ริทาลิน® (Ritalin®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 6 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ ริทาลิน®

 ริทาลิน® (เมทิลเฟนิเดต) ใช้สำหรับ

ริทาลิน® (Ritalin®) เป็นยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ยานี้ส่งผลต่อสารเคมีภายในสมองและประสาท ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมภาวะอยู่ไม่สุขและแรงกระตุ้น

ริทาลิน®ใช้เพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น (attention deficit disorder [ADD] หรือ attention deficit hyperactivity disorder [ADHD]) และโรคลมหลับ (narcolepsy) และยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่อยู่ในคู่มือการใช้ยาได้อีกด้วย

วิธีการใช้ ริทาลิน® (เมทิลเฟนิเดต)

  • ใช้ ริทาลิน®ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด การใช้ยานี้อย่างไม่ถูกต้องการทำให้เสียชีวิต หรือเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อหัวใจ อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ
  • เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ควรใช้ยาในตอนเช้า
  •  ริทาลิน®ประเภทออกฤทธิ์ทันทีนั้น ควรจะรับประทานอย่างน้อย 30 ถึง 45 นาทีก่อนมื้ออาหาร ยาแคปซูลริทาลิน®ประเภทออกฤทธิ์นาน (Ritalin® LA) หรือยาเม็ดริทาลิน®ออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาว (Ritalin® SR) สามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้
  • อย่าบด เคี้ยว หรือหักยาเม็ดริทาลิน®เอสอาร์ รูปแบบออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด การหักเม็ดยาอาจทำให้ยาออกฤทธิ์มามากเกินไปภายในคราวเดียว
  • เพื่อให้คุณสามารถกลืนยาได้ง่ายขึ้น คุณอาจจะค่อยๆ แกะยาแคปซูลริทาลิน®แอลเอ แล้วโรยเม็ดยาไว้บนซอสแอปเปิ้ลเต็มช้อน ไม่ควรอุ่นซอสแอปเปิ้ล เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการปล่อยสรรพคุณของยาได้ ควรกลืนซอสแอปเปิ้ลลงไปพร้อมกับยาโดยไม่ต้องเคี้ยว อย่าเก็บส่วนผสมนั้นไว้ใช้ภายหลัง แล้วดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำอื่นๆ ตามลงไป อย่าเคี้ยวหรือบดยาแคปซูลหรือเม็ดภายในยาแคปซูล
  • ขณะที่กำลังใช้ยานี้ แพทย์อาจจะนัดพบเพื่อทำการตรวจเป็นประจำ คุณควรจะตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ส่วนสูง และน้ำหนักเป็นประจำ
  • หากคุณจำเป็นต้องรับการผ่าตัด โปรดแจ้งให้ศัลยแพทย์ของคุณทราบล่วงหน้าว่า คุณกำลังใช้ริทาลิน® คุณอาจจะต้องหยุดใช้ยานี้เป็นเวลาสั้นๆ

การเก็บรักษายาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต)

ริทาลิน®ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ริทาลิน®บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งริทาลิน®ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ริทาลิน® (เมทิลเฟนิเดต)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของริทาลิน® หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าใช้ริทาลิน® หากคุณเคยใช้ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ (MAO inhibitor) ภายใน 14 วันที่ผ่านมา เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาของยาที่อันตรายได้ ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอนั้นมีทั้ง ยาไซโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ยาลิเนโซลิด (linezolid) ยาเมทิลีนบลูสำหรับฉีด (methylene blue injection) ยาฟีเนลซีน (phenelzine) ยาราซาจิลีน (rasagiline) ยาเซเลจิลีน (selegiline) ยาทรานีลไซโพรมีน (tranylcypromine) และอื่นๆ

คุณไม่ควรใช้ริทาลิน®หากคุณเป็น

  • โรคต้อหิน
  • ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก หรือโรคทูเร็ตต์ (Tourette’s syndrome)
  • อาการวิตกกังวล ตึงเครียด หรือกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง (ยากระตุ้นสามารถทำให้อาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นได้)

ยากระตุ้นบางชนิดอาจจะทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างกะทันหันในบางคน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเป็น

  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (congenital heart defect)
  • ความดันโลหิตสูง
  • ประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจหรือเสียชีวิตกะทันหัน

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าริทาลิน®นั้น จะทำอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาเมทิลเฟนิเดตนั้นสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ หรือทำอันตรายต่อทารกได้หรือไม่ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังให้นมบุตร

ริทาลิน®นั้นไม่ได้รับการยอมรับในการใช้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ริทาลิน®จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ริทาลิน® (เมทิลเฟนิเดต)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปดังนี้

  • รู้สึกประหม่าหรือหงุดหงิด
  • นอนไม่หลับ
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้
  • ปวดท้อง
  • ปวดหัว

หยุดใช้ริทาลิน®และติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการ

  • ปวดหน้าอก
  • หายใจติดขัด
  • รู้สึกเหมือนจะหมดสติ
  • ภาพหลอน (มองเห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง)
  • มีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมใหม่ๆ
  • ก้าวร้าว
  • ไม่เป็นมิตร
  • หวาดระแวง
  • ชัก
  • รู้สึกชา ปวด หรือเย็น มีแผลที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือสีผิวเปลี่ยน (มีลักษณะซีด แดง หรือเป็นสีน้ำเงิน) ที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • อวัยวะเพศชายแข็งตัวแบบมีอาการปวด หรือนานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป (หายาก)
  • กล้ามเนื้อมีอาการปวด อาการกดเจ็บ หรืออ่อนแรงแบบหาสาเหตุไม่ได้ (โดยเฉพาะหากคุณเป็นไข้ เหนื่อยล้าผิดปกติ และปัสสาวะสีคล้ำ)
  • รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ยาเมทิลเฟนิเดตสามารถส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตในเด็ก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอัตราการเจริญเติบโตของลูกคุณนั้นไม่ปกติ ขณะที่กำลังใช้ยานี้

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ริทาลิน®อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยารักษาโรคซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางจิต
  • ยาสำหรับความดันโลหิต
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาร์ฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือแจนโทแวน (Jantoven)
  • ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic medication) หรือยาโอปิออยด์ (opioid)
  • ยาแก้หวัดหรือยาแก้แพ้ที่มีส่วนผสมของยาหดหลอดเลือด (decongestant) เช่น ซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) หรือฟีนิลเอฟรีน (phenylephrine)
  • ยารักษาอาการชัก

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ริทาลิน®อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ริทาลิน®อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคซึมเศร้า อาการป่วยทางจิต โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) โรคจิต (psychosis) หรือมีความคิดหรือการพยายามฆ่าตัวตาย
  • กล้ามเนื้อกระตุกหรือโรคทูเร็ตต์
  • ปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดที่มือหรือเท้า
  • โรคชักหรือโรคลมชัก (epilepsy)
  • ปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้
  • ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ผิดปกติ
  • เคยติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดริทาลิน® (เมทิลเฟนิเดต) สำหรับผู้ใหญ่

ยาเม็ด

  • แบ่งให้ยาวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง ควรจะให้ยา 30 ถึง 45 นาทีก่อนมื้ออาหาร
  • ขนาดยาโดยเฉลี่ยคือ 20 ถึง 30 มก. ต่อวัน
  • ผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องใช้ยาในขนาด 40 ถึง 60 มก. บางรายยาในขนาด 10 ถึง 15 มก. ต่อวันนั้นก็เพียงพอแล้ว
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถนอนหลับได้หากรับประทานยาในช่วงสายของวัน ควรรับประทานครั้งสุดท้ายก่อน 6 โมงเย็น

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน

  • ยาเม็ดริทาลิน®ออกฤทธิ์นานยังมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 8 ชั่วโมง
  • ดังนั้น ยาเม็ดริทาลิน®ออกฤทธิ์นานอาจใช้แทนยาเม็ดลิทารินได้เมื่อขนาดของยาเม็ดริทาลิน®ออกฤทธิ์นาน 8 ชั่วโมง นั้นสอดคล้องกับสอดคล้องการปรับขนาดริทาลิน® 8 ชั่วโมง
  • ยาเม็ดริทาลิน®ออกฤทธิ์นานควรจะกลืนลงไปทั้งเม็ดโดยไม่บดหรือเคี้ยวยา

ขนาดยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต) สำหรับเด็ก

เด็ก (อายุ 6 ปีขึ้นไป)

  • ควรเริ่มต้นริทาลิน®ในขนาดต่ำ แล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาทุกอาทิตย์ ไม่แนะนำขนาดยาที่มากกว่า 60 มก.
  • หากไม่สังเกตเห็นอาการดีขึ้นหลังจากปรับขนาดยาอย่างเหมาะสมนานกว่าช่วง 1 เดือน ควรหยุดใช้ยา
  • ยาเม็ด เริ่มต้นด้วยขนาด 5 มก. วันละสองครั้ง (ก่อนมื้อเช้าและมื้อกลางวัน) โดยค่อยๆ เพิ่มขนาดยา 5 ถึง 10 มก. ต่อสัปดาห์
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาว ยาเม็ดริทาลิน®ออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาวควรมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ประมาณ 8 ชั่วโมง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดและยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นานเมทิลเฟนิเดต ไฮโดรคลอไรด์ (methylphenidate hydrochloride) 5 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความแนะนำ

คอนเซอร์ตา® (Concerta®)

คอนเซอร์ตา® (Concerta®)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2019 . 5 mins read
แอดเดอรอล-Adderall

แอดเดอรอล® (Adderall®)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 4, 2019 . 7 mins read
เด็กโตรแอมเฟตามีน-dextroamphetamine

เด็กโตรแอมเฟตามีน (Dextroamphetamine)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 27, 2018 . 6 mins read