สุขภาพหัวใจ

หัวใจ คืออวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากหัวใจเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพหัวใจ ทั้งการดูแลรักษา และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหัวใจ

ความดันสูง หรือความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่ระดับความดันโลหิตสูงกว่าระดับปกติ ซึ่งอาจเป็นอันตรายและเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจวาย โรคสมองเสื่อม ดังนั้น หากทราบว่า ความดันสูงเกิดจากอะไร และวินิจฉัยพบว่าเป็นความดันโลหิตสูงตั้งแต่ระยะแรก ๆ อาจช่วยป้องกันควบคุมความดันโลหิตสูงให้กลับมาในระดับปกติได้ ความดันสูง คืออะไร  ความดันสูง หรือความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่ค่าความดันสูงผิดปกติจากค่าความดันปกติ หากมีภาวะความดันสูงเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ โดยตัวเลขค่าบนอยู่ที่ 130-139 มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่างอยู่ที่ 85-89 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ ค่าความดันสูงอาจแบ่งได้อีก 3 ระยะ ดังนี้  ค่าความดันสูงระยะที่ 1: ตัวเลขค่าบน 140-159 มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่าง 90-99 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดันสูงระยะที่ 2: ตัวเลขค่าบน 160-179  มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่าง 100-109 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดันสูงระยะที่ 3: ตัวเลขค่าบนสูงตั้งแต่ 180  มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และตัวเลขค่าล่างสูงกว่า 110 […]

หัวข้อ สุขภาพหัวใจ เพิ่มเติม

ภาวะหลอดเลือดแข็ง

หลอดเลือดแดง เป็นหลอดเลือดที่อยู่ทั่วร่างกาย ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ หากหลอดเลือดแดงมีการสะสมของคราบพลัคจากไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และไฟบริน (Fibrin) ที่เป็นเส้นใยในเลือดมากจนเกินไป ก็อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดแข็งได้ หลอดเลือดแดง คืออะไร หลอดเลือดแดง คือ ท่อนำส่งเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนจากการทำงานของระบบสูบฉีดเลือดของหัวใจ ไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยหลอดเลือดแดงที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายคือ หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) ที่เชื่อมกับหัวใจด้านซ้าย ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่สามารถแตกแขนงเป็นกิ่งก้านออกไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า เส้นเลือดฝอย หลอดเลือดแดงประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ดังนี้ ทูนิกา อินทิมา (Tunica intima) เป็นผนังหลอดเลือดชั้นในสุดที่ประกอบด้วย เอนโดธีเลียม (Endothelium) หรือเนื้อเยื่อบุโพรงของหลอดเลือด มีเดีย (Media) เป็นกล้ามเนื้อชั้นกลางในหลอดเลือด ที่ยืดหยุ่นรับความกดดันสูงจากหัวใจ แอดเวนทีเชีย (Adventitia) เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชั้นนอกที่คอยปกคลุมหลอดเลือด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ส่งผลเสียต่อหลอดเลือดแดงอย่างไร เนื่องจากหลอดเลือดแดงทำหน้าที่เป็นท่อนำส่งเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่คอเลสเตอรอลและไขมันจากอาหารที่รับประทาน ก็อาจก่อตัวสะสมและกลายเป็นคราบพลัคเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดง และผนังหลอดเลือดเสียหาย ทางเดินของเลือดแคบลง จนเลือดไหลผ่านไปหล่อเลี้ยงอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในร่างกายไม่เพียงพอ อีกทั้งคราบพลัคเหล่านี้ยังอาจแตกตัว ทำให้สารต่าง ๆ แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด […]

สุขภาพหัวใจ

ระบบหัวใจ ทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์จำนวนมาก จากนั้นนำเลือดเสียจากร่างกายกลับสู่ปอดเพื่อฟอกเลือด หากระบบหัวใจทำงานผิดปกติ อาจส่งผลต่อการส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย ความดันสูง ความสำคัญของหัวใจ หัวใจมีความสำคัญในการสูบฉีดเลือดผ่านหลอดเลือด ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย ภายในเลือดประกอบไปด้วยสารอาหารและออกซิเจนที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงเซลล์จำนวนมาก หากไม่มีเลือดและหัวใจช่วยสูบฉีดเลือด จะส่งผลให้เซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ การทำงานจะเริ่มผิดปกติ หยุดการทำงาน และอาจเสียชีวิตในที่สุด ส่วนประกอบของระบบหัวใจ ระบบการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดเป็นส่วนหนึ่งของระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งประกอบด้วย หัวใจ เป็นกล้ามเนื้อที่คอยสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในทิศทางเดียว เนื่องจากมีลิ้นหัวใจคอยป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ หัวใจประกอบด้วย 4 ห้อง โดย 2 ห้องบนทั้งซ้ายและขวา เรียกว่า “เอเรีย (Atria)” และ 2 ห้องล่างทั้งซ้ายและขวา เรียกว่า “เวนทริเคิล (Ventricles)” หลอดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดที่มีออกซิเจนไหลผ่านระหว่างหัวใจและปอด เพื่อส่งอาหารและออกซิเจนออกไปเลี้ยงร่างกาย หลอดเลือดดำ ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดเสียเพื่อนำไปฟอกรับออกซิเจนที่ปอด เพื่อส่งกลับมายังหัวใจและส่งต่อไปเลี้ยงร่างกาย เส้นเลือดฝอย เป็นเส้นเลือดขนาดเล็กทำหน้าที่รับเลือดจากเส้นเลือดแดง เพื่อส่งต่อไปเลี้ยงเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ลิ้นหัวใจ ทำหน้าที่กั้นเปิดปิดระหว่างห้องหัวใจ และป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ […]

คอเลสเตอรอล

ยาลดไขมันในเลือด คืออีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยลดระดับไขมันที่สะสมอยู่ในหลอดเลือด นอกเหนือจากการควบคุมอาหาร และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่การใช้ยาลดไขมันในเลือดก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของยาแต่ละชนิดให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ยาที่เหมาะสม ยาลดไขมันในเลือดใช้เพื่ออะไร เมื่อคอเลสเตอรอลสูงขึ้นจากปัจจัยด้านพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และพันธุกรรม ก็อาจทำให้ระดับไขมันในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันเหล่านี้อาจเกาะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบตับ ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด แล้วอาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงระบบการทำงานแก่อวัยวะต่าง ๆ ได้ยาก นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลว การลดระดับไขมันในเลือด ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงการใช้ยาลดไขมันในเลือด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดระดับไขมันในเลือดสะสม และอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ยาลดไขมันในเลือดก็มีอยู่หลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีการทำงานและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพื่อหาวิธีลดไขมันในเลือดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน ยาลดไขมันในเลือด ที่แพทย์นิยมเลือกใช้ ยาลดไขมันมีอยู่หลายประเภท ซึ่งอาจมีการทำงานและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนี้ กลุ่มยาสแตติน(Statin) เป็นกลุ่มยาที่แพทย์นิยมใช้มากที่สุด เพื่อช่วยลดไขมันไม่ดีในเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ และอาจช่วยเพิ่มระดับของไขมันดีในร่างกายได้ ยาที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาสแตติน ได้แก่ อะทอร์วาสแททิน (Atorvastatin) ฟลูวาสแตติน (Fluvastatin) โลวาสแตติน (Lovastatin) ซิมวาสแตติน (Simvastatin) พราวาสแตติน (Pravastatin) โรซูวาสแตติน (Rosuvastatin) พิทาวาสแตติน (Pitavastatin) ผลข้างเคียง : กลุ่มยาสแตตินอาจส่งผลให้ตับและลำไส้ได้รับความเสียหาย กล้ามเนื้ออักเสบ ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการสูญเสียความจำและสับสนเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้มักจะไม่เป็นอันตราย และจะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยาในกลุ่มสแตตินอาจทำปฏิกิริยากับยาอื่น […]

คอเลสเตอรอล

วิธีการลดไขมันในเลือด มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปจนถึงการใช้ยา ซึ่งล้วนแล้วแต่ก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดกับสุขภาพหัวใจ การที่ร่างกายมีประมาณไขมันทรานส์ หรือไขมันที่ไม่ดีมากจนเกินไป อาจเป็นการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลที่ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานชนิดที่ 2  อีกทั้งยังสามารถทำให้มีอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ ไขมันในเลือดมักเกิดจากการรับประทานอาหาร ดังต่อไปนี้ อาหารจานด่วน ฟาสต์ฟู้ด อาหารแปรรูป ของหวานจากขนม เนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ ชีส เนย อาหารที่มีการดูดซึมจากน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม แต่ในการกลับกัน การรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง อาจช่วยลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ วิธีลดไขมันในเลือด แบบธรรมชาติ วิธีการลดไขมันในเลือดแบบไม่ต้องพึ่งยา สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้ เลือกรับประทานอาหารที่ดี ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น อาหารทอด อาหารแปรรูป ขนมหวาน เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ และมีไฟเบอร์สูง ออกกำลังกาย ในระดับความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 20-30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อช่วยเพิ่มไลโพโปรตีน (Lipoprotein) ที่เป็นคอเลสเตอรอลที่ดีให้แก่ร่างกาย ลดน้ำหนัก ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีไขมันต่ำ และออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ อาหารที่อาจช่วยลดไขมันในเลือด การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเหล่านี้ อาจสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ ข้าวโอ๊ต ผลไม้ ผัก ข้าวบาร์เลย์ ถั่วลันเตา มันฝรั่ง ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชโฮลเกรน ถั่วเหลือง น้ำมันปรุงอาหารต่าง […]

สุขภาพหัวใจ

โรคหัวใจ คือ โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผลไม้ เนื้อปลา รวมถึง สมุนไพรบำรุงหัวใจ ที่อาจช่วยกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ผู้ป่วยโรคหัวใจควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนตัดสินใจบริโภค สมุนไพรบำรุงหัวใจ สำหรับผู้ป่วยหัวใจ มีอะไรบ้าง สมุนไพรที่อาจมีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ มีดังต่อไปนี้ สะระแหน่ น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่มีสารเมนทอลที่อาจช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ ผลงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ในการรักษาโรคของสะระแหน่ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of pharmaceutical sciences and research ระบุว่า การสูดดมกลิ่นสะระแหน่อาจช่วยขยายหลอดลม ส่งผลให้ออกซิเจนไหลเวียนเข้าปอดได้มากขึ้น จึงอาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงสุขภาพปอด กระเทียม กระเทียมเป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เนื่องจากกระเทียมมีสารอัลลิซิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยลดความดันโลหิตสูง แปะก๊วย สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ระบุว่า แปะก๊วยอุดมด้วยไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ใบเตย ใบเตย เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้บำรุงสุขภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีสรรพคุณทางยาสูง อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน […]

คอเลสเตอรอล

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายคุณมี คอเลสเตอรอลสูง คือการเลือกรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวปริมาณเกินไป เช่น อาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน จนในที่สุดไขมันเหล่านี้ก็อาจส่งผลกระทบทำให้คุณเสี่ยงเป็น โรคหลอดเลือดสมอง ได้ แต่สาเหตุดังกล่าวจะเป็นเพียงจริงเท็จแค่ไหนนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากค่ะ ความเชื่อมโยงของ คอเลสเตอรอลสูง และ โรคหลอดเลือดสมอง ส่วนใหญ่โรคหลอดเลือดสมองมักพัฒนามาจากปัญหาด้านสุขภาพอย่างคอเลสเตอรอลสูง เนื่องจากระดับคอเลสเตอรอลที่เพิ่มขึ้นจากไขมันชนิดไม่ดีสะสมจนก่อตัวหนาตามผนังหลอดเลือด อาจทำให้กระทบต่อหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกับสมอง ทำให้เกิดมีลิ่มเลือดจนปิดกั้นไม่ให้เลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนผ่านเข้าไป โดยในระยะแรกคุณจะรู้สึกได้ถึงอาการปวดศีรษะอย่างไม่ทราบสาเหตุขึ้นมากะทันหัน จากนั้นจะลุกลามไปยังด้านการสื่อสาร การจดจำ การเรียนรู้การเข้าใจ หรือพูดรวม ๆ ได้ว่า สมองของคุณหยุดการทำงานนั่นเอง ที่สำคัญหากยังปล่อยไว้เป็นเช่นนี้เวลานาน ไม่เร่งเข้ารับการตรวจสอบทันที่รู้ว่าตนเองกำลังมีอาการผิดปกติ ก็อาจส่งผลสมองขาดเลือด หลอดเลือดในสมองตีบ และความจำเสื่อมร่วมด้วยได้ในที่สุด เราจะป้องกันการเกิด โรคหลอดเลือดสมอง ได้อย่างไร คุณสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองจาก คอเลสเตอรอล ที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมบางอย่างด้วยการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเน้นไฟเบอร์ โปรตีน เป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน แต่หากกรณีที่คุณเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดอาการรุนแรงในโรคหลอดเลือดสมอง และป้องกันการเพิ่มระดับ คอเลสเตอรอล คุณควรงดสูบบุหรี่อย่างถาวร เพราะสารพิษในบุหรี่สามารถส่งผลไปทำลายหลอดเลือดให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้นั่นเอง ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เมื่อ คอเลสเตอรอลสูง ที่ควรระวัง การที่ร่างกายคุณมีระดับคอเลสเตอรอลสูง อาจไม่ได้เพียงแค่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณเสี่ยงเผชิญกับปัญหาอื่น ๆ […]

โรคความดันโลหิตสูง

หากใครที่กำลังคิดว่าแค่ระดับ ความดันโลหิตสูง ไม่สามารถส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อ สมอง อาจต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความเชื่อมโยงของความดันโลหิตสูงที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่การทำงานของสมอง พร้อมเคล็ดลับการควบคุมความดันก่อนสมองจะถูกทำลาย มาฝากทุกคนกันค่ะ ความดันโลหิตสูง ส่งผลอย่างไรต่อ สมอง ยิ่งคุณมีระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งอาจทำให้สมองของคุณได้รับความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากความดันโลหิตส่งผลให้ผนังหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกับสมองได้รับความเสียหาย และอุดตันจนเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงภายในให้สมองทำงานได้เต็มที่ อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เพิ่มเติม ดังนี้ สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) เป็นภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนเข้าผ่านหลอดเลือดเข้าไปสู่สมองได้ บางกรณีอาจก่อให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นเพิ่มเติม ที่เสี่ยงต่อนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้อย่างสมบูรณ์ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หลอดเลือดแดงที่ตีบตันจากความดันโลหิตสูง อาจจำกัดการไหลเวียนของเลือด จนทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านการจดจำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นเสี่ยงสมองเสื่อมได้ สมองขาดออกซิเจน การที่สมองของคุณได้รับเลือด หรือออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพออาจทำให้เซลล์สมองของคุณตายได้ มากไปกว่านั้นยังอาจส่งผลให้หลอดเลือดแตก หรือตีบตัน จนก่อให้เกิดอันตรายเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มเติมอีกด้วย เคล็ดลับควบคุม ความดันโลหิต ก่อน สมอง เสียหาย หากคุณเช็กสุขภาพตนเองแล้วพบว่ามีระดับความดันโลหิตสูงตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงระยะที่ 3 หรือตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป โปรดเร่งรักษา หรือควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับมาตรฐาน 120/80 มิลลิเมตรปรอท ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ก่อนที่โรคความดันโลหิตสูง […]

โรคความดันโลหิตสูง

หลายคนอาจคิดว่าการที่มีระดับ ความดันโลหิตสูง นั้นสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจเพียงอย่างเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าบางกรณีก็ยังอาจส่งผลรุนแรงเชื่อมต่อไปยัง หลอดเลือด ได้อีกด้วย เพื่อไขข้อสงสัยให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกันมากขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำความเชื่อมโยงของความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงทำลายหลอดเลือด มาฝากกันค่ะ ความดันโลหิตสูง ทำลาย หลอดเลือด ได้อย่างไร บทบาทสำคัญของหลอดเลือดแดงในร่างกาย คือการลำเลียงเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปหล่อเลี้ยงระบบการทำงานต่าง ๆ ของเนื้อเยื่อ เซลล์ ทั่วไปทั้งร่างกาย แต่หากเมื่อใดที่คุณนั้นกำลังมีระดับความดันที่เพิ่มขึ้นสูง ก็อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อฉีกขาด ผนังหลอดเลือดถูกทำลาย จนเกิดความเสียหายได้จากแรงดัน อีกทั้งยังสามารถทำให้คราบจุลินทรีย์ ไขมันต่าง ๆ เข้าไปเกาะสะสมตามซอกผนังหลอดเลือดให้เกิดการอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก อวัยวะบางส่วนมีการทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะในส่วนของหัวใจ สมอง บางกรณีก็ทำให้หลอดเลือดแดงโป่งพองคล้ายบอลลูนจนแตกตัว เรียกได้ว่าเป็นอาการที่รุนแรงอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว ปัจจัยเสี่ยงทำที่ทำให้ ระดับความดันพุ่งขึ้นสูง ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยมักมาจากโรคประจำตัวที่มีความเชื่อมโยงกันไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า โรคเกาต์ โรคไต โรคอ้วน เป็นต้น แต่นอกจากด้านสภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังแล้ว ยังมาจากพฤติกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ได้อีกด้วย ผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม หรือประกอบด้วยโซเดียมสูง ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดบ่อยครั้ง ขาดการออกกำลังกาย ผู้ที่เสี่ยงเป็น โรคความดันโลหิตสูง ส่วนมากจะอยู่ในช่วงวัยกลางคน จนถึงวัยผู้สูงอายุ รวมไปถึงได้รับการสืบทอดมาจากพันธุกรรมจากคนในครอบครัวที่มีประวัติเป็น โรคความดันโลหิตสูง มาก่อน วิธีป้องกันความดันโลหิตสูง ก่อน หลอดเลือด เสียหาย หากคุณปล่อยให้ […]

โรคความดันโลหิตสูง

บีทรูทเป็นผักชนิดหนึ่งที่กลุ่มคนรักสุขภาพย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะในสารอาหาร และวิตามินที่อยู่ในบีทรูทค่อนข้างให้คุณประโยชน์แก่สุขภาพเรามากมาย เช่น ป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงตับ รวมไปถึง ลดความดันโลหิต วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำงานวิจัยเกี่ยวกับ น้ำบีทรูทช่วยลดความดันโลหิต ได้จริง มาฝากทุกคนให้ได้ทราบกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกวิธีการ ลดความดันโลหิต ในรูปแบบง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำดื่มได้ทุกวันเป็นประจำ สารอาหารในน้ำบีทรูท มีอะไรบ้าง น้ำบีทรูทเป็นน้ำผักที่ไม่มีการปะปนของไขมัน และอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ น้ำตาล นอกจานี้น้ำบีทรูทยังมีวิตามินสำคัญ ดังต่อไปนี้ ที่ช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเข้าไปสร้างความเสียหายแก่เซลล์ในร่างกาย โฟเลต วิตามินบี 6 แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี งานวิจัย น้ำบีทรูทช่วยลดความดันโลหิตได้จริง ! เนื่องจากบีทรูทมีสารไนเทรต (NO3) ทำให้ร่างกายนำไปแปรเปลี่ยนเป็น ไนตริกออกไซด์ ที่จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว คลายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น จากการทดลองของ  Prof. Amrita Ahluwalia และทีมผู้ช่วยในแผนกหลอดเลือด ที่ Queen Mary University แห่งเมืองลอนดอน ที่ได้คัดเลือดอาสาสมัครจำนวน 64 คน โดยมีอายุระหว่าง 18-85 ปี […]