โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

อาหารที่ให้พลังงานสูง และดีต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง

การรับประทาน อาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างธัญพืชเต็มเมล็ด มันเทศ เนื้อสัตว์อย่างเนื้อไก่ เนื้อปลา เครื่องในสัตว์อย่างตับวัว ไข่ไก่ อาจช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอและระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ ควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานสูงที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพลังงานสูงที่มีน้ำตาล ไขมัน คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสี หรืออาหารแปรรูป ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้เร็วมาก อาจอยู่ท้องได้ไม่นาน จึงทำให้หิวบ่อยและรับประทานอาหารบ่อยขึ้น จนนำไปสู่ภาวะน้ำตาลและไขมันสะสมในเลือดสูงที่ก่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคเบาหวาน [embed-health-tool-bmi] อาหารที่ให้พลังงานสูง มีอะไรบ้าง อาหารที่ให้พลังงานสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาจมีดังนี้ ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลต ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 579 กิโลแคลอรี โดยทั่วไปแล้วร่างกายจะดูดซึมสารอาหารจากดาร์กช็อกโกแลตไปใช้ได้ช้ากว่าช็อกโกแลตนม จึงทำให้ระดับพลังงานในร่างกายคงที่มากกว่า อีกทั้งดาร์กช็อกโกแลตยังมีปริมาณโกโก้และสารต้านอนมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์สูงกว่า จึงดีต่อสุขภาพมากกว่า นอกจากนี้ ดาร์กช็อกโกแลตยังมีสารธีโอโบรมีน (Theobromine) ที่ออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับคาเฟอีน จึงอาจช่วยเพิ่มพลังงานและช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ทั้งนี้ ควรรับประทานดาร์กช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ได้รับไขมันและพลังงานมากเกินที่ควรได้รับในแต่ละวัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 553 กิโลแคลอรี ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่มีพลังงานสูง อุดมด้วยใยอาหารหรือไฟเบอร์ […]

หัวข้อ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

โภชนาการพิเศษ

วิตามิน เจริญอาหาร มีประโยชน์อย่างไร และวิธีกระตุ้นความอยากอาหาร

วิตามิน เจริญอาหาร เป็นวิตามินรูปแบบหนึ่งที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น โดยวิตามินเจริญอาหารมักใช้กับผู้ที่มีภาวะเบื่ออาหาร รับประทานอาหารน้อยหรือปฏิเสธการรับประทานอาหาร ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว [embed-health-tool-bmi] ภาวะเบื่ออาหาร เกิดจากอะไร ภาวะเบื่ออาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะสุขภาพ โรคเรื้อรัง ช่วงอายุ ความแก่ชรา ภาวะซึมเศร้า การตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อาการคลื่นไส้อาเจียน การใช้ยาบางชนิด ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะสมองเสื่อม ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกไม่อยากรับประทานอาหาร ที่อาจส่งผลให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีภาวะเบื่ออาหารเกิดขึ้น ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลเสียต่อน้ำหนักตัว มวลกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกาย รวมทั้งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ วิตามิน เจริญอาหาร มีประโยชน์อย่างไร วิตามินเจริญอาหาร เป็นวิตามินที่อาจมาในรูปแบบยาที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยให้สามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีภาวะเบื่ออาหารและปฏิเสธการรับประทานอาหาร จนส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ และอาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว วิตามินเจริญอาหาร มีอะไรบ้าง ก่อนรับประทานวิตามินเจริญอาหาร ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุของอาการเบื่ออาหารก่อนเสมอ เพื่อจะได้รักษาตั้งแต่ต้นเหตุควบคู่ไปกับการรับประทานวิตามินเจริญอาหาร ดังนี้ สังกะสี มีบทบาทสำคัญในการเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การสังเคราะห์โปรตีนและดีเอ็นเอ การรักษาบาดแผล การส่งสัญญาณและการแบ่งเซลล์ ซึ่งการขาดสังกะสีอาจทำให้มีอาการเบื่ออาหาร ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่ดี การรับรสชาติเปลี่ยนไป แผลหายช้า และผมร่วง ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารเสริมสังกะสีเพื่อช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้เป็นปกติ วิตามินบี 1 หรือไทอามีน (Thiamine) มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการ ซึ่งความรู้สึกเบื่ออาหารอาจเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายขาดวิตามินบี 1 นอกจากนี้ […]

ข้อมูลโภชนาการ

ลูกหม่อน ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ลูกหม่อน หรือบางครั้งเรียกแบบทับศัพท์ว่า มัลเบอร์รี่ (Mulberry) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นผลเล็ก ๆ เป็นพวง มีสีแดงหรือม่วงแดง แต่เมื่อแก่จัดจะเป็นสีม่วงดำหรือดำ ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว นิยมรับประทานสดและนำมาแปรรูปเป็นขนม แยม และน้ำผลไม้ โดยลูกหม่อนมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินซี เบตาแคโรทีน (Beta Carotene) ที่อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล บำรุงสมอง และป้องกันโรคมะเร็งได้ [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของ ลูกหม่อน ลูกหม่อน 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 43 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 9.8 กรัม โปรตีน 1.44 กรัม ไขมัน 0.39 กรัม โพแทสเซียม 194 มิลลิกรัม แคลเซียม 39 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 38 […]

โภชนาการพิเศษ

กรวยไตอักเสบ ห้ามกินอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

กรวยไตอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หนาวสั่น เจ็บขณะถ่ายปัสสาวะ นอกจากจะรักษาด้วยการกินยาปฏิชีวนะและปรับพฤติกรรมตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดแล้ว การเลือกอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ผู้ป่วยควรทราบว่า กรวยไตอักเสบ ห้ามกินอะไร เพื่อไม่ให้อาการแย่ลง โดยทั่วไป ผู้ป่วยกรวยไตอักเสบห้ามกินอาหารที่มีสารอาหารบางชนิดในปริมาณมาก เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม เพราะร่างกายไม่สามารถขับสารอาหารเหล่านั้นออกไปได้ตามปกติ จึงอาจส่งผลให้อาการแย่ลงได้ [embed-health-tool-bmi] สาเหตุกรวยไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) คือ โรคติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณกรวยไต มักเกิดจากแบคทีเรียเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli.) หรือที่เรียกว่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. coli) โดยเชื้อจะเดินทางเข้าสู่กรวยไตและทำให้เกิดการติดเชื้อได้ 2 ลักษณะ คือ การติดเชื้อที่ลุกลามจากระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างขึ้นมาถึงกรวยไต และการติดเชื้อทางกระแสเลือด แต่ส่วนใหญ่แล้วกรวยไตอักเสบมักเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะมากกว่า ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น กลั้นปัสสาวะบ่อย ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ดูแลรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศได้ไม่ดี ในขณะที่การติดเชื้อทางกระแสเลือดพบได้น้อยกว่า และมักเกิดกับผู้ที่มีท่อไตอุดตันจากการผ่าตัดหรือผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องและอ่อนแอ ภาวะสุขภาพที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกรวยไตอักเสบ อาจมีดังนี้ เป็นนิ่วในไต สอดสายสวนปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคปัสสาวะไหลย้อนกลับ (Vesicoureteral reflux หรือ VUR) กำลังตั้งครรภ์ […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดพุงล่าง ป้องกันโรคอ้วนลงพุง ทำได้อย่างไรบ้าง

สำหรับผู้ที่มีพุงล่าง หรือพุงหมาน้อย อาจเกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญอาหาร ทำให้มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง สามารถพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ที่อาจส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น พุงล่างป่อง และรู้สึกไม่มั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องใส่เสื้อผ้ารัดรูป ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการ ลดพุงล่าง ซึ่งอาจทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกาย หรือปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีในการช่วยลดพุงล่างอย่างมีประสิทธิภาพ [embed-health-tool-bmr] สาเหตุที่ทำให้เกิดพุงล่าง  พุงล่าง อาจเกิดจากกระบวนการเผาผลาญอาหารทำงานผิดปกติ ทำให้ร่างกายสะสมแคลอรี่ส่วนเกินจากอาหาร เก็บไว้ในรูปแบบไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องและรอบเอว โดยอาจสังเกตได้ลักษณะรูปร่างเปลี่ยนแปลงไป ดูคล้ายกับลูกแพร์หรือแอปเปิ้ล มีค่าดชนีมวลกาย 25 ขึ้นไป รอบเอว 35-40 ขึ้นไป รู้สึกเหนื่อยล้าง่ายเมื่อเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ หากไม่รีบลดพุงล่าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดพุงล่าง ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต และไขมันสูงในปริมาณมาก เช่น พาสต้า ข้าวขาว ขนมปังขาว ของทอด อาหารแปรรูป ขนมหวาน เค้ก คุกกี้ โดนัท รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์ โซจู […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

เทคนิคการ ลดน้ําหนัก 1 เดือน ทำได้อย่างไร

ปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรมของคนในครอบครัว ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด พฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ดีที่เน้นแต่การรับประทานอาหารไขมัน น้ำตาลและแป้งสูง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักอย่างไม่ถูกต้องก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน ดังนั้น หากต้องการ ลดน้ำหนัก 1 เดือน จึงควรศึกษาเทคนิคการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมหรือขอคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรง [embed-health-tool-bmi] อันตรายต่อสุขภาพจากน้ำหนักเกินเกณฑ์ น้ำหนักเกินเกณฑ์ สังเกตได้จากการมีค่าดัชนีมวลกาย 25-30 ขึ้นไป ไขมันรอบเอวมากกว่า 35 นิ้ว มีพุง มีเหนียง และตัวใหญ่ ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่โรคอ้วน อีกทั้งยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพได้ ดังนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือด เกิดจากหลอดเลือดตีบหรืออุดตันเนื่องจากไขมันสะสมซึ่งขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด อาการหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยอาจสังเกตได้จากอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น เจ็บหน้าอก มีปัญหาด้านความจำและไม่มีสมาธิ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอลอาจทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินในการจัดการกับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคข้อเข่าเสื่อม น้ำหนักที่มากเกินไปอาจทำให้ข้อต่อบริเวณเข่าต้องรองรับน้ำหนักตัวมาก จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อม ข้อต่ออักเสบ โดยอาจสังเกตได้จากอาการปวดบริเวณข้อต่อ โดยเฉพาะขณะเคลื่อนไหวและข้อต่อบวม ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การมีน้ำหนักตัวมากและไขมันสะสมอาจส่งผลกระทบต่อการหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบกว่าปกติ และส่งผลให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยสังเกตได้จากอาการนอนกรนอย่างหนัก หายใจลำบากและหายใจไม่เต็มปอด อาการโควิด-19 ระดับรุนแรง โรคอ้วนอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง และส่งผลให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อไวรัสน้อยลง […]

โภชนาการพิเศษ

ความดันสูงห้ามกินอะไร และควรกินอะไรเพื่อควบคุมความดันโลหิต

ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร หากทราบว่า ความดันสูงห้ามกินอะไร อาจช่วยให้สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้น โดยทั่วไป คนความดันสูงควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารแปรรูป น้ำตาล ไขมันทรานส์ เครื่องปรุงรส และควรเลือกกินอาหารที่เหมาะสม เน้นอาหารจากธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลาที่มีไขมันดี ผักและผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี นมไขมันต่ำ เพราะมีสารอาหารหลากหลาย จึงอาจช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตได้ [embed-health-tool-bmi] ความดันสูงเกิดจากอะไร ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) หรือที่นิยมเรียกว่า ความดันสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีความดันโลหิต 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ยังไม่แน่ชัด แต่พันธุกรรม พฤติกรรมการกินอาหารรสหวาน มัน เค็ม เปรี้ยวจัด ภาวะสุขภาพ เช่น น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ โรคอ้วน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้ได้ เมื่อแรงดันของเลือดในหลอดเลือดที่กระทบกับผนังหลอดเลือดสูงเกินไป จะส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปยังเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือไม่ปรับระดับความดันโลหิตให้ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ อาจทำให้หลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ เสียหาย และหากมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ภาวะหัวใจวาย ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง […]

โภชนาการพิเศษ

ผลไม้ ผู้ป่วยเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง

ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานผลไม้เป็นประจำเพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ก็ควรเลือกผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็วเกินไป ส่วน ผลไม้ ผู้ป่วยเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง เช่น แตงโม สับปะรด เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดพุ่งสูงเร็วเกินไป จนทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้น การรับประทานผลไม้ให้ถูกชนิดอาจช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ [embed-health-tool-bmi] ค่าดัชนีน้ำตาลในอาหาร คืออะไร ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ Glycaemic index (GI) คือดัชนีที่ใช้วัดระดับคาร์โบไฮเดรตในอาหาร มีค่าตั้งแต่ 0-100 แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ (ไม่เกิน 55) ระดับปานกลาง (56-69) และระดับสูง (70 ขึ้นไป) ซึ่งจะแสดงถึงความเร็วในการเปลี่ยนอาหารที่รับประทานไปเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดว่าใช้เวลาช้าหรือเร็วเท่าไหร่ โดยทั่วไป อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดได้เร็ว ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ในขณะที่อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดได้ช้าและคงที่กว่า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อย ๆ เพิ่มขึ้นแบบไม่แปรปรวน อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงอีกประการหนึ่งคือ ปริมาณการรับประทาน เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำในปริมาณมากก็สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานได้ไม่ต่างกับการรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงในปริมาณเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยการจัดสัดส่วนของปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 15 กรัม ต่อการรับประทาน 1 ครั้ง หรือ 1 ส่วน […]

โภชนาการพิเศษ

แม่หลังคลอดกินอะไรได้บ้าง และควรดูแลตัวเองอย่างไร

คนท้องใกล้คลอดอาจสงสัยว่า แม่หลังคลอดกินอะไรได้บ้าง และควรหลีกเลี่ยงอาหารแบบไหน โดยทั่วไปแล้ว แม่หลังคลอดสามารถกินอาหารทุกอย่างได้ตามปกติ แต่ควรเน้นอาหารที่มีสารอาหารหลากหลายและครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และดื่มน้ำให้เพียงพอ และอาจต้องระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น ปลาที่มีสารปรอทสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตัวเองและทารกแรกเกิดที่กินนมแม่ได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] แม่หลังคลอดกินอะไรได้บ้าง แม่หลังคลอดควรกินอาหารที่หลากหลายและให้สารอาหารครบถ้วน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายหลังคลอด ช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้ผลิตน้ำนมได้เพียงพอต่อความต้องการของทารกแรกเกิด โดยอาหารที่เหมาะสำหรับแม่หลังคลอด อาจมีดังนี้ โปรตีน เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอจากการคลอด และช่วยให้แผลคลอดหายไวขึ้น พบมากในพืชตระกูลถั่ว อาหารทะเล เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว เมล็ดพืช ไข่ นม ปลา เต้าหู้ เป็นต้น แคลเซียม การกินอาหารที่มีแคลเซียมอาจช่วยรักษาระดับแคลเซียมในร่างกาย และเพิ่มระดับแคลเซียมในกระดูกของแม่หลังคลอดที่ถูกสลายไปใช้บำรุงทารกในครรภ์ในระหว่างตั้งครรภ์ อีกทั้งแคลเซียมยังช่วยเสริมสร้างการพัฒนากระดูกของทารกแรกเกิด และช่วยให้ระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจของทารกทำงานได้ดีอีกด้วย แคลเซียมพบได้มากในนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว เช่น นมวัว โยเกิร์ตไขมันต่ำ ผักใบเขียวเข้ม เช่น บรอกโคลี กระหล่ำปลี ปวยเล้ง ธาตุเหล็ก เนื่องจากการคลอดลูกทำให้ร่างกายคุณแม่เสียเสียเลือดมากกว่าปกติ ร่างกายจึงต้องการธาตุเหล็กมากขึ้นเพื่อผลิตฮีโมโกลบินที่ทำหน้าที่เก็บและลำเลียงออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดง อาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง […]

ข้อมูลโภชนาการ

อาหารที่มีโปรตีนสูง ประโยชน์และข้อควรระวังในการรับประทาน

การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ธัญพืช นม อาจช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามปกติ อย่างไรก็ตาม การรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือไม่รับประทานอาหารให้หลากหลายและมีสารอาหารครบถ้วนอาจส่งผลเสียกับสุขภาพได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาการเลือกรับประทาน อาหารที่มีโปรตีนสูง อย่างเหมาะสม [embed-health-tool-bmi] ประโยชน์ของอาหารที่มีโปรตีนสูง อาหารที่มีโปรตีนสูง อาจช่วยเพิ่มพลังงานและช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามปกติ บำรุงกระดูก ควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยปรับปรุงการทำงานของตับ และอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง จากการศึกษาหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ปี พ.ศ. 2562 ที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ต่อสุขภาพของโปรตีนในอาหารต่อมวลกล้ามเนื้อ พบว่า การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างเพียงพออาจช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และอาจเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเมื่อมีการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อีกทั้งยังอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้ ยังมีอีกการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Atherosclerosis Reports เมื่อปี พ.ศ. 2557 ที่ได้ทบทวนเกี่ยวกับบทบาทของโปรตีนจากอาหารในผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานและลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงอาจช่วยเพิ่มไขมันดี อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงในปริมาณที่เหมาะสมและควรเลือกรับประทานโปรตีนที่มาจากผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้มากกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้อาการเบาหวานแย่ลง […]

ข้อมูลโภชนาการ

สารอาหารมีกี่ประเภท และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร

สารอาหารแต่ละชนิดมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายแตกต่างกัน ซึ่งหากไม่ได้รับสารอาหารสำคัญให้ครบถ้วนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาว่า สารอาหารมีกี่ประเภท รวมถึงเลือกรับประทานสารอาหารให้ครบถ้วนและเหมาะสม เพื่อช่วยดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากภาวะขาดสารอาหาร [embed-health-tool-bmi] ทำไมจึงร่างกายจึงควรได้รับสารอาหารให้ครบถ้วน สารอาหาร คือสิ่งที่ร่างกายนำไปใช้เพื่อการทำงานที่เป็นปกติ รวมถึงเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพของอวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย หรือแคลเซียมที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและฟัน การที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะสมอาจช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถทำงานได้ตามปกติ มีพลังงานมากพอต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้าง่ายในขณะที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวัน รวมถึงอาจช่วยรักษาสมดุลของอุณหภูมิในร่างกายอีกด้วย หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้รู้สึกอ่อนแรง เหนื่อยล้า ไม่มีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำ น้ำหนักลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคและส่งผลให้เจ็บป่วยบ่อย สารอาหารมีกี่ประเภท สารอาหารแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ดังนี้ 1.คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวัน อีกทั้งยังมีไฟเบอร์ที่อาจช่วยควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยร่างกายควรได้รับคาร์โบไฮเดรตประมาณ 45-65% ของแคลอรี่ที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวัน ยกตัวอย่าง หากร่างกายได้รับ 2,000 กิโลแคลอรี่/วัน ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตประมาณ 900-1,300 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว คือคาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยน้ำตาลที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว […]