home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อิมโมเดียม® เอ-ดี (Imodium® A-D)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ขนาดยา
อิมโมเดียม® เอ-ดี (Imodium® A-D)

ข้อบ่งใช้

ยา อิมโมเดียม® เอ-ดี ใช้สำหรับ

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดี (Imodium® A-D) ใช้เพื่อชะลอจังหวะของการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้เล็กนั้นมีเวลามากขึ้น ในการดูดซึมน้ำและสารอาหารจากอาหารที่คุณรับประทาน

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีใช้เพื่อรักษาอาการท้องร่วง

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดียังใช้เพื่อลดปริมาณของอุจจาระ สำหรับผู้ที่ทำการผ่าตัดเปิดลำไส้เล็ก (ileostomy) ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนลำไส้ โดยการผ่าตัดเปิดช่องกระเพาะอาหาร

วิธีการใช้ยาอิมโมเดียม® เอ-ดี

ใช้ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีตามที่กำหนดบนฉลากยา หรือตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้นานกว่าที่กำหนด

สำหรับผู้ใหญ่ ยาอิมโมเดียมนั้นมักจะรับประทานหนึ่งครั้งในขนาด 4 มก. เมื่อเริ่มมีสัญญาณขออาการท้องร่วง และรับประทานอีกครั้งในขนาด 2 มก. หากอาการท้องร่วงกลับมาอีกครั้ง สำหรับเด็กนั้น ขนาดยาจะขึ้นอยู่กับอายุของเด็ก

อย่าใช้ยาในขนาดมากกว่าที่แนะนำ การใช้ยาที่มีส่วนผสมของยาโลเพอราไมด์ (loperamide) ในทางที่ผิด สามารถทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจที่รุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้ ควรทำตามวิธีการใช้ยาอย่างระมัดระวัง

หากคุณใช้ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ (ยาที่หาซื้อเอง) อย่าใช้ยามากกว่า 8 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ อย่าใช้ยามากกว่า 16 มก. ต่อวัน

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีรูปแบบยาเม็ดสำหรับเคี้ยวนั้น ควรเคี้ยวก่อนกลืน

เข่ยาขวดยาแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน (ยาน้ำ) ให้ดีก่อนตวงยา ควรตวงยาโดยใช้กระบอกฉีดยาที่แถมมา หรือใช้ช้อนหรือถ้วยสำหรับตวงยา หากคุณไม่มีอุปกรณ์สำหรับตวงยาโปรดสอบถามเภสัชกร

รับประทานยาอิมโมเดียม® เอ-ดีพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว ดื่มน้ำให้มากขณะที่กำลังใช้ยานี้ และควรระวังภาวะขาดน้ำ (dehydrated)

การเก็บรักษายาอิมโมเดียม® เอ-ดี

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอิมโมเดียม® เอ-ดีลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา อิมโมเดียม® เอ-ดี

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาอิมโมเดียม® เอ-ดี หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ยานี้สามารถทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจที่รุนแรง และปัญหาเกี่ยวกับหัวใจในเด็ก ไม่ควรใช้ยาอิมโมเดียมกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี อย่าใช้ยานี้กับเด็กหรือวัยรุ่น โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงความปลอดภัยในการใช้ยานี้หากคุณเป็น

  • เป็นไข้
  • มีมูกในอุจจาระ
  • เป็นโรคเอดส์ (AIDS)
  • เคยเป็นโรคตับ
  • หากคุณกำลังใช้ยาปฏิชีวนะ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา อิมโมเดียม® เอ-ดี

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หยุดใช้ยาอิมโมเดียม® เอ-ดี และติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดหัว พร้อมกับแน่นหน้าอก และวิงเวียนอย่างรุนแรง
  • รู้สึกหน้ามืด คล้ายจะหมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • ปวดท้องหรือท้องอืด
  • กำลังมีอาการท้องร่วงหรืออาการท้องร่วงรุนแรงขึ้น
  • อาการท้องร่วงไหลเป็นน้ำหรือเป็นเลือด
  • ปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง เป็นไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังต่อไปนี้

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาเจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil) ยาริโทนาเวียร์ (ritonavir)
  • ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร เช่น ยาไซเมทิดีน (cimetidine) ยาแรนิทิดีน (ranitidine)
  • ยาอะนากรีไลด์ (Anagrelide) ยาซิลอสทาซอล (cilostazol) ยาโดนีพีซิล (donepezil) ยาฟลูโคนาโซล (fluconazole) ยาเมทาโดน (methadone) ยาออนแดนเซทรอน (ondansetron)
  • ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา เช่น ยาอะธิโทรมัยซิน (azithromycin) ยาไซโพรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin) ยาคลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) ยาอิริโทรมัยซิน (erythromycin) ยาฟลูโคนาโซล (fluconazole) ยาไอทราโคนาโซล (itraconazole) ยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) ยาเลโวฟลอกซาซิน (levofloxacin) ยาโมซิฟลอกซาซิน (moxifloxacin) ยาเพนทามิดีน (pentamidine) ยาเทลิโทรมัยซิน (telithromycin)
  • ยารักษามะเร็ง เช่น ยาอาร์เซนิกไตรออกไซด์ (arsenic trioxide) ยาออกซาลิพลาทิน (oxaliplatin) ยาแวนเดทานิบ (vandetanib)
  • ยาต้านซึมเศร้า เช่น ยาไซตาโลแพรม (citalopram) ยาเอสซิตาโลแพรม (escitalopram)
  • ยาต้านมาลาเรีย เช่น ยาคลอโรควิน (chloroquine) ยาฮาโลแฟนทรีน (halofantrine) ยาควินีน (quinine)
  • ยาสำหรับอัตราการเต้นของหัวใจ เช่น ยาอะมิโอดาโรน (amiodarone) ยาไดโซไพราไมด์ (disopyramide) ยาโดฟีทิไลด์ (dofetilide) ยาโดรเนดาโรน (dronedarone) ยาฟลีเคไนด์ (flecainide) ยาไอบูทิไลด์ (ibutilide) ยาโพรคาอีนนาไมด์ (procainamide) ยาควินิดีน (quinidine) ยาโซทาลอล (sotalol)
  • ยารักษาโรคทางจิตเวช เช่น ยาคลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine) ยาดรอเพอริดอล (droperidol) ยาฮาโลเพอริดอล (haloperidol) ยาพิโมไซด์ (pimozide) ยาไทโอริดาซีน (thioridazine)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอิมโมเดียม® เอ-ดีอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • อาการปวดท้องโดยไม่มีอาการท้องร่วง
  • อาการท้องร่วงพร้อมกับมีไข้สูง
  • โรคลำไส้อักเสบชนิดมีแผล (Ulcerative colitis)
  • อุจจาระเป็นเลือด สีดำ หรือคล้ายยางมะตอบ
  • ท้องร่วงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ท้องร่วงที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือโรคคลอสไทรเดียม ดิฟิซายล์ (Clostridium difficile)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอิมโมเดียม® เอ-ดีสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการท้องร่วง ฉับพลัน

ยาเม็ด แคปซูล และยาน้ำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 4 มก. รับประทานหลังจากเริ่มมีอาการท้องร่วงครั้งแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 2 มก. หลังจากอาการท้องร่วงในแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 16 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง มักจะสังเกตเห็นอาการดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง

ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว

  • ขนาดยาเริ่มต้น 4 มก. รับประทานหลังจากเริ่มมีอาการท้องร่วงครั้งแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 2 มก. หลังจากอาการท้องร่วงที่ตามมาในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 8 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการท้องร่วง เรื้อรัง

ยาเม็ด แคปซูล และยาน้ำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 4 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 2 มก. หลังจากอาการท้องร่วงในแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 16 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ ขนาดยาต่อวันโดยเฉลี่ยคือ 4 ถึง 8 มก. มักจะสังเกตเห็นอาการดีขึ้นภายใน 10 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น หลังจากใช้ยาในขนาดยาสูงสุดที่ 16 มก. เป็นเวลา 10 วัน การใช้ยาก็น่าจะไม่สามารถควบคุมอาการได้มากไปกว่านั้น

ขนาดยาอิมโมเดียม® เอ-ดีสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการท้องร่วง ฉับพลัน

2-6 ปี (13-20 กก.)

ยาน้ำเท่านั้นจึงจะสามารถใช้กับผู้ป่วยในกลุ่มอายุนี้ได้

  • ขนาดยาเริ่มต้น 1 มก. รับประทาน 3 ครั้งในวันแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 0.1 มก./กก./ครั้ง หลังจากอาการท้องร่วงในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกินขนาดยาเริ่มต้น

6-8 ปี (20-30 กก.)

ยาเม็ด แคปซูล และยาน้ำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2 มก. รับประทาน 2 ครั้งในวันแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 0.1 มก./กก./ครั้ง หลังจากอาการท้องร่วงในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกินขนาดยาเริ่มต้น

ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2 มก. รับประทานหลังจากเริ่มมีอาการท้องร่วงครั้งแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 1 มก. หลังจากอาการท้องร่วงที่ตามมาในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 4 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

8-12 ปี (น้ำหนักมากกว่า 30 กก.)

ยาเม็ด แคปซูล และยาน้ำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2 มก. รับประทาน 3 ครั้งในวันแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 0.1 มก./กก./ครั้ง หลังจากอาการท้องร่วงในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกินขนาดยาเริ่มต้น

ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2 มก. รับประทานหลังจากเริ่มมีอาการท้องร่วงครั้งแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 1 มก. หลังจากอาการท้องร่วงที่ตามมาในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 6 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

12-18 ปี

ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว ยาเม็ด แคปซูล และยาน้ำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 4 มก. รับประทานหลังจากเริ่มมีอาการท้องร่วงครั้งแรก แล้วตามด้วย
  • ขนาดยาปกติ 2 มก. หลังจากอาการท้องร่วงที่ตามมาในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 8 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการท้องร่วง เรื้อรัง

อายุน้อยกว่า 2 ปี

ยังไม่มีการกำหนดขนาดยารักษาโรคสำหรับอาการท้องร่วงเรื้อรังในกลุ่มผู้ป่วยนี้

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาแคปซูล
  • ยาน้ำ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Imodium A-D. https://www.drugs.com/imodium.html. Accessed November 8, 2017

Imodium A-D. https://www.rxlist.com/imodium-drug.htm. Accessed November 8, 2017

Imodium A-D Liquid. https://www.webmd.com/drugs/2/drug-3730-3025/imodium-a-d-oral/loperamide-liquid-oral/details. Accessed December 03, 2019

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล เมื่อ 11/02/2019
ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
x