home

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

การติดเชื้อเอชไอวี ส่งผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกโจมตี หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้เกิดโรคเอดส์ได้ และนี่คือสิ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้เกี่ยวกับ การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เพื่อจะได้ป้องกันตัวเอง รวมถึงดูแลสุขภาพโดยรวมของคุณได้อย่างเหมาะสม

ความรู้ทั่วไป

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ไวรัสที่เป็นสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกับบกพร่อง หรือ เอชไอวี คือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ (กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม) เอชไอวีจะลดการทำงานของระบบภูมิค้มกันทำให้เกิดโรคได้ง่าย ทำให้เกิดแบคทีเรีย ไวรัสและการติดเชื้อในร่างกาย ไม่เหมือนไวรัสชนิดอื่น ร่างกายไม่สามารถจะกำจัดเอชไอวีได้อย่างสมบูรณ์เมื่อคุณมีเอชไอวีแล้ว คุณจะมีมันไปตลอดชีวิต เอดส์เป็นขั้นสูงที่สุดของโรคเกี่ยวกับเอชไอวี และเป็นการลุกลามของโรคอื่นเช่นมะเร็งและการติดเชื้อต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ ไวรัสที่เป็นสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกับบกพร่อง หรือ เอชไอวี คือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ (กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม) เอชไอวีจะลดการทำงานของระบบภูมิค้มกันทำให้เกิดโรคได้ง่าย ทำให้เกิดแบคทีเรีย ไวรัสและการติดเชื้อในร่างกาย ไม่เหมือนไวรัสชนิดอื่น ร่างกายไม่สามารถจะกำจัดเอชไอวีได้อย่างสมบูรณ์เมื่อคุณมีเอชไอวีแล้ว คุณจะมีมันไปตลอดชีวิต เอดส์เป็นขั้นสูงที่สุดของโรคเกี่ยวกับเอชไอวี และเป็นการลุกลามของโรคอื่นเช่นมะเร็งและการติดเชื้อต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ

หัวข้อ การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เพิ่มเติม

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

วันเอดส์โลก  (World AIDS Day)  จัดขึ้น ณ วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เพื่อรณรงค์ยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์  บทความนี้ Hello คุณหมอ ได้สัมภาษณ์นายแพทย์วิฉกร จิตประพันธ์  แพทย์ประจำ พัลซ์ คลินิก สาขา สีลม (Pulse clinic) ถึงความแตกต่างระหว่างการติดเชื้อ HIV กับ โรคเอดส์ ซึ่งจะมีความแตกต่างอย่างไร ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ การ ติดเชื้อ HIV และ โรคเอดส์ แตกต่างกันอย่างไร นายแพทย์วิฉกร จิตประพันธ์  แพทย์ประจำ พัลซ์ คลินิก สาขา สีลม (Pulse clinic) ได้ระบุถึงความแตกต่างระหว่างการติดเชื้อ HIV และ โรคเอดส์ ไว้ดังนี้ การติดเชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus; HIV) คือเชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดหนึ่ง ที่แพร่กระจายสู่ผู้ป่วย หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่สภาวะเอดส์ตามมา โรคเอดส์ […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ปัจจุบันแนวโน้มของการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และการเป็นโรคเอดส์ยังคงมีอัตราพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีการรณรงค์ให้มีเซ็กส์ที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันหลายคนก็ยังคงมีความเข้าใจแบบผิด ๆ ว่าไม่ตรวจเท่ากับไม่ติดเชื้อ หรือบางคนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและน่าอายในการไปตรวจ ซึ่งทุกวันนี้ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี สามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ บทความนี้ของ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ขั้นตอนการตรวจเชื้อ HIV จากผู้เชี่ยวชาญมาฝากค่ะ นายแพทย์ วิฉกร จิตประพันธ์ แพทย์ประจำคลินิก Pulse สีลม ได้ให้คำแนะนำถึงแนวทางการตรวจหาเชื้อเอชไอวีว่ามีอยู่ด้วยกันหลายแบบ และแตกต่างกันไปตามโรงพยาบาลหรือสถานให้บริการ อย่างไรก็ตาม การตรวจหาเชื้อเอชไอวี จะมีระยะที่เราเรียกกันว่าระยะฟักตัว (Window Period) ซึ่งถ้าไม่ทราบระยะฟักตัว (Window Period) ผู้ที่ต้องการตรวจหาเชื้อเอชไอวีอาจจะต้องทำการปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาก่อน เพื่อจะได้สามารถเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสม จากนั้นจึงจะเริ่มขั้นตอนการตรวจหาเชื้อเอชไอวี ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นตอนการตรวจเชื้อ HIV เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม ก่อนจะไปเข้ารับ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี นั้น ผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืองดอาหาร ขอแค่เตรียมกายและใจให้พร้อมก็สามารถไปเข้ารับการตรวจได้เลย ลงทะเบียนคนไข้ (สถานพยาบาลแต่ละแห่งมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน) แรกเริ่มในการเข้าไปตรวจหาเชื้อเอชไอวีนั้น สถานบริการหรือโรงพยาบาล แต่ละแห่งจะมีการลงทะเบียนคนไข้ที่แตกต่างกัน  บางแห่งต้องเตรียมบัตรประชาชน ต้องใช้หมายเลขบัตรประชาชน ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง แต่บางแห่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรประชาชน […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

แน่นอนว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือ ผู้ป่วยโรคเอดส์ (AIDS) ต่างมีความหวังที่จะหายขาดจากโรคดังกล่าว แต่ทั้งนี้ก็ยังจำเป็นที่จะต้องรอวิวัฒนาการทางการแพทย์และการวิจัยเพิ่มเติมถึงแนวทางในการรักษาที่ได้ผลและปลอดภัย โดยหลายคนอาจมีคำถามในใจว่า เอดส์รักษาหาย ได้หรือไม่ วันนี้ทาง Hello คุณหมอ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายแพทย์ วิฉกร จิตประพันธ์ แพทย์ประจำคลินิก Pulse สีลม จึงได้นำข้อมูลและความรู้ดี ๆ ที่จะช่วยคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ เอดส์รักษาหาย ได้หรือไม่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเอดส์มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก หรือแทบจะไม่เหลือความหวังในการใช้ชีวิตให้เหมือนกับคนปกติได้เลย ทำให้ทางการแพทย์มุ่งเน้นในเรื่องของการรักษาโรคนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีความหวังอีกครั้ง หากพูดถึงการรักษาเอดส์ นายแพทย์วิฉกร จิตประพันธ์ กล่าวว่า “เราต้องย้อนกลับไปก่อนว่าในอดีต เมื่อ 20-30 ปีก่อน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีแทบจะไม่มีความหวังในการรักษา แทบจะไม่หายด้วยซ้ำ คนไข้ในช่วงนั้นต้องทานยาเยอะมาก เป็น 10 เม็ดต่อวัน แล้วผลข้างเคียงของยาเยอะมาก” หลังจากนั้นผ่านมาประมาณ 10-20 ปี วิวัฒนาการทางการแพทย์ได้พัฒนาในเรื่องของยา และการรักษาเอชไอวีได้ดีมากขึ้น โดยผู้ป่วยสามารถทานยาได้เพียง 1 เม็ด ทั้งยังสามารถควบคุมปริมาณเชื้อไวรัสไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่พัฒนาต่อการเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ ในปัจจุบันมีการพัฒนาเรื่องของยามากขึ้น คิดค้นยาที่มีผลข้างเคียงต่ำ ผู้ป่วยสามารถทานยาและใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงต่อรูปลักษณ์ภายนอก […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) นั้นแพร่กระจายได้ง่าย และส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้คนทุกเพศทุกวัยจะสามารถติดเชื้อเอชไอวีได้ แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่าคนกลุ่มอื่น หากพูดถึง กลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชไอวี จะมีคนกลุ่มไหนบ้าง ลองมาหาคำตอบจากบทความนี้กันเลย กลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ขายบริการทางเพศ ผู้ชายบริการทางเพศ จัดเป็นกลุ่มผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ สูง เนื่องจากอาจมีพฤติกรรมทางเพศที่สุ่มเสี่ยง เช่น ไม่ใช้ถุงยางอนามัย มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน มีการใช้ยาเสพติด ยิ่งขายบริการทางเพศถี่เท่าไหร่ ความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น กลุ่มรักร่วมเพศ กลุ่มรักร่วมเพศ โดยเฉพาะชายรักชาย และไบเซ็กชวล ก็ถือเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักถือเป็นรูปแบบของกิจกรรมทางเพศที่เสี่ยงแพร่เชื้อเอชไอวีมากที่สุด ยิ่งหากมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักแบบไม่ป้องกัน ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่า หากเป็นฝ่ายรับ ความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีจากการสอดใส่ก็จะยิ่งสูงกว่าฝ่ายรุกถึง 13 เท่า ผู้ติดยาเสพติดแบบใช้เข็มฉีดยาเข้าเส้นเลือด ผู้ติดยาเสพติดที่ใช้เข็มฉีดยาเสพติดเข้าเส้นเลือดนั้นมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงมาก เนื่องจากพวกเขาอาจใช้อุปกรณ์ฉีดยา เช่น เข็มฉีดยา กระบอกฉีด ร่วมกับผู้อื่นที่เสพยาด้วยกัน และอุปกรณ์เหล่านี้อาจมีเลือดติดอยู่ โดยเฉพาะบริเวณเข็มฉีดยา ฉะนั้น หากมีคนใดคนหนึ่งติดเชื้อเอชไอวี ไวรัสก็สามารถส่งต่อผ่านเลือดไปยังผู้อื่นได้ นอกจากนี้ ยาเสพติดอาจเพิ่มความต้องการทางเพศ ทำให้ผู้ใช้ยาเสพติดมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมทางเพศแบบสุ่มเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย มีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์กับคนขายบริการทางเพศ หรืออาจกลายเป็นผู้ขายบริการทางเพศเสียเองเพื่อหาเงินซื้อยามาเสพ ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ใช้ยาเสพติดมักเป็นคนวัยผู้ใหญ่ที่อายุยังน้อย โดยจากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ใหญ่ที่อายุยังน้อยมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีมากกว่า และปัจจัยทางสังคม เช่น หน้าตาทางสังคม […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

ยุง เป็นสัตว์ที่ทำให้เราเกิดโรคไข้เลือดออก นอกจากนี้ยังเป็นพาหะในการนำเชื้อไข้เลือดออกได้อีกด้วย เมื่อยุงไปดูดเลือดผู้ที่มีเชื้อไข้เลือดออกแล้วมาดูดเลือดเราต่อ อาจทำให้เราติดเชื้อไข้เลือดออกได้ แล้วอย่างนี้ หากยุงไปดูดเลือดผู้ที่มีเชื้อ เอชไอวี (HIV) แล้วมาดูดเลือดเราต่อ อย่างนั้นเราจะติดเชื้อหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวยุง พาหะนำเชื้อเอชไอวี จริงหรือไม่ มาให้อ่านกันค่ะ ยุง สามารถทำให้เราติดเชื้อ เอชไอวี ได้หรือไม่ บางคนอาจจะคำถามว่า ยุงนั้นแพร่เชื้อเอชไอวีไปสู่คนได้หรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยุงไม่สามารถแพร่เชื้อ เอชไอวี ไปสู่คนได้ ถึงแม้ว่ายุงจะไปดูดเลือดผู้ที่มีเชื้อ เอชไอวี แล้วไปดูดเลือดผู้ที่ไม่มีเชื้อต่อ ก็ไม่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ ซึ่งมีเหตุผลดังนี้ ยุงไม่สามารถติดเชื้อเอชไอวีได้ เชื้อเอชไอวี เป็นโรคที่สามารถติดต่อได้โดย เชื้อจะเข้าไปจับที่เซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เซลล์นั้นติดเชื้อ และเริ่มแพระจายไปยังเซลล์อื่น ๆ แต่ ยุงไม่มีเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดที่เชื้อเอชไอวีนั้นจับได้ เมื่อยุงดูดเลือดของผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีเข้าไป ก็จะเข้าสู่กระบวนการย่อยแบบปกติ โดยไม่มีการติดเชื้อใด ๆ ทำให้ยุง ไม่สามารถเป็นพาหะในการนำเชื้อเอชไอวีได้ ระบบและกลไกการดูดเลือดของยุง ปากของยุงที่ใช้ดูดเลือดของมนุษย์จะประกอบไปด้วยท่อ 2 ท่อ ซึ่งท่อหนึ่งมีไว้สำหรับการดูดเลือด ส่วนอีกท่อหนึ่งนั้นมีไว้สำหรับการปล่อยน้ำลายเข้าไปในเลือด เพื่อให้เลือดไม่แข็งตัวและสามารถดูดเลือดได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบการทำงานของการดูดเลือดของยุงแบบนี้ มีเพียงน้ำลายของยุงเท่านั้นที่จะเข้าสู่ร่างกาย เมื่อยุงดูดเลือด ยุงจะไม่ปล่อยเลือดเข้าร่างกายคนเรา ทำให้ร่างกายไม่ได้รับเลือดที่ติดเชื้อ เอชไอวี […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

แม้เอดส์ (AIDS) กับเอชไอวี (HIV) จะเป็นคำที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังเข้าใจผิดว่า เอดส์กับเอชไอวีคือสิ่งเดียวกัน นั่นอาจเป็นเพราะเรามักได้ยินสองคำนี้คู่กันบ่อย ๆ เลยเข้าใจผิด จริง ๆ แล้ว เอดส์กับเอชไอวี แตกต่างกัน ไม่ได้เหมือนกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ และ Hello คุณหมอ จะมาช่วยคุณไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ให้กระจ่าง มาทำความรู้จัก เอดส์กับเอชไอวี กันใหม่ เอชไอวี คือไวรัส ไม่ใช่โรค เอชไอวี (HIV) คือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง คำว่า เอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus; HIV) ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “เชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องในคน” หรือ “ไวรัสภูมิคุ้มกันเสื่อมในคน” เนื่องจากไวรัสเอชไอวีเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ในคนเท่านั้น และเมื่อร่างกายได้รับเชื้อเอชไอวี เชื้อจะเข้าไปโจมตีระบบภูมิคุ้มกัน จนส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเสื่อมถอยนั่นเอง โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของเราสามารถจัดการกับเชื้อโรคหลายชนิดได้อย่างอยู่หมัด แต่เชื้อเอชไอวีนี้ถือเป็นข้อยกเว้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจึงต้องกินยาหลายชนิด เพื่อขัดขวางวงจรชีวิตของเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมเชื้อไวรัสนี้ที่อยู่ในร่างกายได้ เอดส์ คือสภาวะที่เกิดจากเอชไอวี อาการของการติดเชื้อเอชไอวี สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน จะมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคติดเชื้อ เอชไอวี หรือเอดส์ เป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ร้ายแรง โรคนี้คร่าชีวิตผู้คนนับล้านในแต่ละปี และยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ ผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ วัยรุ่น หรือแม้แต่ทารก ที่มารดาได้รับเชื้อขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสเป็นผู้ป่วยเอชไอวีหรือเอดส์ได้ แม้ว่าในปัจจุบันโรคติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์เป็นโรคที่พบเห็นได้สังคมทั่วไป แต่ยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโรคที่เกิดจาก เชื้อเอชไอวี นี้ ดังนั้น Hello คุณหมอ จึงขอนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโรคนี้ในบทความนี้ โรคติดเชื้อ เอชไอวี / เอดส์คืออะไร เชื้อเอชไอวี หรือไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Human Immunodeficiency Virus) ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เฉพาะอย่างยิ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซท์ ที่มีชื่อว่า CD4 (T cells) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไป เชื้อไวรัสเอชไอวีจะทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายไม่สามารถต้านการติดเชื้อหรือโรคต่าง ๆ ได้ ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด หากผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เชื้อไวรัสเอชไอวีจะทำให้จำนวน CD4 (T cells) ในร่างกายลดลงอย่างมหาศาล จนทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการติดเชื้อได้ง่าย หรือเกิดอาการของโรคต่าง ๆ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง การติดเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถเกิดได้ผ่านทางสารคัดหลั่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เลือด […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคเอดส์ (AIDS) นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human immunodeficiency virus; HIV) ซึ่งทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยาต้านไวรัส (Antiretroviral drugs) สำหรับเชื้อเอชไอวีนั้นมีอยู่ 6 กลุ่ม ซึ่งมีผลต่อระดับขั้นต่าง ๆ ของวงจรเชื้อเอชไอวีที่แตกต่างกัน ยาพวกนี้ส่วนใหญ่ทำให้เกิด ผลข้างเคียง ของระบบร่างกายและภายนอกมากมาย Hello คุณหมอ ชวนมาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ ยาต้านไวรัสเอชไอวี ให้มากขึ้นกันค่ะ ผลข้างเคียง ของ ยาต้านไวรัสเอชไอวี เบื่ออาหาร เกิดจาก ยาอะบาคาเวียร์ (Abacavir) วิธีรับมือ คุณควรจะรับประทานอาหารในปริมาณน้อย ๆ หลายมื้อต่อวัน แทนที่จะรับประทานเป็นมื้อใหญ่ 3 มื้อ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพื่อให้แน่ว่าคุณได้รับวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน เช่น รับประทานสารกระตุ้นให้อยากรับประทานอาหาร ดื่มน้ำผลไม้แทนการดื่มน้ำเปล่า การเปลี่ยนแปลงของการกระจายไขมันในร่างกาย (Lipodystrophy) เกิดจาก การใช้ยากลุ่มเอ็นอาร์ทีไอ (NRTI) และ ยาในกลุ่มยาต้านไวรัส Protease inhibitor วิธีรับมือ เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักในบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังควรฉีด Polylactic acid เช่น […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

เมื่อคุณได้รับ เชื้อเอชไอวี ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายจะค่อย ๆ ถูกทำลายลง เนื่องจากเชื้อเอชไอวีอาจสามารถส่งผลต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงสุขภาพผิวหนังของคุณอีกด้วย ปัญหาผิวจากเชื้อเอชไอวี อาจจะเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลไม่พึงประสงค์ต่อรูปลักษณ์ของคุณ แต่ผลกระทบที่ว่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง มาร่วมหาคำตอบได้จากบทความของ  Hello คุณหมอ วันนี้ ที่นำมาฝากทุกคนกันค่ะ ปัญหาผิวจากเชื้อเอชไอวี เกิดได้อย่างไร สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่เกิดจาก 3 ประการ ดังนี้ ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกทำลายโดยเชื้อเอชไอวี ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ ผลข้างเคียงของยา สุขภาพของผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเอชไอวี หรือผลข้างเคียงของการรักษา อาจจะมีความรุนแรงมาก และจำเป็นต้องรับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะหนึ่งในอาการของการติดเชื้อเอชไอวีที่เห็นได้ชัดที่สุด มักจะเกิดขึ้นกับผิวหนัง เนื่องจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้คุณมีความต้านทานต่อเชื้อไวรัส เช่น เชื้อเฮอร์พีส์ (herpes) ได้น้อยลงส่งผลให้เกิดแผลบริเวณรอบริมฝีปากหรืออวัยวะสืบพันธุ์ (เริม) ขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายโดย เชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยในระยะเริ่มแรกของการติดเชื้อเอชไอวี อาจมีอาการคล้ายเป็นไข้ ซึ่งเรียกว่าอาการ seroconversion illness โดยเผยอาการผื่นแดง แต่อาจมีอาการไม่รุนแรงมากนักประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในช่วงที่กำลังติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ รวมถึงอาจมีปัญหาด้านผิวหนังอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วม หลังจากที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มฟื้นตัวจากการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี เช่นการเกิดสิว รากขนอักเสบ และการติดเชื้อที่รากขน เป็นต้น ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ โดยปกติแล้ว การติดเชื้อมีอยู่ด้วยกันสามกลุ่มหลัก คือ การติดเชื้อแบคทีเรีย […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

หากคุณไม่เคยออกกำลังกาย มาก่อน ก็จะเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ ที่จะเริ่มออกกำลังกาย หลังจากวินิจฉัยพบการติดเชื้อเอชไอวี และตัดสินใจที่จะออกกำลังกายเป็นประจำ ต่อไปนี้ เป็นเคล็ดลับและแนวทางที่จะช่วยให้ผู้ ติดเชื้อเอชไอวี ออกกำลังกาย ได้อย่างเหมาะสมและง่ายดายยิ่งขึ้น เคล็ดลับการ ออกกำลังกาย หากคุณ ติดเชื้อเอชไอวี ตั้งนาฬิกาปลุกสองเรือน อาจเป็นเรื่องยากที่ต้องตื่นเช้าในระยะแรก เมื่อคุณเริ่มออกกำลังกาย ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถตื่นเช้าได้ตรงเวลาเพื่อออกกำลังกาย ให้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้สองเรือนและวางไว้ให้ไกลจากเตียงนอน นาฬิกาปลุกเรือนแรกจะเตือนคุณให้รู้ว่า คุณเหลือเวลานอนอีกสักครู่ และนาฬิกาปลุกเรือนที่สองจะปลุกให้คุณตื่น ดื่มและรับประทานอย่างเหมาะสม การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ เป็นสิ่งจำเป็นในระหว่างออกกำลังกาย น้ำที่ดื่มเข้าไปจะชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป จำไว้ว่าการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อคโกแล็ต หรือแอลกอฮอล์ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง และยังทำให้คุณสูญเสียน้ำในร่างกายอีกด้วย คุณสามารถรับประทานอาหารว่าง หรืออาหารอื่นใดในปริมาณเล็กน้อยก่อนออกกำลังกาย พยายามรับประทานในระหว่างชั่วโมงแรกหลังออกกำลังกาย เพื่อเติมพลังให้แก่ร่างกายของคุณ การรับประทานอาหารว่างเล็กน้อย อย่างเช่น แอปเปิลหนึ่งผล หรือแซนด์วิชเนยถั่วชิ้นเล็ก พร้อมด้วยขนมปังผสมธัญพืชนานาชนิด ก่อนออกกำลังกาย สามารถช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่คุณได้ โภชนาการที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การทำกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น ทำให้คุณอาจจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีแคลอรีเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้น้ำหนักลดลง คุณอาจเตรียมอาหารมื้อเช้ารสชาติดีไว้ในตอนกลางคืน แล้วนำไปอุ่นในเตาอบไมโครเวฟในตอนเช้า สิ่งนี้จะช่วยให้คุณตื่นเต้นมากขึ้นในการออกกำลังกาย การนึกถึงอาหารเช้าที่มีประโยชน์ ที่จะได้กินหลังการรออกกำลังกาย ถือเป็นการทดลองที่ดี เลือกสิ่งที่คุณชอบ เลือกกิจกรรมที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือกีฬาประเภทอื่น การลงมือทำสิ่งที่คุณชอบ จะกระตุ้นให้คุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
x