุงร่างกายและช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ อาหารที่อาจช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้หญิงที่ต้องการตั้งครรภ์ มีดังนี้ ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ เป็นอาหารที่มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย ทั้งยังอุดมด้วยสารอาหาร เช่น ธาตุเหล็ก ซีลีเนียม สังกะสี แมกนีเซียม วิตามินบีต่าง ๆ ผักและผลไม้ อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงควรเลือกรับประทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดเป็นประจำ เช่น ผักใบเขียวเข้ม เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี ปวยเล้ง ผักโขม ผักกาดเขีย ผักบุ้ง […]


โภชนาการพิเศษ

อาหารบํารุงครรภ์ มีอะไรบ้าง และคนท้องไม่ควรกินอะไร

อาหารบํารุงครรภ์ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ควรมีสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลายเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกอาหารที่มีไฟเบอร์ เกลือแร่ และวิตามิน เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าว ขนมปัง อาหารที่มีโปรตีน เช่น ปลา เต้าหู้ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว พืชตระกูลถั่ว โดยควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ หรือล้างทำความสะอาดอย่างดีแล้ว นอกจากนี้ ควรจำกัดการกินไขมันและของหวานแต่พอดี หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ งดอาหารหมักดองที่อาจมีสารพิษปนเปื้อน อาหารรสจัดที่อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อน และอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบที่อาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรค [embed-health-tool-due-date] อาหารบํารุงครรภ์ มีอะไรบ้าง อาหารที่มีประโยชน์จะช่วยส่งเสริมความแข็งแรงให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้สารอาหารที่เพียงพอแก่ทารกในครรภ์ ทำให้ทารกเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ โดยทั่วไป คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกกินอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน อุดมไปด้วยสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และปรุงสุกใหม่เพื่อป้องกันการติดเชื้อและอาการอาหารเป็นพิษ ตัวอย่างอาหารที่ช่วยบำรุงครรภ์ อาจมีดังนี้ อาหารที่มีโฟเลต (Folate) และกรดโฟลิก ขณะตั้งครรภ์ควรกินอาหารที่มีโฟเลต เช่น ผักใบเขียวเข้มอย่างผักกาดเขียว บรอกโคลี ปวยเล้ง ผักเคล กะหล่ำปลี พืชตระกูลถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วลันเตา ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเลนทิล ผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่น ส้ม ส้มโอ […]


ข้อมูลโภชนาการ

น้ำวิตามินซี มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

น้ำวิตามินซี เป็นเครื่องดื่มผสมวิตามินซีซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน รักษาบาดแผล ช่วยสร้างคอลลาเจนในกระดูกและผิวหนัง แต่น้ำวิตามินซีบางชนิดอาจไม่มีส่วนผสมของวิตามินซีหรืออาจมีปริมาณไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ยังอาจมีการเติมน้ำตาล สีและกลิ่น หากดื่มมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานได้ [embed-health-tool-bmr] วิตามินซี สำคัญต่อร่างกายอย่างไร วิตามินซี เป็นสารอาหารรองที่มีความสำคัญต่อกระบวนการทำงานของร่างกาย มีส่วนช่วยในการสร้างหลอดเลือด กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ คอลลาเจนในกระดูกและผิวหนัง รวมถึงยังอาจช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำร้ายของสารอนุมูลอิสระ เช่น แสงแดด มลภาวะ ควัน ฝุ่น เชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคหวัด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง แม้วิตามินซีจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ ดังนี้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ท้องเสีย เสียดท้อง แน่นท้อง อ่อนเพลีย ง่วงนอน หรืออาจรบกวนการนอนหลับ ผิวแดง ดังนั้น จึงควรรับประทานวิตามินซีไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น น้ำวิตามินซี ดีต่อร่างกายหรือไม่ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายรูปแบบออกมาวางขาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่ง น้ำวิตามินซี ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป แต่เมื่อวันที่ […]


ข้อมูลโภชนาการ

อาหารคลีน เป็นอย่างไร ข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้

อาหารคลีน เป็นอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือปรุงแต่งน้อยที่สุด เพื่อคงความเป็นธรรมชาติและคุณค่าทางสารอาหารไว้อย่างครบถ้วน จึงส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพและผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนัก [embed-health-tool-bmi] อาหารคลีน เป็นอย่างไร อาหารคลีน คือ อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือปรุงแต่งน้อยที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มาจากธรรมชาติอย่างเต็มที่ และลดการรับสารปรุงแต่ง สารเคมีหรือสารกันบูดต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย โดยวิธีการเลือกและรับประทานอาหารคลีนให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาจทำได้ดังนี้ เลือกอาหารที่มาจากธรรมชาติมากที่สุด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ผักและผลไม้สด หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปหรืออาหารบรรจุหีบห่อ เช่น มันฝรั่งทอด คุกกี้ อาหารแช่แข็งพร้อมทาน ไส้กรอก เบคอน เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจเต็มไปด้วยเครื่องปรุง เกลือ น้ำตาล สารกันบูด และไขมันอิ่มตัว เลือกธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ เนื่องจากธัญพืชไม่ขัดสีจะอุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วน ซึ่งต่างจากข้าวขาว ขนมปังขาว หรือเส้นพาสต้า ที่ผ่านการแปรรูปจนอาจสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปมาก เลือกผักและผลไม้สด หรือผักและผลไม้แช่แข็งที่ไม่ผ่านการแปรรูป เพราะเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ น้ำตาลจากธรรมชาติและแคลอรี่ต่ำ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เลือกเนื้อสัตว์ออร์แกนิก (Organic) ที่มาจากร้านค้าหรือฟาร์มที่ไว้ใจได้ […]


โรคอ้วน

โรคอ้วนคืออะไร อาการ ภาวะแทรกซ้อนและวิธีป้องกัน

โรคอ้วนคือ โรคที่มีการสะสมของไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากเกินไป ทำให้มีขนาดตัวใหญ่และมีน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ดี ขาดการออกกำลังกายและใช้ยารักษาโรคบางชนิด ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคข้อเข่าเสื่อม ดังนั้น จึงควรเข้ารับการรักษาหรือลดน้ำหนักตามแผนการดูแลตัวเองที่คุณหมอแนะนำ [embed-health-tool-bmi] โรคอ้วนคืออะไร โรคอ้วนคือ โรคที่มีการสะสมของไขมันในร่างกายสูง โดยใช้เกณฑ์ในการวัดจากค่าดัชนีมวลกายและรอบเอว ซึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้มีไขมันสะสมในร่างกายจนนำไปสู่โรคอ้วนอาจมีดังต่อไปนี้ ครอบครัว หากคนในครอบครัวเป็นโรคอ้วน คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนด้วยเช่นกัน ผู้สูงอายุ เนื่องจากอาจไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องตัวทำให้ขาดการออกกำลังกาย อีกทั้งผู้สูงอายุยังอาจมีประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมันในร่างกายลดลง ส่งผลให้ไขมันสะสมมากขึ้นและเสี่ยงเป็นโรคอ้วน อย่างไรก็ตาม โรคอ้วนอาจสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยเช่นเดียวกัน อาหาร การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่และไขมันสูง เช่น อาหารขยะ ของทอด น้ำอัดลม เบียร์ ไวน์ ขนมหวาน อาจส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันและคอเลสเตอรอลมากเกินไป ขาดการออกกำลังกาย อาจทำให้ร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกิน ทำให้ไขมันสะสมในร่างกายมากขึ้น จนนำไปสู่การเกิดโรคอ้วน แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารไม่สมดุล หากเกิดความไม่สมดุลของแบคทีเรียไมโครไบโอม (Microbiome) ในลำไส้ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยย่อยอาหาร อาจส่งผลกระทบต่อการย่อยอาหาร ทำให้เพิ่มหรือลดน้ำหนักได้ยาก และอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจทำให้ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติและกระตุ้นความอยากอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง […]


โภชนาการพิเศษ

แคลเซียม คน ท้อง มีอะไรบ้าง และปริมาณที่เหมาะในการบริโภค

ขณะตั้งครรภ์ ร่างกายจะสลายแคลเซียมในกระดูกของคุณแม่ไปเสริมสร้างกระดูกและส่งเสริมการทำงานของระบบอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณแม่จะต้องได้รับอาหารที่มี แคลเซียม คน ท้อง เช่น ผักและผลไม้ นมและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ปลาที่มีไขมันดี ในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งนี้ คนท้องควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของทั้งแม่และทารกในครรภ์ ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพของคุณแม่และทารกแข็งแรง ทั้งยังลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะความดันโลหิตสูง ได้ด้วย [embed-health-tool-due-date] ทำไมคนท้องถึงต้องการแคลเซียม แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จะต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเท่านั้น สำหรับคนท้อง การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอจะช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อและฮอร์โมน ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกบางได้ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างกระดูกบำรุงหัวใจ เส้นประสาท และกล้ามเนื้อของทารกในครรภ์ให้แข็งแรง หากร่างกายคนท้องได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ อาจทำให้คนท้องเสี่ยงเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia) ภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการชาในช่องท้อง รู้สึกเสียวแปล๊บที่มือและเท้า และกล้ามเนื้อกระตุก ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้หินปูนเกาะที่ไต แคลเซียมเกาะในสมอง มีอาการทางประสาท เช่น ไบโพลาร์ ซึมเศร้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้ทารกเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคกระดูกอ่อน (Rickets) ปริมาณแคลเซียมที่คนท้องควรได้รับต่อวัน ปริมาณแคลเซียมที่ผู้หญิง คนท้อง และหญิงให้นมบุตร ควรบริโภค […]


โภชนาการพิเศษ

กรดยูริคสูง ต้องกินอะไร และควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไร

กรดยูริคสูง เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดกรดยูริคออกด้วยการขับถ่ายได้ทัน ทำให้มีกรดยูริคสะสมอยู่ในกระแสเลือด และอาจตกตะกอนกลายเป็นผลึกไปเกาะตามอวัยวะต่าง ๆ ทั้งในระบบทางเดินปัสสาวะและข้อต่อ การศึกษาว่า กรดยูริคสูง ต้องกินอะไร และควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดไหน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับกรดยูริคให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนเนื่องจากมีกรดยูริคสูงเกินไปเป็นเวลานานอย่างโรคเกาต์และโรคนิ่วในไตได้ [embed-health-tool-bmi] กรดยูริค คืออะไร กรดยูริค (Uric acid) เป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายสารพิวรีน (Purine) ในระบบย่อยอาหาร โดยทั่วไป กรดยูริคที่สะสมอยู่ในเลือดจะมาจากการกระบวนการสร้างของร่างกายประมาณร้อยละ 80 และมาจากอาหารที่กินประมาณร้อยละ 20 ปกติแล้ว ร่างกายจะขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะและอุจจาระ แต่หากร่างกายกำจัดกรดยูริคไม่ทัน อาจทำให้มีกรดยูริคสะสมในเลือดในระดับสูงผิดปกติได้ โดยทั่วไป ระดับยูริคในเลือดของผู้ใหญ่เพศชายจะอยู่ที่ประมาณ 3.5-7.2 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ส่วนในผู้ใหญ่เพศหญิงจะอยู่ที่ประมาณ 2.6-6.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ภาวะกรดยูริคสูง ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร ภาวะกรดยูริคสูง (Hyperuricemia) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีกรดยูริคสะสมอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายผลิตพิวรีนมากเกินไป ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด การรับประทานอาหารที่มีพิวรินสูงเป็นประจำ นอกจากนี้ ภาวะกรดยูริคสูงยังอาจเกิดร่วมกับภาวะสุขภาพบางประการ เช่น โรคอ้วน โรคไตเรื้อรัง โรคความดันเลือดสูง โดยทั่วไป คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะกรดยูริคในเลือดสูงจะไม่มีอาการและไม่ต้องการการรักษาในระยะยาว แต่หากมีระดับกรดยูริคสูงเกิน 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตรเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคเกาต์ […]


โภชนาการพิเศษ

โรคริดสีดวง ห้ามกิน อะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

โรคริดสีดวงเกิดขึ้นเมื่อเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักหรือภายในทวารหนักโป่งพอง และอาจมีติ่งนูนยื่นออกมาจากทวารหนัก ทำให้ระคายเคืองเวลาขับถ่าย หรืออาจทำให้มีเลือดออกเมื่อเบ่งอุจจาระ โรคนี้มักเกิดจากพฤติกรรม เช่น มักกินอาหารที่มีใยอาหารน้อย กินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูงเป็นประจำ ดื่มน้ำน้อยเกินไป จนส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกและไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ การเรียนรู้ว่า โรคริดสีดวง ห้ามกิน อะไร ควรกินอาหารแบบไหนถึงจะดี รวมถึงวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมเมื่อเป็นโรคริดสีดวง อาจช่วยควบคุมอาการของโรคริดสีดวง เช่น อาการปวดบวมบริเวณทวารหนัก และทำให้โรคริดสีดวงดีขึ้นได้ในเวลาไม่นาน [embed-health-tool-bmi] โรคริดสีดวง ห้ามกิน อะไร อาหารที่ผู้ป่วยโรคริดสีดวงควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารที่มีไฟเบอร์หรือใยอาหารน้อย ซึ่งทำให้เสี่ยงท้องผูกได้ง่ายและทำให้อาการริดสีดวงแย่ลงได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ อาหารแปรรูป เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง เบเกอรี่ อาหารหมักดอง อาหารจากเนื้อสัตว์อย่างไส้กรอก แฮม เบคอน ซึ่งมักจะมีโซเดียม คาร์โบไฮเดรตที่ขัดสีแล้ว น้ำตาล และไขมันอิ่มตัวสูง อาจทำให้ย่อยยากกว่าปกติ ท้องผูก ส่งผลต่อการขับถ่าย และทำให้อาการริดสีดวงแย่ลงได้ อาหารรสเผ็ด เช่น ส้มตำปลาร้า ผัดเผ็ดปลาดุก แกงไตปลา อาจทำให้แผลริดสีดวงระคายเคืองเมื่อต้องถ่ายอุจจาระ และยังทำให้เสี่ยงเกิดโรคกรดไหลย้อนได้ด้วย เนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เป็นอาหารที่มีใยอาหารน้อยและไขมันสูง […]


ข้อมูลโภชนาการ

5 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีหลากหลายชนิดด้วยกัน เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน สามารถรับประทานสดหรือนำมาประกอบอาหารและทำเป็นเครื่องดื่มได้ โดยผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ล้วนอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน [embed-health-tool-bmi] 5 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่ดีต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง 5 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่เป็นที่นิยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีดังต่อไปนี้ บลูเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีขนาดเล็กและมีสีน้ำเงินอมม่วง บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย (148 กรัม) อาจให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรตรวม 14.5 กรัม และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม วิตามินซี วิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ที่นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Molecular Sciences ปี พ.ศ. […]


ข้อมูลโภชนาการ

พุทรา ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

พุทรา เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียใต้ เปลือกของพุทรามีสีเขียว น้ำตาล เหลือง ส่วนเนื้อสีขาว และนิยมนำมาแปรรูปเป็นพุทราอบแห้งหรือพุทราเชื่อม พุทรามีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น โพแทสเซียม เหล็ก วิตามินเอ ปัจจุบัน มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่าการบริโภคพุทราอาจช่วยให้หลับสบาย และผ่อนคลายความวิตกกังวล นอกจากนี้ พุทราอาจมีคุณสมบัติต้านมะเร็งและอาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ด้วย [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของ พุทรา พุทราสด 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 79 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 20.2 กรัม โปรตีน 1.2 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โพแทสเซียม 250 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 23 มิลลิกรัม แคลเซียม 21 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม โซเดียม 3 มิลลิกรัม นอกจากนี้ พุทรายังประกอบไปด้วยธาตุอาหารอย่างเหล็ก […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน