การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

การติดเชื้อเอชไอวี ส่งผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกโจมตี หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้เกิดโรคเอดส์ได้ และนี่คือสิ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้เกี่ยวกับ การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เพื่อจะได้ป้องกันตัวเอง รวมถึงดูแลสุขภาพโดยรวมของคุณได้อย่างเหมาะสม

เรื่องเด่นประจำหมวด

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ลิ้นคนเป็นเอดส์ มีลักษณะอย่างไรบ้าง

ลิ้นคนเป็นเอดส์ หมายถึง ลิ้นของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์ ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันต่ำลง ส่งผลให้เสี่ยงติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น เชื้อแคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) ซึ่งทำให้เป็นเชื้อราในช่องปาก หรือเชื้อเฮอร์ปีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes Simplex Virus หรือ HSV) ซึ่งเป็นสาเหตุของเริมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงบริเวณลิ้นและในช่องปากด้วย [embed-health-tool-ovulation] เอดส์ คืออะไร เอดส์ (AIDS) หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นอาการในระยะสุดท้ายของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โดยผู้ป่วยจะมีระดับเม็ดเลือดขาว CD4 (Cluster of Differentiation 4) ที่มีหน้าที่ควบคุมและต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ในระดับต่ำกว่าปกติ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อหรือป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ทั้งนี้ ระดับ CD4 ในคนทั่วไปจะเท่ากับ 500-1,400 เซลล์/เลือด 1 มิลลิลิตร ในขณะที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ระดับ CD4 จะลดลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือประมาณ 200 […]

หัวข้อ การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เพิ่มเติม

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

อาการของโรคเอดส์ สังเกตจากอะไร

โรคเอดส์ คือ การติดเชื้อเอชไอวีในระยะสุดท้าย หรือที่เรียกว่า ระยะเอดส์ ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด แม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ คลอดบุตร และให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัยและเฝ้าระวังการติดเชื้อ ควรศึกษา อาการของโรคเอดส์ รวมถึงอาการติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรก ก่อนเสี่ยงเป็นโรคเอดส์ที่อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง [embed-health-tool-ovulation] โรคเอดส์ เกิดจากอะไร โรคเอดส์ เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่ส่งผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีสู่ลูก การถ่ายเลือด เช่น บริจาคเลือด หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อเอชไอวีอาจทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ที่มีบทบาทสำคัญช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรค เมื่อใดที่ร่างกายมีเซลล์ CD4 ลดลงต่ำกว่า 200 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร ก็อาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยบ่อย และพัฒนานำไปสู่โรคเอดส์ได้ ระยะและอาการของโรคเอดส์  อาการของโรคเอดส์ อยู่ในระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี โดยอาการต่าง ๆ จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับระยะของการติดเชื้อ ซึ่งระยะของการติดเชื้อ มีดังนี้ ระยะที่ 1: อาการติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลัน เป็นระยะแรกของการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งอาการอาจปรากฏขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากร่างกายได้รับเชื้อ ซึ่งอาการอาจคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แต่อาจหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยอาการเริ่มต้นของการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ มีไข้ […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

อาการโรคเอดส์ผู้หญิง ที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันโรคเอดส์

อาการโรคเอดส์ผู้หญิง อาจมีแสดงอาการที่แตกต่างจากผู้ชายเล็กน้อย เช่น ตกขาวผิดปกติ ประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยโรคเอดส์ (AIDS) หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่มักแพร่เชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ การส่งผ่านไวรัสจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด หรือให้นมลูก โรคเอดส์เกิดจากอะไร  เอดส์ คือ ระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี โดยการติดเชื้อเอชไอวีแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกเริ่มติดเชื้อ ระยะอาการสงบ และระยะเอดส์ การติดเชื้อเอชไอวีใน 2 ระยะแรก อาการอาจยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่อาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่หากการติดเชื้อเข้าสู่ระยะที่ 2 หรือระยะเอดส์ ระบบภูมิคุ้มกันจะถูกทำลายอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจทำให้ติดเชื้อโรคอื่น ๆ และเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื้อหุ้มสมองอักเสบ ได้ง่ายขึ้น โดยเชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อได้ผ่านเลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งในช่องคลอด น้ำนมของผู้ติดเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีตรวจพบเชื้อตั้งแต่ในระยะแรก แต่รักษาและควบคุมอาการของโรคได้เป็นอย่างดี ก็อาจไม่ทำให้การติดเชื้อลุกลามหรือรุนแรงจนถึงระยะสุดท้าย […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคเอดส์ อาการ มีอะไรบ้าง

โรคเอดส์ อาการ ที่สังเกตได้อาจแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะติดเชื้อ ระยะสงบ และระยะเอดส์ ซึ่งหมายถึงการติดเชื้อเอชไอวีระยะสุดท้าย ทำให้เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายลดลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ และเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น วัณโรค โรคปอดบวม  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ [embed-health-tool-ovulation] สาเหตุของโรคเอดส์  สาเหตุที่อาจทำให้ติดเชื้อเอชไอวี มีดังนี้ ติดต่อเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อผ่านทางช่องคลอด ทวารหนักและช่องปากโดยไม่มีการป้องกัน ติดต่อผ่านทางเลือด การรับเลือดของผู้ติดเชื้อผ่านการถ่ายให้เลือด การติดเชื้อผ่านทางบาดแผล หรือการใช้เข็มฉีดยาหรือเข็มสักร่วมกับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี การติดเอดส์จากมารดาสู่ทารก มารดาตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออาจแพร่เชื้อไวรัสเอชไอวีไปยังทารกได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ทารกในครรภ์ได้รับเชื้อเอชไอวี คุณแม่ควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนตั้งครรภ์หรือรักษาการติดเชื้อเอชไอวีให้เรียร้อยก่อนการตั้งครรภ์ โรคเอดส์ อาการ สังเกตได้  อาการของโรคเอดส์ขึ้นอยู่กับระยะการติดเชื้อที่ผู้ป่วยเป็น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะแรกของการติดเชื้อ  เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย เจ็บคอ มีผื่น ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ไอ เหงื่อออกตอนกลางคืน  ระยะอาการสงบ ระยะนี้เชื้อไวรัสไม่แสดงอาการใด ๆ โดยระยะนี้สามารถอยู่ได้นาน 8-10 ปี หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

อาการคัน จากโรคเอดส์ เกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการคัน จากโรคเอดส์ เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลัน จนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น ไวรัสเริม โรคหูดข้าวสุก มากขึ้น นอกจากนั้น อาการคันอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดโรคผิวหนังในผู้ป่วยเอชไอวีและมีอาการคันรุนแรงขึ้น [embed-health-tool-ovulation] อาการคัน จากโรคเอดส์ มีสาเหตุจากอะไร อาการคัน จากโรคเอดส์ เป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังในลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้มีอาการคันรุนแรงในบางกรณี อาจไม่สามารถรักษาได้จนทำให้เกิดรอยด่าง แผลเป็นบนผิวหนัง หรือมีอาการคันจนนอนไม่หลับ ส่งผลต่อความเครียดทางจิตใจ สาเหตุของอาการคัน จากโรคเอดส์ที่พบบ่อย ได้แก่ การติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลัน เป็นอาการติดเชื้อเอชไอวีระยะแรก มีอาการภายใน 2-6 สัปดาห์ ได้แก่ ปวดหัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองบวม ผื่นแดง คันที่ลำตัว มีไข้ แผลในช่องปาก หลอดอาหาร ทวารหนัก หรืออวัยวะเพศ ติดเชื้อฉวยโอกาส เป็นระยะติดเชื้อแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะที่ 3 ของการติดเชื้อเอชไอวีหรืออาการโรคเอดส์ เช่น ติดเชื้อที่ผิวหนัง อาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคเอดส์ สาเหตุ อาการ การรักษา

โรคเอดส์ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) เรียกอีกอย่างว่า ระยะเอดส์ ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี เชื้อสร้างความเสียหายให้ระบบภูมิคุ้มกัน จนขัดขวางกระบวนการในการต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัสและเชื้อโรคอื่น ๆ ทั้งยังอาจแพร่กระจายโดยการสัมผัสกับเลือดที่ติดเชื้อ จากแม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดบุตร หรือให้นมบุตร การติดเชื้อเอชไอวีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าที่เชื้อจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเข้าสู่ระยะโรคเอดส์ แม้จะยังไม่มียารักษาการติดเชื้อเอชไอวี แต่การรับประทานยาตามคำแนะนำของคุณหมอก็สามารถช่วยชะลอการเข้าสู่ระยะโรคเอดส์ และลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะเอดส์ได้ [embed-health-tool-”ovulation”] คำจำกัดความโรคเอดส์คืออะไร โรคเอดส์ หรือที่เรียกว่า ระยะเอดส์ คือ คือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดไวรัสเอชไอวี จัดเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ เซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคเอดส์จะถูกทำลายและลดจำนวนลง ทำให้ติดเชื้ออื่น ๆ และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น โดยเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การได้รับเลือดผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ทารกในครรภ์ได้รับเชื้อจากมารดาตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี ทารกได้รับเชื้อเพราะกินนมแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น โรคเอดส์สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อาจเป็นกลุ่มพนักงานบริการทางเพศ กลุ่มชายรักชาย และผู้ที่ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด โดยปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังคงมีชีวิตอยู่ 500,000 คน ผู้ที่ได้รับยาต้านไวรัส 394,598 คน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,600 คน และมีผู้เสียชีวิตจากเอชไอวี 12,000 คน อาการอาการของโรคเอดส์ อาการที่พบได้บ่อยของการติดเชื้อเอชไอวี มีดังนี้ มีไข้ ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ หนาวสั่น มีเหงื่อออกช่วงเวลากลางคืน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้าง่าย ผื่นขึ้นตามลำตัว ต่อมน้ำเหลืองบวม  มีแผลในปาก ท้องเสีย แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าการติดเชื้อเอชไอวีพัฒนาเป็นการติดเชื้อในระยะสุดท้าย หรือที่เรียกว่า […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ตุ่มเอดส์ อาการเมื่อติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์

ตุ่มเอดส์ หรือตุ่ม PPE เป็นอาการทางผิวหนังที่ทำให้เกิดผื่นคันในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยเฉพาะในผู้ป่วยระยะโรคเอดส์ ตุ่มเอดส์มักเกิดขึ้นบริเวณลำตัว ใบหน้า และแขนขา อาจทำให้มีตุ่มแดงหรือตุ่มสีม่วงบนผิวหนัง มีอาการคัน เลือดคั่ง และอาจมีเยื่อเมือกบนฝ่ามือและฝ่าเท้า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และตุ่มเอดส์อาจต้องใช้วิธีรักษาตามอาการ ซึ่งผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้อาการลุกลามจนควบคุมได้ยาก [embed-health-tool-ovulation] ตุ่มเอดส์ คืออะไร ผื่น PPE หรือตุ่ม PPE (Pruritic papular eruption หรือ PPE) หรือที่เรียกกันว่า ตุ่มเอดส์ คือ ผื่นคันที่มักเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ตุ่มเอดส์เป็นอาการเริ่มต้นของเอชไอวีระยะที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง และตุ่มเอดส์จะกระจายตัวมากขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4 ที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค น้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. ปัจจุบันอาจยังไม่สามารถระบุสาเหตุในการเกิดตุ่มเอดส์ได้อย่างแน่ชัด แต่อาจเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลันโดยตรงทางผิวหนัง ยารักษาภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง การติดเชื้ออื่น ๆ เช่น เชื้อไวรัสเริม ซิฟิลิส หรือโรคหูข้าวสุก การติดเชื้อจากแมลงกัดต่อย เป็นต้น จนอาจทำให้มีตุ่มแดงหรือตุ่มสีม่วงบนผิวหนัง มีอาการคัน เลือดคั่ง […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

วิธีสังเกต คนเป็นเอดส์ ทำได้อย่างไร

วิธีสังเกต คนเป็นเอดส์ อาจสังเกตได้จากอาการของโรค เช่น อาจมีอาการเหนื่อยล้าตลอดเวลา มีตุ่มเอดส์ มีไข้เป็นเวลายาวนาน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในระยะแรกอาจสังเกตอาการได้ยาก เนื่องจากอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และอาจเข้าสู่ระยะไม่แสดงอาการ หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้น เชื้อไวรัสอาจพัฒนากลายเป็นโรคเอดส์ที่มีความรุนแรงขึ้นได้ [embed-health-tool-ovulation] เอดส์ คืออะไร เอดส์ (AIDS) เป็นระยะรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวี มักเกิดขึ้นเมื่อจำนวนของเซลล์ CD4 คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย มีจำนวนลดลงเหลือต่ำกว่า 200 เซลล์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เพิ่มโอกาสติดเชื้ออื่น ๆ สูงขึ้นและอาจทำให้มีอาการแย่ลงอย่ารวดเร็วเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอมาก  ซึ่งโดยปกติควรมี CD4 อยู่ระหว่าง 500–1,500 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร แต่จำนวน CD4 อาจเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายในขณะนั้น เช่น ในช่วงร่างกายอ่อนแอ มีไข้ หรือพักผ่อนน้อย เชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลัง หรือน้ำอสุจิ ที่สัมผัสกับบาดแผลโดยตรง การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปากและทางทวารหนัก โดยไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกัน ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรกอาจแสดงอาการเริ่มต้นภายใน 1-6 สัปดาห์ จากนั้นเชื้อไวรัสจะพัฒนาไปในระยะไม่แสดงอาการจนกลายเป็นโรคเอดส์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น วิธีสังเกต […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

การทำใจยอมรับ เมื่อรู้ว่าติดเชื้อ HIV

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus : HIV) ส่วนใหญ่มักอยู่ในสภาวะอารมณ์แปรปรวน อันมีสาเหตุมาจากความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า การถูกตีตราทางสังคมจนทำให้เกิดภาวะบีบคั้นทางด้านจิตใจ ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรเรียนรู้วิธีการทำใจยอมรับเมื่อรู้ว่าตัวเองติดเชื้อ HIV [embed-health-tool-ovulation] ปฏิกิริยาของผู้ป่วย ติดเชื้อ HIV แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากติดเชื้อเอชไอวี และเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีเมื่อทราบข่าวจะมีปฏิกิริยาปฏิเสธสิ่งที่รับรู้ เช่น ไม่ยอมรับความจริง โกรธคนที่ทำให้ติดเชื้อ (อาการแสดงออกมากหรือน้อยแล้วแต่บุคคลมีอาการตอบสนองแตกต่างกัน) ดังนั้นแพทย์ ผู้ให้คำปรึกษา รวมถึงผู้ที่อยู่รอบข้างผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะต้องเข้าใจโดยปฏิกิริยาเหล่านี้  คุณหมอเรียกว่า “ปฏิกิริยาของความโศกเศร้า” หรือ “Stage of grief” แบ่งออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้ ระยะปฏิเสธ (Denial) เป็นเรื่องธรรมดาที่จะปฏิเสธสิ่งที่รับรู้ ไม่เชื่อ ไม่สามารถรับความจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ระยะโกรธ (Anger) ความผิดหวังที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรู้สึกโกรธ เช่น สิ่งที่เกิดขึ้น บุคคลที่ทำให้ติดเชื้อ รวมถึงแพทย์ที่ทำการรักษา ระยะต่อรอง (Bargaining) การร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อยากให้หายจากโรคนี้ ระยะซึมเศร้า (Depression) ระยะนี้ผู้ติดเชื้อเริ่มยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้นได้ส่วนหนึ่ง  ต้องคอยระวังอารมณ์เพราะอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

วิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อเอชไอวี

การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และโรคเอดส์ (AIDS) เป็นภาวะสุขภาพที่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีหรือยาที่จะช่วยรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ การรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์จึงต้องมุ่งเน้นไปที่การรักษาด้วยยาต้านเชื้อเอชไอวีเพื่อกดไวรัสไว้ในร่างกายไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และการส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับโรคที่เป็นและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรรู้ ก็คือ วิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อเอชไอวี ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อนี้ได้ วิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อเอชไอวี (HIV) การติดเชื้อเอชไอวีนั้นสามารถติดต่อได้จาก 3 ช่องทางหลัก ๆ ได้แก่ ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือการทำกิจกรรมทางเพศ เช่น ออรัลเซ็กส์ ติดต่อผ่านทางเลือด เช่น การใช้เข็ดฉีดยาร่วมกัน การติดต่อผ่านอุปกรณ์สัก การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก เชื้อเอชไอวีสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ทั้งในระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอด และให้นมบุตร การติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์เป็นช่องทางที่พบได้บ่อยและสำคัญที่สุดของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่ง นายแพทย์วิฉกร จิตประพันธ์ แพทย์ประจำคลินิก Pulse สีลม เผยว่า วิธีป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายวิธี ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัย หากใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง เช่น เลือกขนาดให้เหมาะสม สวมถุงยางอนามัยก่อนสัมผัสอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก ใช้สารหล่อลื่นที่มีส่วนประกอบพื้นฐานเป็นน้ำไม่ใช่น้ำมัน จะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้เกือบ 90% และถึงแม้ในปัจจุบันจะมีวิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อเอชไอวีในรูปแบบอื่น ๆ แล้ว แต่ก็ควรใช้ถุงยางอนามัยเสมอเมื่อจะมีเพศสัมพันธ์หรือประกอบกิจกรรมทางเพศ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้แล้ว ถุงยางอนามัยยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ และป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีด้วย การใช้ยาป้องกันเชื้อเอชไอวี การใช้ยาป้องกันเชื้อเอชไอวี ที่เรียกว่า “ยาเพร็พ” (Pre-Exposure […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

แนวทางที่ควรปฏิบัติเมื่อต้องอยู่ร่วมกับ ผู้ติดเชื้อ HIV

การติดเชื้อเอชไอวี เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่พบได้มากที่สุดในประเทศไทย ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่นั้น มักจะถูกเลือกปฏิบัติและกีดกันอยู่เสมอ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อทำความเข้าใจ และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข [embed-health-tool-ovulation] ทำความเข้าใจกับการติดเชื้อเอชไอวี เชื้อเอชไอวี (Human immunodeficiency virus; HIV) คือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะเข้าไปทำลายเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้นมีโอกาสในการเกิดโรคและติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และหากปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรงขึ้น ก็อาจจะนำไปสู่ โรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี นั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นโรคเอดส์เสมอไป นายแพทย์ วิฉกร ได้กล่าวไว้ว่า  “ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก็เหมือนผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างหนึ่ง เหมือนผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ป่วยความดันโลหิตสูง” การที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ก็สามารถทำได้ เพียงแค่ควรเรียนรู้ทำความเข้าใจ ว่าเชื้อเอชไอวีนั้นแพร่เชื้ออย่างไร และจะสามารถป้องกันตัวเองจากเชื้อเอชไอวีได้อย่างไรบ้าง รวมไปถึงการรักษาและการไปปรึกษาแพทย์เพื่อติดตามการรักษา แนวทางในการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี เชื้อไวรัสเอชไอวีนั้นจะติดต่อกันผ่านทางสารคัดหลั่งที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ เช่น เลือด น้ำนม อสุจิ หรือน้ำหล่อลื่น ดังนั้น คนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีจึงสามารถอยู่ร่วมกับ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ได้ตามปกติ สามารถกินข้าวร่วมกัน เข้าห้องน้ำ ซักผ้า ใช้สบู่ และใช้ยาสีฟันร่วมกันได้ตามปกติ โดยไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการส่งต่อเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด สิ่งที่ควรทำในการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี […]