อาการอักเสบนั้นสามารถนำไปสู่โรคที่อันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่รู้มาก่อน ดังนั้น การสังเกต สัญญาณเตือนของการอักเสบ จึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันตัวเองจากโรคร้ายต่างๆ ซึ่งสัญญาเตือนของการอักเสบจะมีอะไรบ้าง ทาง Hello คุณหมอ ได้หยิบยกเรื่องนี้มาบอกเล่ากันผ่านบทความนี้ค่ะ
สิ่งเหล่านี้คือ สัญญาณเตือนของการอักเสบ
หลายคนคงอาจจะยังไม่รู้ว่า สัญญาณเตือนของการอักเสบ มีอะไรบ้าง ดังนั้น ลองมาดูสัญญาณเตือนต่างๆ ที่คุณจำเป็นจะต้องสังเกตกันดีกว่า
โรคเรื้อรังที่ทำให้เกิดการอักเสบ (CIDs) นั้น จะทำให้ร่างกายของคุณทำงานหนักเกินไป จนอาจจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีสารเคลือบประสาทได้ ส่งผลทำให้สัญญาณประสาทส่งผ่านการทำงานไปยังร่างกายได้ยากขึ้น และก่อให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หรือมีความผิดปกติเมื่อคุณเดิน
- เกิดอาการแดงที่ผิว หรือผิวแพ้ง่าย
เมื่อคุณเกิดความเครียดอย่างหนัก จะทำให้เกิดการอักเสบของสารเคมีจำนวนมาก ทำให้สารเคมีในร่างกายเกิดการผิดสัดส่วน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวของคุณ ซึ่งผู้ที่มีสภาพผิวเรื้อรัง เช่น กลาก หรือสะเก็ดเงิน อาจจะมีอาการรุนแรงขึ้น นอกจากนั้นอาการอักเสบเรื้อรัง ยังกระตุ้นให้เกิดสิว อาการบวม และอาการคันที่ผิวหนังได้อีกด้วย
อาการปวดร่างกาย เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดข้อ มักเกิดจากการอักเสบของระบบการทำงานในร่างกาย เมื่อไซโตไคน์ (Cytokines) มีการอักเสบเพิ่มขึ้นในร่างกาย พวกมันจะกระตุ้นการอักเสบของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดอาการบวมแดง และปวด
ท้องอืด ท้องเสีย ตะคริว และแก๊ส เป็นสัญญาณของอาการอักเสบ อาการลำไส้แปรปรวน อาการแพ้อาหาร และโรคกระเพาะอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงกับอาการอักเสบเรื้อรัง หลายๆ คนอาจเคยประสบปัญหาเหล่านี้ ซึ่งการไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
อินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การอักเสบอาจส่งผลต่ออินซูลินได้ ความต้านทานต่ออินซูลินสามารถนำไปสู่ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง ซึ่งสามารถทำลายประสาทและหลอดเลือดของคุณได้ นอกจากนั้นยังอาจนำไปสู่โรคเบาหวาน นอกจากนั้นอาจจะมีอาการเสียวซ่า กระหาย และเหนื่อยมากขึ้นอีกด้วย
ไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง อาจเป็นตัวขับเคลื่อนของกระบวนการอักเสบได้ จากการวิจัยพบว่า สารพิษในสิ่งแวดล้อมนั้นเชื่อมโยงกับระดับการตอบสนองของการอักเสบด้วย ดังนั้น การตรวจสอบน้ำหนักตัว และลดน้ำหนัก จึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำ
- ร่างกายผลิตเมือกมากเกินไป
เมื่อร่างกายเกิดการอักเสบ มันจะผลิตเมือกและเสมหะที่หนา เพื่อป้องกันเซลล์เยื่อบุผิวในเยื่อบุของระบบทางเดินหายใจ จึงทำเกิดอาหารจาม ไอ หรือน้ำมูกไหล นั่นเอง
เนื่องจากมีการเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างระดับการอักเสบของร่างกายและสุขภาพทางเดินอาหาร จึงส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย แก๊ส คลื่นไส้ หรืออาเจียนบ่อยครั้ง ซึ่งนั่นถือเป็นสัญญาณที่ร่างกายมีการตอบสนองต่อการอักเสบที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
เมื่อร่างกายเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะนอนหลับอย่างเพียงพอทุกคืน ก็คืออีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณนั้นได้ต่อสู้กับอาการอักเสบเรื้อรัง เช่นเดียวกับตอนที่คุณรู้สึกไม่ค่อยมีแรง เวลาที่ป่วย และมีอาการอักเสบเรื้อรังร่วมด้วยนั่นเอง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการตอบสนองของอาการอักเสบนั่นเอง
อาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นนั้น อาจส่งผลทำให้ดวงตามีอาการคัน และจมูกมีการอุดตัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสัญญาณเตือนของร่างกายว่า ร่างกายกำลังพยายามบ่งบอกว่ามีอะไรผิดปกติอยู่นั่นเอง
เหงือกอักเสบ ก็คือการอักเสบของเหงือกและฟันนั่นเอง ซึ่งมันมีผลกระทบต่อกระดูกและเนื้อเยื่อของฟัน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบเรื้อรัง นอกจากนั้นโรคเหงือกอักเสบ ยังสามารถเชื่อมโยงกับโรคหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองได้อีกด้วย ดังนั้นการแปรงฟันอย่างถูกต้อง ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน และการขูดหินปูนเพื่อทำความสะอาดฟันปีละ 2 ครั้ง โดยทันตแพทย์ จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาเหงือกได้
บางครั้งเมื่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อบวม ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้ร่างกายของคุณอ่อนแอลงไปด้วย อาการนี้มักจะเกิดขึ้นช้าๆ และมักจะเกิดอยู่ภายในร่างกาย บริเวณไหล่และสะโพก
โรคท้องร่วงเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำปฏิกิริยาภายในร่างกายมากเกินไป จงทำให้ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กเกิดการอักเสบ เมื่อลำไส้เกิดการอักเสบก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสียตามมา นอกจากนั้นในบางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ ปวดข้อ มีไข้ และมีผื่นตามผิวหนังเกิดขึ้น
อาการปวดหัว หรือไมเกรนนั้น เป็นสัญญาณของระดับอาการอักเสบที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับปัญหาทางเดินอาหาร อาการปวดศีรษะนั้นอาจถูกกระตุ้นด้วยสารพิษในสิ่งแวดล้อม ที่ทำให้เกิดการอักเสบ
เมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรัง มันมักจะมาพร้อมกับการปวดกระดูกสันหลัง ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อสะโพก คอ หัวเข่า และหน้าอกของคุณได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วคุณอาจจะมีอาการปวดและตึง บริเวณหลังส่วนล่างโดยเฉพาะในช่วงเช้า ในกระณีที่ร้ายแรงที่สุด คุณอาจจะสูญเสียการเคลื่อนไหวไปเลยก็ได้ ดังนั้น การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรักษาอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นการดีที่สุด
- อาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวล
อาการซึมเศร้า และวิตกกังวล อาจะเป็นสัญญาณเตือนของอาการอักเสบเรื้อรัง โดยแพทย์หลายคนได้อ้างว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีความวิตกกังวล จะมีระดับการอักเสบที่สูง นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคไขข้ออักเสบ หรือโรคลำไส้อักเสบ เกิดขึ้นด้วย
- หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)
หากในร่างกายของคุณมีไขมันมาก หรือได้รับสารแปลกปลอมเข้าร่างกาย อย่างเช่น ควันบุหรี่ ร่างกายของคุณก็จะตอบสนองต่อการอักเสบได้ นอกจากนั้นสิ่งเหล่านี้ยังอาจทำให้เกิดคราบไขมันสะสมบนผนังด้านในของหลอดเลือดแดงได้อีกด้วย ซึ่งอาการนี้มักจะรู้จักกันในชื่อของ “ภาวะหลอดเลือด” ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่การแข็งตัวของหลอดเลือดแดงนั้นจะสามารถรับรู้ได้ ก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด