โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับหน้าร้อน ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยง "ฮีทสโตรก" มากกว่า

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุณหภูมิในประเทศไทยพุ่งสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจนึกถึงการไปเที่ยวทะเลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้สมกับเป็นช่วงซัมเมอร์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะ "โรคอ้วน" (Obesity) หน้าร้อนกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนาน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ คนที่มีภาวะโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิด "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) หรือโรคลมแดดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า! ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่สภาพอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลไกภายในร่างกายที่ทำงานผิดปกติไปเนื่องจากไขมันส่วนเกิน  Hello Khunmor จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่คนอ้วนต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี "ชั้นไขมัน" กับการระบายความร้อนของร่างกาย ในสภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกผ่านทางการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำพาความร้อนจากภายในสู่ภายนอก ทำไมคนอ้วนถึงทนความร้อนได้น้อยกว่า? ตามหลักสรีรวิทยา ไขมันมีคุณสมบัติเป็น "ฉนวนกันความร้อน" (Thermal Insulator) ที่ดีเยี่ยม ชั้นไขมันหนา ๆ จะช่วยกักเก็บความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกายเพื่อความอยู่รอดในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนและมีภาวะโรคอ้วน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่หนาเกินไปจะทำให้ความร้อนจากภายในระบายออกมาสู่ผิวหนังได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อมวลร่างกายน้อยกว่าคนที่มีรูปร่างสมส่วน หมายความว่าร่างกายมีพื้นที่ในการระบายความร้อน (ผ่านเหงื่อ) น้อยลง เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ร่างกายผลิตขึ้นและกักเก็บไว้ภายใน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของคนอ้วนพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็วกว่าคนปกติเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศที่ร้อนจัด ภาระของหัวใจที่หนักขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association - AHA) ระบุว่า ความร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

ทอรีน คือ อะไร ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ทอรีน (Taurine) คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้หรือที่เรียกว่า กรดอะมิโนชนิดไม่จำเป็น พบมากในเซลล์ประสาท จอประสาทตา และกล้ามเนื้อหัวใจ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นประสาท ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด และอาจช่วยต้านโรคเบาหวานและภาวะหัวใจวายได้ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยทอรีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา และไข่ ทั้งนี้ ควรบริโภคทอรีนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ [embed-health-tool-bmr] ทอรีน คือ อะไร ทอรีน คือ กรดอะมิโนชนิดไม่จำเป็น หรือกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองได้ พบได้ทั่วไปในเนื้อเยื่อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทอรีนเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานของสมองและหัวใจ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับสารสื่อประสาท หากร่างกายมีทอรีนในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยรักษาความสมดุลของร่างกาย ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเนื่องจากทอรีนช่วยลดความดันเลือดและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบประสาท อาหารที่อุดมไปด้วย ทอรีน อาหารที่อุดมไปด้วยทอรีน อาจมีดังนี้ เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ตับหมู โดยเฉพาะเนื้อบริเวณน่องสัตว์ปีก อาหารทะเล โดยเฉพาะหอย ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัว สาหร่ายทะเล โดยเฉพาะสาหร่ายแดง อาหารเสริมทอรีน ทั้งนี้ ควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจบริโภคอาหารเสริมทอรีน ประโยชน์ต่อสุขภาพของ ทอรีน ทอรีน อาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนประโยชน์ของทอรีน ดังนี้ อาจช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจ ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่อาจช่วยลดระดับความดันเลือดได้ เนื่องจากช่วยลดความต้านทานของการไหลเวียนของเลือดในผนังหลอดเลือด และช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

‘HMB’ สารช่วยเสริมสร้างและชะลอการสลายของ กล้ามเนื้อ

รู้หรือไม่ว่าร่างกายของคนเราจะค่อย ๆ สูญเสีย กล้ามเนื้อ เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น หลังจากมีอายุ 40 ปีขึ้นไป มวลกล้ามเนื้อจะลดลงประมาณ 8% ในทุก ๆ 10 ปี[1] โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ส่วนใหญ่มักเผชิญกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการดำเนินชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายและเสริมโภชนาการด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพดีหลายชนิดถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มี ‘HMB’ เป็นส่วนประกอบตามธรรมชาติ ซึ่งต้องรับประทานในปริมาณมาก เพื่อให้ได้ HMB เพียงพอวันละ 1.5 กรัม ตามที่ร่างกายต้องการ เพื่อช่วยชะลอการสลายและช่วยเสริมสร้างให้มวลกล้ามเนื้อแข็งแรง สาเหตุ และอัตราการเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุ แม้ว่าโดยปกติแล้ว มวลกล้ามเนื้อจะมีการสร้างและสลายตัวตลอดเวลาตามธรรมชาติ แต่เมื่อมีอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีอัตราการสูญเสียกล้ามเนื้อลดลงประมาณ 8% ในทุก ๆ 10 ปี และเพิ่มเป็น 15% ในทุกๆ 10 ปี เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ปัญหาที่ผู้สูงวัยถึง 1 ใน 3 ต้องเผชิญ […]


โรคอ้วน

ค่า BMI คืออะไร สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร

ค่า BMI หรือ ค่าดัชนีมวลกาย เป็นเครื่องมือชี้วัดว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ใด โดยการคำนวณความสมดุลระหว่างน้ำหนักและส่วนสูงค่าดัชนีมวลกายอาจสามารถช่วยระบุความเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน ค่า BMI คืออะไร ค่า BMI คือ ตัวชี้วัดว่าร่างกายมีความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูงหรือไม่ โดยการคำนวณจากส่วนสูงและน้ำหนัก ทำให้ทราบว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรือน้ำหนักเกินเกณฑ์อยู่หรือไม่ ซึ่งอาจช่วยประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคขาดสารอาหาร อ่อนเพลียง่าย โรคอ้วน อย่างไรก็ตามการหาค่า BMI อาจไม่สามารถประเมินความสมดุลของร่างกายได้ในบางบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักกีฬาที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก เพราะอาจแสดงผลลัพธ์ว่าเป็นโรคอ้วนทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยง และผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อต่ำ เพราะอาจแสดงผลลัพธ์ว่าผอมหรือขาดสารอาหาร ค่า BMI สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร ค่า BMI อาจช่วยให้ทราบว่าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมากเกินกว่าเกณฑ์ เพื่อจะได้ทำการควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ตามความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงน้ำหนักไม่สมดุลที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ดังนี้ ความเสี่ยงจากน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ร่างกายขาดสารอาหาร โรคกระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ โรคโลหิตจาง ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ประจำเดือนมาผิดปกติ และอาจเกิดภาวะมีบุตรยาก ความเสี่ยงจากน้ำหนักเกินเกณฑ์ ระดับคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคตับ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ […]


ข้อมูลโภชนาการ

กล้วยน้ำว้า ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค

กล้วยน้ำว้า คือ กล้วยสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีลักษณะสั้นและอ้วน หากเป็นกล้วยน้ำว้าดิบจะมีเปลือกสีเขียว แต่ถ้าหากกล้วยสุกจะเปลี่ยนเป็นเปลือกสีเหลือง นิยมรับประทานแบบสด หรือนำมาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น ไอศกรีม สลัด นอกจากนี้ กล้วยน้ำว้ายังมีสารอาหารและวิตามินมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แมกนีเซียม ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ปรับปรุงการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และอาจช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าโภชนาการของกล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้าขนาดกลาง 1 ลูก ให้พลังงานประมาณ 105 กิโลแคลอรี่ และสารอาหารอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ คาร์โบไฮเดรต 27 กรัม ประกอบด้วย น้ำตาล 14.4 กรัม ไฟเบอร์ 3.1 กรัม โพแทสเซียม 422 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 31.9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม วิตามินซี 10.3 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 30.7 […]


โรคอ้วน

น้ำหนัก กับสุขภาพ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

น้ำหนัก อาจมีความสำคัญในการช่วยประเมินสุขภาพเบื้องต้น เนื่องจากการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพและโรคร้ายแรงบางชนิด เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด คอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสะสมของไขมันในร่างกายที่เพิ่มมากขึ้น โดยอาจมีปัจจัยมาจากการรับประทานอาหารไขมันสูง พันธุกรรม การไม่ออกกำลังกายหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การจัดการกับน้ำหนักตัวเป็นเพียงการประเมินความเหมาะสมเบื้องต้น ไม่สามารถยืนยันแนวโน้มของปัญหาสุขภาพหรือการเกิดโรคได้ [embed-health-tool-bmi] น้ำหนัก สำคัญอย่างไรต่อสุขภาพ น้ำหนัก มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งการรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมตามเกณฑ์หรือค่าดัชนีมวลกาย 18.5-22.90 อาจช่วยป้องกันและควบคุมโรคต่าง ๆ ได้ หากบุคคลมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 คอเลสเตอรอลสูง โรคถุงน้ำดี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ การรักษาน้ำหนักตัวยังอาจส่งผลดีต่อสภาพจิตใจ ความสุขทางอารมณ์ ช่วยปรับปรุงรูปร่าง และให้ความรู้สึกมั่นใจ และคล่องตัวมากขึ้นในการใช้ชีวิต น้ำหนัก ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากอะไร น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดจากมวลกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมันและน้ำในร่างกาย ซึ่งปัจจัยของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีมวลไขมันสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เค้ก คุกกี้ อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินไว้ในร่างกายมากขึ้น การไม่ออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายอาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ […]


โรคอ้วน

BMR เครื่องมือคำนวณการเผาผลาญพลังงาน

BMR หรือ อัตราการเผาผลาญพลังงาน เป็นเครื่องมือคำนวณปริมาณการเผาผลาญและการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการลด เพิ่มและควบคุมน้ำหนักเพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี โดยอาจทำควบคู่กับการออกกำลังกายและควบคุมการรับประทานอาหารในแต่ละวัน เพื่อช่วยเพิ่มเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้รวดเร็วขึ้น BMR คืออะไร BMR (Basal Metabolic Rate) คือ อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในขณะพัก หรืออัตราการใช้พลังงานขั้นต่ำในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาการทำงานขั้นพื้นฐานของร่างกายให้เป็นปกติตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การหายใจ การไหลเวียนของเลือด การย่อยและการดูดซึมอาหาร การทำงานของเซลล์ ความสำคัญของ BMR BMR อาจมีความสำคัญต่อผู้ที่ต้องการลด เพิ่มหรือควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมตามเกณฑ์หรือตามความต้องการ เนื่องจากการคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงานอาจช่วยให้ทราบว่าร่างกายต้องการแคลอรี่เท่าไหร่ และควรบริโภคแคลอรี่ประมาณเท่าไหร่เพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยลด เพิ่มหรือควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ปริมาณความต้องการแคลอรี่ในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ เช่น น้ำหนัก ความสูง อายุ เพศ และระดับความเข้มข้นในการทำกิจกรรมของแต่ละคน สำหรับปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับต่อวันสำหรับผู้ใหญ่เพศชายและเพศหญิง อาจมีดังนี้ ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ควรได้รับพลังงานประมาณ 1,600 แคลอรี่/วัน ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรได้รับพลังงานประมาณ  2,000 แคลอรี่/วัน ผู้ที่ต้องใช้พลังงานมากในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกาย เกษตรกร งานใช้แรงงาน ควรได้รับพลังงานประมาณ  2,400 แคลอรี่/วัน วิธีคำนวณ BMR อัตราการเผาผลาญพลังงานอาจคำนวณได้ ดังนี้ ผู้ชาย […]


โภชนาการเพื่อสุขภาพ

กรดไขมันอิ่มตัว คืออะไร ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ

กรดไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเป็นของแข็งเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง พบได้ในอาหารตามธรรมชาติทั่วไปจากสัตว์และพืชบางชนิด รวมทั้งในอาหารแปรรูปหลายชนิด เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ หนังสัตว์ นม ไข่ เนย ชีส ครีมเทียม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง คอเลสเตอรอลสูง ดังนั้น การเลือกชนิดของอาหารและควบคุมปริมาณการรับประทานจึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับกรดไขมันอิ่มตัวได้ กรดไขมันอิ่มตัว คืออะไร กรดไขมันอิ่มตัว คือ ประเภทของไขมันหลักที่มักจะเป็นของแข็งเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง ประกอบด้วยคาร์บอน (Carbon) ไฮโดรเจน (Hydrogen) และโมเลกุลออกซิเจน (Oxygen) พบมากในแหล่งอาหารจากสัตว์และอาหารแปรรูปหลายชนิด เช่น ไขมันจากเนื้อหมู เนื้อวัว หนังไก่ ผลิตภัณฑ์จากนม ชีส เนย ครีมเทียม และอาจพบได้ในอาหารจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เนย โกโก้ ชนิดของกรดไขมันอิ่มตัว ชนิดของกรดไขมันอิ่มตัวที่พบบ่อยและพบมากที่สุดในอาหาร อาจมีดังนี้ กรดสเตียริก (Stearic Acid) เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่มีลักษณะเป็นของแข็งสีขาวคล้ายขี้ผึ้ง มีกลิ่นเล็กน้อยและลอยน้ำได้ โดยอาจพบได้ในอาหารทั่วไปทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะเนย โกโก้ […]


ข้อมูลโภชนาการ

ประโยชน์ของเบียร์ และข้อควรระวังในการบริโภค

เบียร์ เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นที่นิยมทั่วโลก ส่วนประกอบพื้นฐานในการผลิตเบียร์ ได้แก่ ข้าว ส่วนใหญ่เป็นบาร์เลย์ ยีสต์ น้ำ และดอกฮอปซึ่งเป็นพืชไม้เลื้อยชนิดหนึ่งในพืชดอกวงศ์กัญชา นิยมหมักประมาณ 4-8 สัปดาห์ก่อนนำมากรองและบรรจุใส่ภาชนะ เบียร์มักมีสีเหลืองอำพัน รสชาติขม ปริมาณแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 5-7% การดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของ เบียร์ เบียร์ 100 มิลลิลิตร ให้พลังงานประมาณ 43 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 3.55 กรัม โปรตีน 0.42 กรัม โพแทสเซียม 27 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม โคลีน (Choline) 10.1 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม แคลเซียม 4 มิลลิกรัม ฟลูออไรด์ 44.2 ไมโครกรัม ประโยชน์ต่อสุขภาพของ เบียร์ มีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพของเบียร์ ดังนี้ 1. อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แอลกอฮอล์ในเบียร์มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการตอบสนองของเซลล์ต่ออินซูลิน […]


ข้อมูลโภชนาการ

ปลาทะเล ประโยชน์และข้อควรระวังในการรับประทาน

ปลาทะเล อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย พัฒนาการทางสมองทั้งการเรียนรู้ ความทรงจำและการมองเห็น โดยเฉพาะในเด็ก นอกจากนี้ ยังอาจช่วยต้านการอักเสบ บำรุงสุขภาพผิวและสุขภาพหัวใจ ดังนั้น การรับประทานปลาทะเลที่มีไขมันสูงในปริมาณที่พอเหมาะ จึงอาจส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ประโยชน์ในการรับประทานปลาทะเล ปลาทะเลมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของปลาทะเลในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้ อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ปลาทะเลและอาหารทะเลอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างกรดไอโคซาเพนตาอีโนอิกหรือกรดไขมันอีพีเอ (Eicosapentaenoic Acid หรือ EPA) และกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิกหรือดีเอชเอ (Docosahexaenoic Acid หรือ DHA) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบได้มากในปลาทะเลและอาหารทะเลหลายชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า กุ้ง กุ้งก้ามกราม หอยแมลงภู่ ปลาหมึก หอยเป๋าฮื้อ ที่อาจมีประโยชน์ในการช่วยต้านการอักเสบ บำรุงสุขภาพผิว บำรุงสุขภาพหัวใจ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการทำงานของสมอง การเรียนรู้และความจำ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน International Journal of Molecular Sciences เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ศึกษาเกี่ยวกับกรดไขมันสำหรับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด พบว่า […]


โรคอ้วน

วิธีลด เหนียง กระชับใบหน้าให้เรียว ทำได้อย่างไร

วิธีลด เหนียง เป็นวิธีที่อาจช่วยลดไขมันสะสมใต้ชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณใต้คาง ลดปัญหาผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อยเนื่องจากการสะสมของไขมันที่มากเกินไป รวมถึงลดเหนียงที่เกิดขึ้นตามวัย ซึ่งวิธีลดเหนียงอาจทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และวิธีทางการแพทย์ เหนียง เกิดจากอะไร เหนียง คือ ลักษณะผิวหนังหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่อาจเกิดจากไขมันใต้ผิวหนังที่สะสมในปริมาณมากบริเวณใบหน้าและใต้คาง พบบ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้ เหนียงยังอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น ๆ ดังนี้ พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีลักษณะใบหน้าสั้นหรือมีเหนียงตั้งแต่กำเนิด อาจส่งต่อทางพันธุกรรมได้ อายุ การสะสมของไขมันบริเวณผิวหนังใต้คางร่วมกับความยืดหยุ่นของผิวหนังที่ลดลงตามอายุ อาจทำให้ผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อยและเกิดเป็นเหนียงได้ ลักษณะทางกายภาพและการเผาผลาญไขมัน แต่ละคนมีการเผาผลาญไขมันและการสะสมของไขมันในร่างกายที่แตกต่างกัน ในบางคนอาจมีรูปร่างผอมและไขมันสะสมมากที่บริเวณใบหน้าและใต้คาง ส่งผลให้คนผอมอาจมีเหนียงได้เช่นกัน พฤติกรรมท่าทางที่ทำซ้ำ ๆ เช่น การก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังบริเวณใต้คางถูกกดทับซ้ำ ๆ จนเกิดความอ่อนตัว และเมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้ผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อย สูญเสียความยืดหยุ่นจนกลายเป็นเหนียง การรับประทานอาหาร เหนียงอาจมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีไขมันในปริมาณมาก เช่น เนื้อสัตว์ติดมันและหนัง อาหารแปรรูป ของทอด จึงอาจทำให้เกิดการสะสมไขมันใต้คางมากขึ้น วิธีลด เหนียง วิธีลด เหนียง อาจมีเป้าหมายเพื่อลดการสะสมของไขมันใต้คาง ซึ่งสามารถช่วยลดเหนียงได้ในระยะยาว โดยวิธีลดเหนียงอาจทำได้ ดังนี้ การออกกำลังกาย การออกกำลังกายอาจเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันทั่วทั้งร่างกาย รวมทั้งช่วยลดไขมันบริเวณใต้คาง โดยควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน