home

สุขภาพหัวใจ

หัวใจ คืออวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากหัวใจเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพหัวใจ ทั้งการดูแลรักษา และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหัวใจ

Atherosclerosis คือ ภาวะหลอดเลือดแข็ง ที่อาจเกิดขึ้นจากการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล และคราบพลัคที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ที่ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้  Atherosclerosis คือ Atherosclerosis คือ ภาวะหลอดเลือดแข็งที่มาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ภาวะดื้ออินซูลิน โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ โรคลูปัส โรคสะเก็ดเงิน และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผนังด้านในหลอดเลือดเสียหาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดจับตัวเป็นก้อน หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดคราบพลัคบนผนังหลอดเลือดหนาขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดแดงตีบตันและทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกจนขวางการไหลเวียนของเลือดที่มีออกซิเจนนำไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายน้อยลง ทำให้ร่างกาย หรือระบบต่าง ๆ อาจมีการทำงานผิดปกติ  อีกทั้งคราบพลัคยังอาจสามารถแตกตัวออกจนทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ อาการของ Atherosclerosis อาการของ Atherosclerosis อาจไม่เผยสัญญาณเตือนใด ๆ จนกว่าคราบพลัคจะก่อตัวหนาในผนังหลอดเลือด หรือจนกว่าเส้นเลือดจะตีบ เมื่อเส้นเลือดเริ่มตีบตัว อาจปรากฏอาการต่าง ๆ ดังนี้ หลอดเลือดแดงหัวใจแข็ง อาจทำให้เจ็บ หรือแน่นหน้าอก  หลอดเลือดแดงที่เชื่อมโยงกับสมองแข็ง อาจทำให้พูดสื่อสารลำบาก ดวงตาข้างใดข้างหนึ่งสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง  หลอดเลือดแดงที่เชื่อมโยงกับไต […]

หัวข้อ สุขภาพหัวใจ เพิ่มเติม

คอเลสเตอรอล

วิธีการลดไขมันในเลือด มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปจนถึงการใช้ยา ซึ่งล้วนแล้วแต่ก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดกับสุขภาพหัวใจ การที่ร่างกายมีประมาณไขมันทรานส์ หรือไขมันที่ไม่ดีมากจนเกินไป อาจเป็นการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลที่ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานชนิดที่ 2  อีกทั้งยังสามารถทำให้มีอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ ไขมันในเลือดมักเกิดจากการรับประทานอาหาร ดังต่อไปนี้ อาหารจานด่วน ฟาสต์ฟู้ด อาหารแปรรูป ของหวานจากขนม เนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ ชีส เนย อาหารที่มีการดูดซึมจากน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม แต่ในการกลับกัน การรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง อาจช่วยลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ วิธีลดไขมันในเลือด แบบธรรมชาติ วิธีการลดไขมันในเลือดแบบไม่ต้องพึ่งยา สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้ เลือกรับประทานอาหารที่ดี ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น อาหารทอด อาหารแปรรูป ขนมหวาน เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ และมีไฟเบอร์สูง ออกกำลังกาย ในระดับความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 20-30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน […]

สุขภาพหัวใจ

โรคหัวใจ คือ โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผลไม้ เนื้อปลา รวมถึง สมุนไพรบำรุงหัวใจ ที่อาจช่วยกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ผู้ป่วยโรคหัวใจควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนตัดสินใจบริโภค สมุนไพรบำรุงหัวใจ สำหรับผู้ป่วยหัวใจ มีอะไรบ้าง สมุนไพรที่อาจมีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ มีดังต่อไปนี้ สะระแหน่ น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่มีสารเมนทอลที่อาจช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ ผลงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ในการรักษาโรคของสะระแหน่ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of pharmaceutical sciences and research ระบุว่า การสูดดมกลิ่นสะระแหน่อาจช่วยขยายหลอดลม ส่งผลให้ออกซิเจนไหลเวียนเข้าปอดได้มากขึ้น จึงอาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงสุขภาพปอด กระเทียม กระเทียมเป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เนื่องจากกระเทียมมีสารอัลลิซิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยลดความดันโลหิตสูง แปะก๊วย สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ระบุว่า แปะก๊วยอุดมด้วยไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ใบเตย ใบเตย เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้บำรุงสุขภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีสรรพคุณทางยาสูง อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน […]

คอเลสเตอรอล

ถั่วเหลืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่ทุกคนทราบกันดีว่ามีประโยชน์มากมายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม โรคกระดูกพรุน เป็นต้น แต่ยังคงมีอีกปัจจัยหนึ่งที่วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำประโยชน์อีกด้านมาฝาก ก็คือการกิน ถั่วเหลืองลดคอเลสเตอรอล นั่นเอง  แต่จะเป็นเพียงข้อมูลที่บอกต่อกันมาก หรือมีความจริงแฝงอยู่ด้วยนั้น ร่วมหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ ถั่วเหลืองลดคอเลสเตอรอล ได้จริงหรือ? เป็นที่ทราบกันดีว่าถั่วเหลืองไม่ใช่เพียงรับประทานได้แค่ในรูปแบบเมล็ดเท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ หรืออาหารเสริมอื่น ๆ ที่สกัดจากถั่วเหลือง นำมารับประทานได้อีกด้วย เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง เนื่องจากถั่วเหลืองค่อนข้างมีโปรตีนสูง และมีไขมันอิ่มตัวในระดับต่ำ จึงอาจเป็นไปได้ว่าพืชชนิดนี้สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกายของเราได้อย่างแน่นอนตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ได้กล่าวเอาไว้ จากการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยที่ได้ทำการทดสอบพบว่าการกินถั่วเหลือง หรือได้รับโปรตีนจากถั่วเหลืองในปริมาณ 25 กรัมต่อวัน ช่วง 6 สัปดาห์แรกของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในการทดลอง มีระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ลดลง 3-4 เปอร์เซ็นต์ ด้วยกัน เพราะเป็นการนำโปรตีนเข้ามาแทนที่อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงอย่างเนื้อสัตว์ในปริมาณได้มากขึ้นนั่นเอง ถึงอย่างไรโปรดจำไว้ว่าการรับประทานถั่วเหลืองเป็นเพียงแค่การได้รับสารอาหารมาช่วยบำรุงร่างกายเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับประทานเพื่อรักษาแทนยาอย่างถาวร ดังนั้น คุณจึงควรเข้ารับขอคำแนะนำ หรือปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพราะสารประกอบในถั่วเหลืองบางชนิด อาจเข้าไปทำปฏิกิริยาลดการออกฤทธิ์ของยาลดระดับคอเลสเตอรอลตามที่แพทย์กำหนดร่วมอยู่ได้ ปริมาณที่เหมาะสมในการกิน ถั่วเหลืองลดคอเลสเตอรอล หากคุณแน่ใจแล้วว่าจะลองรับประทานถั่วเหลือง เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอล โปรดเริ่มจากการนำมาปรุงใส่ร่วมกับอาหารในแต่ละมื้อเล็กน้อย เพื่อเช็กว่าตนเองมีอาการแพ้ใด ๆ หรือไม่เสียก่อน […]

คอเลสเตอรอล

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายคุณมี คอเลสเตอรอลสูง คือการเลือกรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวปริมาณเกินไป เช่น อาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน จนในที่สุดไขมันเหล่านี้ก็อาจส่งผลกระทบทำให้คุณเสี่ยงเป็น โรคหลอดเลือดสมอง ได้ แต่สาเหตุดังกล่าวจะเป็นเพียงจริงเท็จแค่ไหนนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากค่ะ ความเชื่อมโยงของ คอเลสเตอรอลสูง และ โรคหลอดเลือดสมอง ส่วนใหญ่โรคหลอดเลือดสมองมักพัฒนามาจากปัญหาด้านสุขภาพอย่างคอเลสเตอรอลสูง เนื่องจากระดับคอเลสเตอรอลที่เพิ่มขึ้นจากไขมันชนิดไม่ดีสะสมจนก่อตัวหนาตามผนังหลอดเลือด อาจทำให้กระทบต่อหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกับสมอง ทำให้เกิดมีลิ่มเลือดจนปิดกั้นไม่ให้เลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนผ่านเข้าไป โดยในระยะแรกคุณจะรู้สึกได้ถึงอาการปวดศีรษะอย่างไม่ทราบสาเหตุขึ้นมากะทันหัน จากนั้นจะลุกลามไปยังด้านการสื่อสาร การจดจำ การเรียนรู้การเข้าใจ หรือพูดรวม ๆ ได้ว่า สมองของคุณหยุดการทำงานนั่นเอง ที่สำคัญหากยังปล่อยไว้เป็นเช่นนี้เวลานาน ไม่เร่งเข้ารับการตรวจสอบทันที่รู้ว่าตนเองกำลังมีอาการผิดปกติ ก็อาจส่งผลสมองขาดเลือด หลอดเลือดในสมองตีบ และความจำเสื่อมร่วมด้วยได้ในที่สุด เราจะป้องกันการเกิด โรคหลอดเลือดสมอง ได้อย่างไร คุณสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองจาก คอเลสเตอรอล ที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมบางอย่างด้วยการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเน้นไฟเบอร์ โปรตีน เป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน แต่หากกรณีที่คุณเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดอาการรุนแรงในโรคหลอดเลือดสมอง และป้องกันการเพิ่มระดับ คอเลสเตอรอล คุณควรงดสูบบุหรี่อย่างถาวร เพราะสารพิษในบุหรี่สามารถส่งผลไปทำลายหลอดเลือดให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้นั่นเอง ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เมื่อ คอเลสเตอรอลสูง ที่ควรระวัง การที่ร่างกายคุณมีระดับคอเลสเตอรอลสูง อาจไม่ได้เพียงแค่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณเสี่ยงเผชิญกับปัญหาอื่น ๆ […]

โรคความดันโลหิตสูง

หากใครที่กำลังคิดว่าแค่ระดับ ความดันโลหิตสูง ไม่สามารถส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อ สมอง อาจต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความเชื่อมโยงของความดันโลหิตสูงที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่การทำงานของสมอง พร้อมเคล็ดลับการควบคุมความดันก่อนสมองจะถูกทำลาย มาฝากทุกคนกันค่ะ ความดันโลหิตสูง ส่งผลอย่างไรต่อ สมอง ยิ่งคุณมีระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งอาจทำให้สมองของคุณได้รับความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากความดันโลหิตส่งผลให้ผนังหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกับสมองได้รับความเสียหาย และอุดตันจนเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงภายในให้สมองทำงานได้เต็มที่ อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เพิ่มเติม ดังนี้ สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) เป็นภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนเข้าผ่านหลอดเลือดเข้าไปสู่สมองได้ บางกรณีอาจก่อให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นเพิ่มเติม ที่เสี่ยงต่อนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้อย่างสมบูรณ์ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หลอดเลือดแดงที่ตีบตันจากความดันโลหิตสูง อาจจำกัดการไหลเวียนของเลือด จนทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านการจดจำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นเสี่ยงสมองเสื่อมได้ สมองขาดออกซิเจน การที่สมองของคุณได้รับเลือด หรือออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพออาจทำให้เซลล์สมองของคุณตายได้ มากไปกว่านั้นยังอาจส่งผลให้หลอดเลือดแตก หรือตีบตัน จนก่อให้เกิดอันตรายเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มเติมอีกด้วย เคล็ดลับควบคุม ความดันโลหิต ก่อน สมอง เสียหาย หากคุณเช็กสุขภาพตนเองแล้วพบว่ามีระดับความดันโลหิตสูงตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงระยะที่ 3 หรือตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป โปรดเร่งรักษา หรือควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับมาตรฐาน 120/80 มิลลิเมตรปรอท ด้วยวิธีง่าย […]

โรคความดันโลหิตสูง

หลายคนอาจคิดว่าการที่มีระดับ ความดันโลหิตสูง นั้นสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจเพียงอย่างเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าบางกรณีก็ยังอาจส่งผลรุนแรงเชื่อมต่อไปยัง หลอดเลือด ได้อีกด้วย เพื่อไขข้อสงสัยให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกันมากขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำความเชื่อมโยงของความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงทำลายหลอดเลือด มาฝากกันค่ะ ความดันโลหิตสูง ทำลาย หลอดเลือด ได้อย่างไร บทบาทสำคัญของหลอดเลือดแดงในร่างกาย คือการลำเลียงเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปหล่อเลี้ยงระบบการทำงานต่าง ๆ ของเนื้อเยื่อ เซลล์ ทั่วไปทั้งร่างกาย แต่หากเมื่อใดที่คุณนั้นกำลังมีระดับความดันที่เพิ่มขึ้นสูง ก็อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อฉีกขาด ผนังหลอดเลือดถูกทำลาย จนเกิดความเสียหายได้จากแรงดัน อีกทั้งยังสามารถทำให้คราบจุลินทรีย์ ไขมันต่าง ๆ เข้าไปเกาะสะสมตามซอกผนังหลอดเลือดให้เกิดการอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก อวัยวะบางส่วนมีการทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะในส่วนของหัวใจ สมอง บางกรณีก็ทำให้หลอดเลือดแดงโป่งพองคล้ายบอลลูนจนแตกตัว เรียกได้ว่าเป็นอาการที่รุนแรงอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว ปัจจัยเสี่ยงทำที่ทำให้ ระดับความดันพุ่งขึ้นสูง ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยมักมาจากโรคประจำตัวที่มีความเชื่อมโยงกันไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า โรคเกาต์ โรคไต โรคอ้วน เป็นต้น แต่นอกจากด้านสภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังแล้ว ยังมาจากพฤติกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ได้อีกด้วย ผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม หรือประกอบด้วยโซเดียมสูง ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดบ่อยครั้ง ขาดการออกกำลังกาย ผู้ที่เสี่ยงเป็น โรคความดันโลหิตสูง ส่วนมากจะอยู่ในช่วงวัยกลางคน จนถึงวัยผู้สูงอายุ รวมไปถึงได้รับการสืบทอดมาจากพันธุกรรมจากคนในครอบครัวที่มีประวัติเป็น โรคความดันโลหิตสูง […]

โรคความดันโลหิตสูง

บีทรูทเป็นผักชนิดหนึ่งที่กลุ่มคนรักสุขภาพย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะในสารอาหาร และวิตามินที่อยู่ในบีทรูทค่อนข้างให้คุณประโยชน์แก่สุขภาพเรามากมาย เช่น ป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงตับ รวมไปถึง ลดความดันโลหิต วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำงานวิจัยเกี่ยวกับ น้ำบีทรูทช่วยลดความดันโลหิต ได้จริง มาฝากทุกคนให้ได้ทราบกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกวิธีการ ลดความดันโลหิต ในรูปแบบง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำดื่มได้ทุกวันเป็นประจำ สารอาหารในน้ำบีทรูท มีอะไรบ้าง น้ำบีทรูทเป็นน้ำผักที่ไม่มีการปะปนของไขมัน และอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ น้ำตาล นอกจานี้น้ำบีทรูทยังมีวิตามินสำคัญ ดังต่อไปนี้ ที่ช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเข้าไปสร้างความเสียหายแก่เซลล์ในร่างกาย โฟเลต วิตามินบี 6 แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี งานวิจัย น้ำบีทรูทช่วยลดความดันโลหิตได้จริง ! เนื่องจากบีทรูทมีสารไนเทรต (NO3) ทำให้ร่างกายนำไปแปรเปลี่ยนเป็น ไนตริกออกไซด์ ที่จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว คลายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น จากการทดลองของ  Prof. Amrita Ahluwalia และทีมผู้ช่วยในแผนกหลอดเลือด ที่ Queen […]

สุขภาพหัวใจ

กรดไขมันโอเมก้า 3 ประกอบไปด้วย กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก (Eicosapentaenoic acid) กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (Alpha-linolenic acid) และดีเอชเอ (DHA) ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์รอบด้าน ไม่เว้นแม้แต่การช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขออาสาพาทุกคนมาร่วมรู้จักกับกรดไขมันโอเมก้า 3 ว่ามีประโยชน์ กับสุขภาพหัวใจ มากน้อยเพียงใด ก่อนเริ่มรับประทานกันค่ะ กรดไขมันโอเมก้า 3 กับสุขภาพหัวใจ เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า 3 มีบทความสำคัญที่ช่วยต้านการอักเสบ เพราะหากเมื่อใดที่ผนังหลอดเลือดแดง กล้ามเนื้อหัวใจ ได้รับความเสียหายจากการอักเสบที่มีสาเหตุมาจากระดับคอเลสเตอรอลสูงนี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่าสุขภาพหัวใจของคุณจะถูกทำลายลงตามไปด้วย นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 มีประสิทธิภาพเพียงพอที่อาจลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมไปถึงลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคหัวใจขึ้น ดังนี้ ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ชะลอการเจริญเติบโตของคราบพลัคในหลอดเลือด ป้องกันการอุดตันเส้นเลือด ลดระดับความดันโลหิต ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้ผิดจังหวะ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ป้องกันการอักเสบของหลอดเลือด และลิ่มเลือด ไม่ใช่เพียงแค่การส่งเสริมให้สุขภาพหัวใจดีขึ้นเท่านั้น แต่กรดไขมันโอเมก้า 3 ยังช่วยบรรเทาอาการโรคซึมเศร้า และบำรุงสมองอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพแทบทุกด้านอย่างมากเลยทีเดียว อาหารที่ประกอบด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 ส่วนใหญ่ มักอยู่ในอาหาร หรือวัตถุดิบต่าง […]

ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

หัวใจเต้นช้ากว่าปกติเป็นภาวะที่คุณควรเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุดเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกเป็นเวลานานกว่า 3 นาที  แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกใช้วิธี การรักษาหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ ด้วยเทคนิคใดบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความของ Hello คุณหมอ ไปพร้อม ๆ กันค่ะ หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ มีอาการอย่างไร สำหรับบางบุคคลที่ไม่มีอาการเผยออกมาให้คุณสังเกต หรือมีอาการบ้างเล็กน้อยเป็นครั้งคราว อาจสามารถทำให้คุณคิดไปได้ว่า เป็นเพียงแค่การเจ็บป่วยตามช่วงอายุที่มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหากคุณคิดเช่นนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการใด ๆ ที่รุนแรง ถึงอย่างไรคุณก็ควรจะเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจอย่างละเอียดเพื่อหาทางป้องกันอันตรายไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนเกิด ภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ อาการที่พบได้บ่อยใน ภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ มีดังนี้ รู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม หายใจไม่สะดวก เจ็บหน้าอก รู้สึกเหนื่อยล้าง่าย ไม่มีสมาธิ การวินิจฉัย ภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ หากคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น โดยเฉพาะอาการเจ็บหน้าอก และเป็นลมหมดสติบ่อยครั้ง โปรดเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ในทันที เพื่อให้แพทย์เช็กการทำงานของหัวใจโดยรวม และหาสาเหตุจากโรคแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เป็นการตรวจประเมินว่าคุณเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือไม่ โดยใช้อิเล็กโทรดติดบริเวณหน้าอก และแขน เพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าขณะผ่านหัวใจ แต่หากจะนำมาใช้ในการตรวจ ภาวะหัวใจต้นช้ากว่าปกติ อาจต้องใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้า 24 ชั่วโมง (Holter monitor) พกติดตัว […]