โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

แสบท้อง อาการ สาเหตุ และการรักษา

แสบท้อง เป็นอาการที่พบได้บ่อย อาจเกิดจากการระคายเคืองบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมต่อระหว่างคอและกระเพาะอาหาร รวมถึงอาจเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป จนทำให้รู้สึกแสบร้อนในท้อง อาการปวดแสบท้องอาจรุนแรงขึ้นหลังรับประทานอาหาร หรือเมื่อนอนราบ แม้จะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่หากเป็นบ่อยและรบกวนการประกอบกิจวัตรประจำวัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด [embed-health-tool-bmi] แสบท้อง คืออะไร  แสบท้อง คือ อาการแสบร้อนบริเวณท้องส่วนบน มักเกิดขึ้นเมื่อกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมต่อระหว่างคอและกระเพาะอาหาร จนอาจส่งผลให้มีอาการปวดแสบท้อง หากมีอาการมากกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์อาจเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อนที่ควรรักษาทันที นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น อาหารบางชนิด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาบางชนิด ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการแสบท้องได้เช่นกัน สาเหตุของอาการแสบท้อง ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดอาการแสบท้องได้ กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น อาหารเผ็ด อาหารมัน อาหารทอด กระเทียม หัวหอม ผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งอาจไปเพิ่มกรด จนมีกรดเกินในกระเพาะอาหาร  การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)  ความเครียด ความวิตกกังวล อาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น หรือกรดไหลย้อน  การสูบบุหรี่ อาจกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวช้าหรือน้อยลง จนอาจส่งผลให้กรดไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารได้ อาการอื่น […]


ข้อมูลโภชนาการ

ใบเตย ประโยชน์ต่อสุขภาพ

ใบเตย เป็นสมุนไพรและเครื่องเทศที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำ หรือผง เพื่อประกอบอาหารให้ได้รสชาติ สี และกลิ่นที่หอม หรือใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย ใบเตยมีสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาจช่วยลดอาการปวดข้ออักเสบ ป้องกันโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังอาจนำมาใช้เป็นยารักษาอาการท้องผูก ฝี และอาการไข้หวัดได้อีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารของใบเตย ใบเตยเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและอาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ข้ออักเสบ ปวดข้อ แต่ใบเตยมีเส้นใยมากและเหนียวจึงไม่สามารถนำมารับประทานโดยตรงได้ จึงนิยมสกัดเป็นน้ำหรือบดเป็นผงเพื่อนำไปประกอบอาหารหรือทำเป็นยา จากการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Advances in Pharmacological and Pharmaceutical Sciences ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. 2557 ระบุว่า ใบเตยเป็นยาอายุรเวทของอินเดียนิยมใช้รักษาตามประเพณี อาจช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ โรคไขข้อ อาการกระตุก หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคลมบ้าหมู บาดแผล ฝี หิด โรคเม็ดเลือดขาว แผลในกระเพาะอาหาร อาการจุกเสียด โรคตับอักเสบ ไข้ทรพิษ โรคเรื้อน ซิฟิลิส มะเร็ง และเป็นยาบำรุงหัวใจ สารอาหารของใบเตยปริมาณ 100 […]


ข้อมูลโภชนาการ

พริก ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

พริก ถูกจัดเป็นพืชตระกูลผลไม้ ไม่ใช่ผักอย่างที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งมีรสชาติเผ็ดร้อนเฉพาะตัวตามแต่ละหลากหลายสายพันธุ์ ความเผ็ดนั้นเกิดจากสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในแกนกลางของพริก ส่วนใหญ่ผู้คนนิยมนำพริกมาเป็นเครื่องเทศ หรือสมุนไพรในการปรุงอาหาร  หากรับประทานอย่างเหมาะสมก็อาจให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยในการเผาผลาญ แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน สารอาหารในพริก คุณค่าทางโภชนาการในพริก 100 กรัม ประกอบด้วย แคลอรี่ 39 กิโลแคลรี่ คาร์โบไฮเดรต 9 กรัม โซเดียม 9 มิลลิกรัม โปรตีน 1.9 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม นอกจากนี้พริกยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อสุขภาพ ได้แก่ เส้นใยอาหาร พริกมีใยอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงการเกิดริดสีดวงทวาร อีกทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด พริก 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร 1.5 กรัม โดยทั่วไปแล้ว เด็กและผู้ใหญ่ควรได้รับไฟเบอร์ 20-30 กรัม/วัน ซึ่งอาจสามารถรับประทานพริกในปริมาณที่พอเหมาะ และรับประทานอาหารอื่น ๆ ที่ประกอบด้วยเส้นใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด พืชตระกูลถั่ว ธาตุเหล็ก เป็นแร่ธาตุที่สำคัญช่วยในด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ที่เป็นสารประกอบโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดแดงช่วยนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย หากร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ […]


ข้อมูลโภชนาการ

แก้วมังกร ประโยชน์ที่ควรรับประทาน

แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาไซยานิน ไลโคปีน ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ และอาจช่วยต้านเบาหวาน ต้านมะเร็งสามารถรับประทานแบบสด ๆ หรือใช้เป็นอาหารเสริมก็ได้เช่นกัน แก้วมังกร คืออะไร แก้วมังกร คือ ผลไม้ในตระกูลกระบองเพชร ลักษณะของผลเป็นทรงกลมรี มีเปลือกสีม่วงหรือม่วงอมแดง เนื้อข้างในอาจมีสีขาว หรือม่วงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีเมล็ดคล้ายเมล็ดแมงลักอยู่ทั่วผล รสชาติหวานอมเปรี้ยว เวลาเคี้ยวให้ความรู้สึกกรุบกรอบ ซึ่งวิธีการรับประทานก็เพียงแค่นำมาผ่าครึ่ง แล้วใช้ช้อนตักรับประทานได้เลย นอกจากนี้ ยังมีแก้วมังกรเปลือกสีเหลืองเนื้อขาว ที่อาจไม่ค่อยได้พบเห็น ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติหวานกว่าแก้วมังกรเปลือกม่วงเนื้อขาว โภชนาการของแก้วมังกร แก้วมังกรประมาณ 170 กรัม ให้พลังงาน 102 กิโลแคลอรี่ ไม่มีไขมัน ทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ดังนี้ โปรตีน 2 กรัม ไฟเบอร์ 5 กรัม น้ำตาล 13 กรัม คาร์โบไฮเดรต 22 กรัม ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม วิตามินเอ 100 IU วิตามินซี 4 มิลลิกรัม แคลเซียม 31 มิลลิกรัม แมกนีเซียม […]


ข้อมูลโภชนาการ

โหระพา ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

โหระพา เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดหรือนำมาประกอบอาหาร โหระพามีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และอาจให้รสชาติที่แตกต่างกันตามแต่ละสายพันธุ์ อีกทั้งยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งอาจช่วยปรับปรุงบำรุงสุขภาพ ป้องกันโรคต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกันหากรับประทานในปริมาณมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน [embed-health-tool-”bmr”] สารอาหารในโหระพา โหระพาปริมาณ 100 กรัม อาจให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้ โปรตีน 14.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 63.8 กรัม ไฟเบอร์ 22.6 กรัม ไขมัน 13.8 กรัม นอกจากนี้โหระพายังอาจให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินเอ เป็นสารอาหารสำคัญที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการมองเห็น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ โหระพา 100 กรัม มีวิตามินเอ 60 ไมโครกรัม ซึ่งปริมาณของวิตามินเอที่ควรได้รับตามช่วงอายุ มีดังต่อไปนี้ เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับวิตามินเอ 300 ไมโครกรัม/วัน เด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับวิตามินเอ 400 ไมโครกรัม/วัน เด็กอายุ 9-13 ปี ควรได้รับวิตามินเอ 600 ไมโครกรัม/วัน เด็กผู้หญิงอายุ 14 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินเอ 700 ไมโครกรัม/วัน เด็กผู้ชายอายุ 14 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินเอ […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

น้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกายถึง 70% ทั้งยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับไต และการทำงานอื่น ๆ ของระบบในร่างกาย ซึ่งหากร่างกายขาดน้ำติดต่อกันประมาณ 3 วัน อาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้  ดังนั้น ประโยชน์ของการดื่มน้ำมีมากมาย และควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อสุขภาพและความสมดุลที่ดีของร่างกาย ประโยชน์ของการดื่มน้ำ  การดื่มน้ำมีประโยชน์ดังนี้ เป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อลื่นข้อต่อ เนื่องจากกระดูกอ่อนในข้อต่อและกระดูกสันหลัง ประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 80% หากร่างกายขาดน้ำในระยะยาว อาจทำให้ความสามารถในการดูดซับแรงกระแทกของข้อต่อลดลง ซึ่งอาจทำให้ปวดข้อ ช่วยในการทำงานของไต เนื่องจากไตทำหน้าที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายในรูปแบบของปัสสาวะ หากดื่มน้ำน้อยเกินไปอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไตได้  ช่วยให้ผิวสุขภาพดี เนื่องจากน้ำช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น รวมถึงช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน มีน้ำมีนวล และอาจแลดูอ่อนเยาว์ ช่วยลดน้ำหนัก หากดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำผลไม้ที่มีรสหวาน หรือน้ำอัดลม รวมถึงการดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารประมาณ 30 นาที อาจช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น  ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย โดยน้ำจะระบายความร้อนที่เป็นส่วนเกินออกจากร่างกายในรูปแบบของเหงื่อ เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย โดยขับของเสียออกมาในรูปแบบปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ รวมถึงอาจช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้  ช่วยย่อยอาหาร อาจช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างปกติ ควรดื่มน้ำวันละเท่าไร  ในทุก ๆ วัน ร่างกายต้องสูญเสียน้ำผ่านการหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ ดังนั้น ปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวัน คือ ผู้หญิงประมาณ 11.5 แก้ว หรือ 2.7 […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ห้ามกินอะไร

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทางเดินปัสสาวะ หรืออาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่เป็นกรดสูงทำให้เกิดความระคายเคือง ผู้ป่วยควรศึกษาว่า หากมีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ห้ามกินอะไร เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการ หันมารับประทานอาหารที่สมดุลและมาจากธรรมชาติให้มากที่สุด [embed-health-tool-bmr] กระเพาะปัสสาวะอักเสบ คืออะไร กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทางเดินปัสสาวะ หรืออาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่เป็นกรดสูง ปฏิกิริยาจากยาเคมีบำบัด การฉายรังสี หรือสัมผัสกับสารระคายเคือง เช่น เจลหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว อาจทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะบ่อยแต่ปริมาณน้อย รู้สึกแสบเมื่อปัสสาวะ เลือดออกเมื่อปัสสาวะ และปัสสาวะมีกลิ่นแรง หากไม่ทำการรักษาเชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังไตและอาจทำลายไตได้ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ห้ามกินอะไร อาหารบางชนิดอาจมีส่วนกระตุ้นทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ ทั้งนี้ อาจเกิดขึ้นกับบางคนเท่านั้น ผู้ที่ประสบปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงควรจดบันทึกรายการอาหารที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาหารที่อาจส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีดังนี้ โปรตีน เช่น ถั่วเหลือง เนื้อแปรรูป ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต ผัก เช่น มะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ ผักดอง พริก มะรุม ผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ สับปะรดและน้ำสับปะรด ส้มและน้ำส้ม เลมอน น้ำแครนเบอร์รี่ เกรพฟรุตและน้ำเกรพฟรุต เครื่องปรุงรส เช่น น้ำสมสายชู ซีอิ๊ว […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดหน้าท้อง กำจัดไขมัน เพื่อสุขภาพที่ดี

ไขมันหน้าท้อง อาจเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาสุขภาพในร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ขาดการออกกำลังกาย รวมทั้งผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาจประสบปัญหานี้เช่นกัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงห่างไกลจากปัญหาสุขภาพ ควรกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยการ ลดหน้าท้อง และดูแลตนเองให้ดีอยู่เสมอ ควบคุมการรับประทานอาหาร วางแผนการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม [embed-health-tool-bmr] ไขมันหน้าท้อง เกิดจากอะไร โดยปกติแล้ว เมื่อร่างกายทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย การเคลื่อนไหว จะส่งผลให้เกิดการเผาผลาญไขมันออกมาเป็นพลังงาน ผ่านทางเหงื่อ ลมหายใจ หากร่างกายไม่มีการเผาผลาญ หรือเผาผลาญได้น้อย จะเกิดการสะสมของไขมันตามร่างกาย รวมถึงไขมันหน้าท้อง ไขมันหน้าท้องมักเกิดจากการสะสมของไขมันปริมาณมากใต้ผิวหนัง รวมถึงไขมันในช่องท้องที่อยู่ในชั้นลึก ทำให้เสี่ยงต่อการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง ปัญหาการหายใจ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เนื่องจากโรคต่าง ๆ อาจส่งผลกระทบให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องการเผาผลาญในร่างกายนั้นลดลง  งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เรื่องไขมันหายไปไหนหลังจากการลดน้ำหนัก เผยแพร่ในวารสาร British Medical Journal พ.ศ.2557 ระบุว่า ไขมันจากอาหารจะอยู่ในเซลล์แอดิโพไซด์ (Adipocytes) ซึ่งทำหน้าที่สะสมไขมันในรูปแบบไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) โดยไตรกลีเซอไรด์นี้ประกอบด้วยโมเลกุลคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และออกซิเจน […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของกล้วยมีอะไรบ้าง

ประโยชน์ของกล้วย ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมีหลายประการ เพราะกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโพแทสเซียม แมกนีเซียม ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรต วิตามินบี 6 วิตามินซี และวิตามินเอ ที่อาจมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจ ลดความดันโลหิต เพิ่มความจำ นอกจากนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและมะเร็งได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย กล้วยขนาดกลาง 1 ลูกน้ำหนักประมาณ 100 กรัม ประกอบไปด้วยปริมาณสารอาหาร ดังนี้ พลังงาน 105 แคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 14.4 กรัม ไฟเบอร์ 3.1 กรัม โปรตีน 1.3 กรัม โฟเลต 23.6 ไมโครกรัม แมกนีเซียม 31.9 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 422 มิลลิกรัม วิตามินซี 10.3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 3 ไมโครกรัม วิตามินบี 6 0.367 มิลลิกรัม ประโยชน์ของกล้วยต่อสุขภาพ เสริมสุขภาพทางเดินอาหาร กล้วยอุดมไปด้วยไฟเบอร์และน้ำที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อยีสต์และทางเดินปัสสาวะ รักษาโรคติดเชื้อทางเดินอาหารบางชนิด ลดการแพ้แลคโตส […]


ข้อมูลโภชนาการ

น้ำเต้าหู้ ประโยชน์ ต่อสุขภาพกับข้อควรระวังในการบริโภค

น้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง เป็นเครื่องดื่มเมนูโปรดของใครหลายคน ซึ่งนอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีสารอาหารในถั่วเหลืองที่ให้ประโยชน์หลายประการแก่ผู้บริโภค เป็นทั้งแหล่งโปรตีน วิตามินเอ แคลเซียม อย่างไรก็ตาม แม้ว่า น้ำเต้าหู้ ประโยชน์ จะมีมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบริโภคน้ำเต้าหู้เป็นพิเศษเช่นกัน [embed-health-tool-bmi] ข้อมูลโภชนาการของน้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ 1 แก้ว ไม่มีรสหวาน ให้พลังงานประมาณ 80-100 แคลอรี่ มีคุณค่าทางสารอาหาร ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม ไขมัน 4 กรัม โปรตีน 7 กรัม น้ำเต้าหู้เป็นแหล่งโปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 12 โพแทสเซียม และไอโซฟลาโวน (Isoflavone) มากไปกว่านั้นยังอุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี และเพราะน้ำเต้าหู้ทำมาจากธรรมชาติ จึงไม่มีคอเลสเตอรอลและมีไขมันอิ่มตัวต่ำ รวมถึงไม่มีแลคโตส ปริมาณน้ำเต้าหู้ที่ควรบริโภคในแต่ละวัน โดยปกติแล้วอาหารจากถั่วเหลืองนั้นแปรรูปไปเป็นเมนูอื่น ๆ เช่น เต้าหู้ เต้าเจี้ยว เป็นต้น ในหนึ่งวันอาจรับประทานเมนูจากถั่วเหลืองมากกว่าแค่การดื่มน้ำเต้าหู้ จากสถาบันวิจัยมะเร็งสหรัฐอเมริกา American Institute for Cancer Research (AICR) แนะนำว่า […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน