โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ทำไมยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน? เจาะลึกฮอร์โมนเครียด ต้นเหตุ "โรคอ้วน" และความดันโลหิตสูง

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่พยายามลดน้ำหนักอย่างหนัก เข้ายิมเป็นประจำ และคุมอาหารจนแทบไม่ได้กินของอร่อย แต่ทำไม "พุง" เจ้ากรรมกลับไม่ยอมยุบลงเลย? หรือบางคนกลับพบว่าในช่วงที่งานรุมเร้า เครียดสะสม น้ำหนักกลับพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ คำตอบของปริศนานี้ไม่ได้อยู่ที่วินัยของคุณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรารู้จักกันในนาม "ฮอร์โมนความเครียด" ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่เปลี่ยนคนเครียดให้กลายเป็นโรคอ้วนลงพุง และลุกลามไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงในที่สุด ความเครียดกับร่างกาย: เมื่อ "กลไกเอาตัวรอด" กลายเป็นภัยเงียบ ในทางชีวภาพ ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้รับมือกับอันตรายผ่านระบบที่เรียกว่า "Fight or Flight" (สู้หรือหนี) เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์คับขัน ต่อมหมวกไตจะหลั่ง Cortisol ออกมาเพื่อทำหน้าที่สำคัญคือการเพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด เพื่อให้กล้ามเนื้อมีพลังงานเพียงพอในการต่อสู้หรือวิ่งหนี แต่ปัญหาของคนในยุคปัจจุบันคือ เราไม่ได้เครียดเพราะต้องหนีเสือหรือสู้กับสัตว์ร้าย แต่เราเครียดเพราะเดดไลน์งาน ปัญหาการเงิน หรือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ซึ่งความเครียดเหล่านี้เป็น "ความเครียดเรื้อรัง" (Chronic Stress) ที่ทำให้ระดับ Cortisol ในร่างกายสูงค้างอยู่เป็นเวลานาน ร่างกายจึงเข้าสู่โหมดกักเก็บพลังงานเพื่อรับมือกับวิกฤตที่ไม่มีวันจบสิ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน เจาะลึกกลไก: ทำไมคอร์ติซอลถึงสั่งให้ "สะสมไขมันที่พุง" หลายคนอาจตั้งคำถามว่า "ถ้าเครียดแล้วต้องใช้พลังงาน ทำไมเราถึงอ้วนขึ้น?" คำตอบซ่อนอยู่ในกลไกการทำงานของ Cortisol ที่ส่งผลต่อร่างกาย 3 ด้านหลัก ดังนี้: 1. ปรากฏการณ์ "พุงเครียด" […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โภชนาการพิเศษ

อาหารอ่อนๆ ดีต่อสุขภาพอย่างไร มีอะไรบ้างที่ควรรับประทาน

อาหารอ่อนๆ มักเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาหารอ่อนๆ เป็นอาหารเนื้อนุ่ม เคี้ยวและกลืนง่าย ใยอาหารต่ำ ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น เพื่อนำมาใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ใช้เป็นพลังงานในการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย และยังดีต่อการทำงานของระบบย่อยอาหารและลำไส้อีกด้วย [embed-health-tool-bmi] อาหารอ่อนๆ ดีต่อสุขภาพอย่างไร อาหารอ่อนๆ คือ อาหารที่มีใยอาหารต่ำ เนื้อสัมผัสนุ่ม เคี้ยวง่าย กลืนง่าย กรดต่ำ และผ่านการปรุงสุกจนย่อยง่าย ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ โดยส่วนใหญ่อาหารอ่อนๆ มักเหมาะกับผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและใช้เป็นพลังงานในการฟื้นฟูร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง นอกจากนี้ อาหารอ่อนๆ ยังดีต่อการทำงานของระบบย่อยอาหารและลำไส้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาลำไส้และระบบย่อยอาหาร ดังนี้ ปัญหาเกี่ยวกับการบดเคี้ยวและการกลืนอาหาร การติดเชื้อที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร แพ้อาหาร เช่น แพ้นมวัว แพ้แลคโตส ไวต่อน้ำตาลกลูโคส คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก และท้องเสีย การตั้งครรภ์และให้นมบุตร ปัญหาลำไส้และกระเพาะอาหาร เช่น กระเพาะเป็นแผล โรคลำไส้อักเสบ โรคกรดไหลย้อน อาการลำไส้แปรปรวน โรคกระเพาะอาหาร โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis) การผ่าตัดร่างกาย ผ่าตัดบริเวณศีรษะ คอ ฟัน […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดหน้าท้องล่าง ป้องกันโรคอ้วนลงพุง ทำได้อย่างไร

หน้าท้องล่าง อาจเกิดจากไขมันสะสมในบริเวณหน้าท้องเนื่องจากระบบการเผาผลาญทำงานผิดปกติ ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกินไป การไม่ออกกำลังกาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้วิธีการ ลดหน้าท้องล่าง รวมถึงการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังเหล่านั้น [embed-health-tool-bmi] หน้าท้องล่างป่อง เกิดจากอะไร หน้าท้องล่างป่อง อาจเกิดจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายผิดปกติ ที่ทำให้ร่างกายมีไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณหน้าท้องล่างและรอบเอว โดยสังเกตได้จากพุงล่างป่องคล้ายลูกแพร์หรือแอปเปิ้ล หรือมีค่าดัชนีมวลกายเกิน 25 และรอบเอวเกิน 35-40 นิ้ว นอกจากนี้ หน้าท้องล่างยังอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ดังนี้ การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมันและน้ำตาลสูงมากเกินไป เช่น ขนมหวาน ข้าวขาว พาสต้า ขนมปังขาว ของทอด อาหารแปรรูป น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เบียร์ ไวน์ โซจู เพราะอาจส่งผลให้ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากจนเกิดหน้าท้องล่าง ขาดการออกกำลังกาย การออกกำลังกายอาจช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลายไขมันมาใช้เป็นพลังงาน เมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย ไขมันจึงสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงหน้าท้องล่าง ความเครียด อาจทำให้บางคนรู้สึกอยากอาหารและรับประทานอาหารมากจนเกินไปเพื่อช่วยคลายเครียด จึงส่งผลให้ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องล่าง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดส่วนเกินให้กลายเป็นไกลโคเจน (Glycogen) ที่เป็นไขมันชนิดหนึ่งไปเก็บสะสมทั่วทั้งร่างกายรวมถึงบริเวณหน้าท้องล่าง […]


โรคอ้วน

7 ท่า ออกกําลังกายลดพุง ควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วนลงพุง

ออกกําลังกายลดพุง อาจช่วยให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องและรอบเอวมาเผาผลาญเปลี่ยนเป็นพลังงาน ที่ส่งผลให้พุงยุบ รอบเอวลดลง อย่างไรก็ตาม นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ยังควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อลดการสะสมของไขมัน เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจทำให้น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน จนนำไปสู่โรคอ้วนลงพุงและโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ [embed-health-tool-bmi] ทำไมถึงควรออกกําลังกายลดพุง ออกกําลังกายลดพุง อาจช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะหน้าท้องและเอวเพื่อนำมาเป็นพลังงาน ซึ่งอาจช่วยในการลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนัก รวมถึงอาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งมดลูก โรคหัวใจและหลอดเลือดและอาการรุนแรงของโควิด-19 7 ท่า ออกกําลังกายลดพุง 7 ท่า ออกกำลังกายลดพุง มีดังนี้ 1.ท่าปั่นจักรยานกลางอากาศ (Bicycle crunches) เป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อภายใน กระชับต้นขา และลดพุง โดยสามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้ นอนหงายราบกับเสื่อออกกำลังกายแล้วยกขาทั้ง 2 ข้างตั้งฉาก โดยหน้าเท้าต้องแนบกับพื้น นำมือทั้ง 2 ข้างประมาณแตะใบหูไว้ พร้อมกับยกตัวขึ้นเล็กน้อย ยกขาทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือเสื่อและงอขาด้านใดด้านหนึ่งเข้าหาตัวและยืดขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะตรงเหยียดออกไป จากนั้นทำสลับกันไปมาคล้ายกับการปั่นจักรยานบนอากาศ ในขณะที่ยกขาข้างหนึ่งขึ้นให้บิดด้วยไปด้านนั้นร่วมด้วย ควรทำสลับกันไปมาซ้าย-ขวา ประมาณ […]


ข้อมูลโภชนาการ

แครนเบอร์รี่ ผลไม้สีแดง เปี่ยมประโยชน์สุขภาพ และข้อควรระวังในการบริโภค

แครนเบอร์รี่ (Cranberry) เป็นผลไม้ลูกเล็ก สีแดง มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน แหล่งเพาะปลูกสำคัญอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา นิยมบริโภคทั้งแบบสดและแบบตากแห้ง แครนเบอร์รี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “ซูเปอร์ฟูด (Superfood)” เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ เช่น วิตามินซี วิตามินเอ โพแทสเซียม และโพลีฟีนอล (Polyphenols) หลายชนิด โดยเฉพาะสารโปรแอนโทไซยานิดินหรือสารแพค (Proanthocyanidin หรือ PAC) ที่อาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงโรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น จึงควรบริโภคแครนเบอร์รี่ หรืออาหารเสริมแครนเบอร์รี่ เป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยเสริมสุขภาพ [embed-health-tool-bmi] แครนเบอร์รี่ ดีอย่างไร การรับประทานแครนเบอร์รี่สด 100 กรัม จะให้น้ำ 87.3 กรัม ให้พลังงาน 46 กิโลแคลอรี ให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 12 กรัม โดย 3.6 กรัมเป็นคาร์โบไฮเดรตจำพวกไฟเบอร์ (Fiber) หรือใยอาหาร และไม่มีไขมัน ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่สำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกาย […]


ข้อมูลโภชนาการ

อาหารคาร์โบไฮเดรต ประโยชน์ และข้อควรระวังในการรับประทาน

อาหารคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่อยู่ในโภชนาการอาหาร 5 หมู่ และเป็นอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียง่ายระหว่างที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมากเกินไปและขาดการออกกำลังกายอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้ [embed-health-tool-bmi] อาหารคาร์โบไฮเดรต คืออะไร อาหารคาร์โบไฮเดรต คือ สารอาหารชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวัน นอกจากนี้ คาร์โบไฮเดรตยังรวมถึงไฟเบอร์ที่อาจช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ โดยร่างกายควรได้รับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตประมาณ 45-65% ของแคลอรี่ที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวัน ยกตัวอย่าง หากร่างกายได้รับ 2,000 กิโลแคลอรี่/วัน ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตประมาณ 900-1,300 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรตแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ที่ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดียว (ฟรุกโตส กาแลคโตส และกลูโคส) และน้ำตาลโมเลกุลคู่ (แลคโตส มอลโตส และซูโครส) โดยร่างกายสามารถย่อยน้ำตาลเหล่านี้และดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งน้ำตาลที่ใช้ในการปรุงอาหาร เช่น น้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว จะถูกเรียกว่า ซูโครส สำหรับน้ำตาลที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมจะเรียกว่าแลคโตส แต่หากพบในผักและผลไม้จะเรียกว่า ฟรุกโตส ตัวอย่างอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น โยเกิร์ต […]


โรคอ้วน

Obesity คือ อะไร ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ

Obesity คือ โรคอ้วน หรือโรคที่ผู้ป่วยมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 30 ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนปกติ อย่างไรก็ตาม Obesity อาจป้องกันได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหาร โดยเน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ หรือถั่ว และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลหรือไขมัน [embed-health-tool-bmi] Obesity คือ อะไร Obesity หรือ โรคอ้วน เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง เมื่อเป็นแล้วส่งผลให้มีรูปร่างอ้วน ลงพุง และมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 30 ผู้ป่วยโรคอ้วนจะเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนมากกว่าผู้คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็งบางชนิด หรือโรคข้อกระดูกอ่อนเสื่อม ในวันอ้วนโลก (World Obesity Day) ปี พ.ศ. 2565 องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วโลกมีจำนวนมากกว่า 1 พันล้านคน โดยคิดเป็นผู้ใหญ่ประมาณ 650 ล้านคน วัยรุ่นประมาณ 340 ล้านคน และเด็กอีกประมาณ 39 ล้านคน ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2564 ปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนในผู้ใหญ่อยู่ที่ 47.2 เปอร์เซ็นต์ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ส้มมีประโยชน์อย่างไร และข้อควรระวังในการรับประทาน

ส้ม เป็นผลไม้ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีรสชาติเปรี้ยวหวาน และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น วิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โฟเลต อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานส้มในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงควรศึกษาก่อนรับประทานว่า ส้มมีประโยชน์อย่างไร มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ จุดเสียดท้อง ปวดท้อง และอาการแพ้รุนแรง [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของส้ม ส้มขนาดกลาง 1 ผล (140 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 66 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คาร์โบไฮเดรต 14.8 กรัม ที่ประกอบด้วยไฟเบอร์ 2.8 กรัม น้ำตาล 12 กรัม โพแทสเซียม 232 มิลลิกรัม วิตามินซี 82.7 มิลลิกรัม แคลเซียม 60.2 มิลลิกรัม โฟเลต 35 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 32.2 […]


ข้อมูลโภชนาการ

พริกไทยดํา สรรพคุณ และข้อควรระวังในการรับประทาน

พริกไทยดํา คือ เครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลม ขนาดเล็ก มีรสชาติเผ็ดร้อน นิยมนำมาปรุงอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโจ๊ก ข้าวต้ม สเต็ก และอาหารประเภทผัด เป็นต้น พริกไทยดำอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส และมี สรรพคุณ มากมาย ที่อาจช่วยต้านอนุมูลอิสระลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าโภชนาการพริกไทยดำ พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ (6.9 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 17.3 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ โพแทสเซียม 91.8 มิลลิกรัม แคลเซียม 30.6 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 11.2 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 10.9 มิลลิกรัม นอกจากนี้พริกไทยดำยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี แมงกานีส ที่อาจมีสรรพคุณในการช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ส่งผลให้เซลล์เสื่อมสภาพจนนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรัง พริกไทยดำ มี สรรพคุณ อะไรบ้าง พริกไทยดำมีสรรพคุณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหาร การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน […]


ข้อมูลโภชนาการ

ข้าวบาร์เลย์ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

ข้าวบาร์เลย์ หรือบาร์เลย์ (Barley) คือธัญพืชชนิดหนึ่ง เมื่อสุกจะมีรสสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสชาติออกมันเล็กน้อย คนนิยมรับประทานเป็นอาหาร ข้าวบาร์เลย์ คืออะไร ข้าวบาร์เลย์ หรือบาร์เลย์ (Barley) คือธัญพืชชนิดหนึ่ง เมื่อสุกจะมีรสสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสชาติออกมันเล็กน้อย คนนิยมรับประทานเป็นอาหาร โดยเฉพาะในแถบประเทศอเมริกา นอกจากนี้บางส่วนก็อาจนำข้าวบาร์เลย์มาทำเป็นยา หรือเป็นส่วนประกอบหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย ข้าวบาร์เลย์นั้นเชื่อกันว่ามีสรรพคุณที่สามารถในการรักษาโรคหัวใจและคอเลสเตอรอลสูง อีกทั้งยังอาจสามารถช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยยืนยันได้ว่า การรับประทานข้าวบาร์เลย์นั้นจะมีผลดังกล่าวหรือไม่ ข้าวบาร์เลย์นั้นนอกจากจะนำมารับประทานในรูปแบบของธัญพืชแล้ว ยังสามารถนำไปทำเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ หรืออาจนำไปหมักเพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ได้อีกด้วย ประโยชน์ของข้าวบาร์เลย์ เนื่องจากภายในข้าวบาร์เลย์นั้นจะมีใยอาหารสูง ซึ่งใยอาหารนี้อาจสามารถช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดได้ นอกจากนี้ข้าวบาร์เลย์ยังอาจสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน (Insulin) ลงไป ทำให้สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวาน ใยอาหารในข้าวบาร์เลย์ยังต้องใช้เวลาในการย่อยนาน ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในระดับที่คงที่ ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง อีกทั้งยังทำให้เราอิ่มได้นานขึ้นอีกด้วย ข้อควรระวังในการรับประทานข้าวบาร์เลย์ ข้าวบาร์เลย์นั้นอาจจะปลอดภัย หากรับประทานในปริมาณเท่าที่สามารถพบได้ในอาหาร แต่การรับประทานข้าวบาร์เลย์ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ ท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร เรอ จุกเสียด แน่นท้อง อาการแพ้ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีผลข้างเคียงอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ […]


ข้อมูลโภชนาการ

กินคอลลาเจน ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง

คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการเติบโตและซ่อมแซมผิวหนังและกระดูก ทั้งนี้ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง จึงอาจต้องได้รับคอลลาเจนทดแทนเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การ กินคอลลาเจน ผลข้างเคียง อาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่รุนแรงนัก เช่น ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย ผื่นขึ้น ปวดหัว วิงเวียน [embed-health-tool-heart-rate] คอลลาเจน คืออะไร คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้มากที่สุดในร่างกายมนุษย์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นเอ็น ผม และเล็บ โดยมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูก เล็บ กล้ามเนื้อ ข้อต่อ รักษาความยืดหยุ่น เต่งตึง เรียบเนียนให้ผิวหนัง เพิ่มการยึดเกาะระหว่างเส้นผมและหนังศีรษะ เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้หลอดเลือด ทำไมต้อง กินคอลลาเจน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของมนุษย์จะผลิตคอลลาเจนน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา และการกินคอลลาเจนในรูปแบบอาหารเสริม อาจมีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ ชะลอการเหี่ยวย่นของผิวหนัง คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของส่วนประกอบทั้งหมด เมื่อคอลลาเจนลดลงจึงส่งผลให้ใบหน้าเกิดริ้วรอย ผิวหนังเหี่ยวย่น ทั้งนี้ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน